“ยาคูลท์” ปรับกลยุทธ์การขายรับยุคดิจิทัล เพิ่มช่องทาง “ออนไลน์” แล้วสาวยาคูลท์ส่งให้ถึงที่

Yakult Online Channel

“ยาคูลท์” (Yakult) เป็นกรณีศึกษาของแบรนด์ที่วางระบบการจัดจำหน่ายแข็งแกร่ง ด้วยการพัฒนาพัฒนาระบบการขาย “Door to Door” ผ่านหน่วยขายที่ทรงพลังอย่าง “สาวยาคูลท์” หรือ Yakult Ladies”  ทั้งญี่ปุ่น และอีก 40 ประเทศทั่วโลก มีสาวยาคูลท์รวมกว่า 80,000 คน โดยในไทยมีกว่า 3,000 – 4,000 คน ซึ่งผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรงกับสาวยาคูลท์

- Advertisement -

แต่ล่าสุด “ยาคูลท์ ประเทศไทย” เพิ่มช่องทางการสั่งสินค้าผ่านออนไลน์แล้ว!

ทั้งนี้ที่ผ่านมาการซื้อยาคูลท์ ผู้บริโภคสามารถซื้อได้จาก 3 ช่องทางหลักคือ

– สั่งซื้อสินค้าผ่านสาวยาคูลท์โดยตรง แล้วจากนั้นสาวยาคูลท์จะจัดส่งสินค้าตามจำนวนที่ต้องการให้เป็นประจำ

– ซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป เช่น ร้านขายของชำ ร้านมินิมาร์ท ซึ่งร้านค้าเหล่านี้ก็สั่งซื้อจากสาวยาคูลท์อีกที

– ซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตบางเชน จำหน่ายรูปแบบแพ็ค

อย่างไรก็ตาม เมื่อโลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทำให้ระบบอีคอมเมิร์ซขยายตัวอย่างรวดเร็ว “ยาคูลท์ ประเทศไทย” ได้ปรับกลยุทธ์การขาย ด้วยการเพิ่มช่องทางการสั่งสินค้าผ่าน “ออนไลน์” ทั้งทางเว็บไซต์ และหน้าเพจ Facebook

เพียงแค่กรอกข้อมูลชื่อ – นามสกุล, จำนวนการสั่ง แบ่งเป็นยาคูลท์ ออริจินัล และยาคูลท์ ไลท์, เลือกวันจัดส่ง,​ ที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่ง และรายละเอียดอื่นๆ (ถ้ามี)

จากนั้นสินค้าจะถูกจัดส่งโดย “สาวยาคูลท์” ที่แบ่งตามเขตพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เหตุผลที่ยังคงเป็นสาวยาคูลท์จัดส่งสินค้า เนื่องจากต้องการควบคุมคุณภาพสินค้า สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อนำไปสู่การสร้างฐานลูกค้าประจำ และเพื่อเป็นการสร้างงาน

Yakult Ladies
Credit Photo : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

 

4 เหตุผล “ยาคูลท์” ลุยช่องทางออนไลน์ 

Brand Buffet มองว่าเหตุผลที่ยาคูลท์ ประเทศไทย ​เพิ่มช่องทางออนไลน์ นั่นเพราะ

1. ตอบโจทย์ความสะดวกของผู้บริโภคสามารถสั่งสินค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ยิ่งทุกวันนี้วิถีชีวิตผู้บริโภคใช้เวลาอยู่กับออนไลน์มากขึ้น ทั้งการเปิดรับคอนเทนต์ การทำธุรกรรมต่างๆ และการซื้อขายสินค้า

2. การมีช่องทางออนไลน์ ช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้น

3. รักษาฐาน Loyal Customer ไปพร้อมกับการขยายฐานลูกค้าใหม่

ยาคูลท์ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งแบรนด์ที่มีทั้ง Brand Loyalty และ Brand Love สูงมาก เนื่องจากเป็นผู้บุกเบิกตลาดนมเปรี้ยวแลตโตบาซิลลัสในไทย โดย “คุณประพันธ์ เหตระกูล” ได้เดินทางไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น และได้มีโอกาสดื่มยาคูลท์ เห็นผลดีของจุลินทรีย์ แลตโตบาซิลลัส คาเซอิ ชิโรต้า เมื่อกลับมาไทย จึงมีความคิดอยากให้คนไทยมีสุขภาพลำไส้ที่ดีเช่นกัน จึงได้ก่อตั้ง บริษัท ยาคูลท์ ประเทศไทย” เริ่มผลิตและจำหน่ายให้กับคนไทยในปี 2514 พร้อมทั้งนำระบบ “สาวยาคูลท์” มาใช้ในไทยด้วยเช่นกัน

ถึงวันนี้เป็นเวลา 50 ปีแล้วที่ยาคูลท์อยู่กับคนไทย และด้วยรสชาติ ความคุ้นเคย ความแข็งแกร่งของระบบจัดจำหน่าย ทำให้ยาคูลท์เป็นแบรนด์ที่มีฐานลูกค้ารุ่นต่อรุ่น

4. ช่องทางออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างฐาน Data ให้แบรนด์ นำมาใช้ต่อยอดในการพัฒนาสินค้า การผลิต และการขายได้ในอนาคต

Yakult Online

ทั้งนี้ข้อมูลจากรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า ยาคูลท์ ในประเทศไทย จดทะเบียนไว้ 3 บริษัทคือ

บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว

ผลประกอบการปี 2561

– รายได้รวม 2,409 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 358 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2562

– รายได้รวม 2,496 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 295 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2563

– รายได้รวม 2,354 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 308 ล้านบาท

บริษัท ยาคูลท์เซลส์ (กรุงเทพฯ) จำกัด ขายผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว

ผลประกอบการปี 2561

– รายได้รวม 4,862 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 957 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2562

– รายได้รวม 5,001 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 959 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2563

– รายได้รวม 4,681 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 921 ล้านบาท

บริษัท ยาคูลท์ เซลส์ (หาดใหญ่) จำกัด ขายผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว

ผลประกอบการปี 2561

– รายได้รวม 109 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 25 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2562

– รายได้รวม 83 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 4.2 ล้านบาท

ผลประกอบการปี 2563

– รายได้รวม 69 ล้านบาท

– กำไรสุทธิ 2.9 ล้านบาท

Yakult
Credit Photo : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand

อ่านเพิ่มเติม: