ความหลากหลายกลุ่ม LGBTQ+ สูตรลับในการทรานส์ฟอร์มองค์กรของฟิลลิป มอร์ริส [PR]

มร. เจอรัลด์ มาร์โกลิส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง  (ไทยแลนด์) จำกัด

ไม่บ่อยนักที่เราเห็นการรวมตัวกันของคนในสังคมทั่วโลกภายใต้เป้าหมายเดียวกัน เหมือนเช่นในเดือนมิถุนายนซึ่งถือเป็น Pride Month เดือนแห่งสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม และขอให้สังคมเปิดกว้างยอมรับในความหลากหลายทางเพศสภาพ ขณะเดียวกัน ในมุมของแบรนด์และองค์กรต่างๆ ก็ถือเป็นโอกาสแสดงจุดยืนในการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายในที่ทำงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเสียงของทุกคนมีความสำคัญและได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค

สำหรับฟิลลิป มอร์ริส ประเทศไทย ซึ่งกำลังปรับโฉมธุรกิจและแนวทางการทำงานโดยให้ความสำคัญกับความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion) และให้พนักงานได้มีโอกาสเลือกรูปแบบการทำงานและสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายตามความต้องการนั้น ถือว่าเป็นการปรับโฉมการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ และการเปลี่ยนแปลงในองค์กรครั้งสำคัญนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างสังคมไร้ควัน (Smoke-Free Future) โดยตั้งเป้าจะยุติการผลิตและจำหน่ายบุหรี่ และนำผลิตภัณฑ์ไร้ควันซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพน้อยกว่าการสูบบุหรี่มาเป็นทางเลือกให้กับผู้สูบบุหรี่ที่ยังคงตัดสินใจสูบบุหรี่ต่อไปแทน การเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งสำคัญและการดิสรัป (Disrupt) ธุรกิจเดิมของตนเองนับว่ามีความท้าทายและมีอุปสรรคจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานแบบมีส่วนร่วมของคนในองค์กร รับฟังทุกความเห็นต่างจากทุกความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ อายุ ศาสนา เพศสภาพ หรือความสามารถที่ต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรได้เห็นตัวตนและพลังงานความคิดสร้างสรรค์อันเปี่ยมล้นอัน ที่ถูกปลดปล่อยออกมาด้วยความภาคภูมิใจกับวิถีของความหลากหลายของคนในองค์กร

- Advertisement -

มร. เจอรัลด์ มาร์โกลิส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง  (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพในความหลากหลายและสร้างการมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion) ไม่ใช่แค่เรื่องที่ควรทำ แต่เป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติธุรกิจที่จะให้เราดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถและมีความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมสนับสนุนวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อก้าวไปสู่การสร้างสังคมไร้ควัน เราจึงต้องสนับสนุนความหลากหลายในทุกมิติ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์กร เข้าใจและเคารพในความแตกต่าง เพื่อให้พนักงานของเราทำงานได้เต็มศักยภาพโดยไม่ต้องคำนึงว่าแต่บะคนมีพื้นฐานมาอย่างไร ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของฟิลลิป มอร์ริส ในการมุ่งมั่นทำงานเพื่อสะท้อนความต้องการที่หลากหลายของผู้คนในสังคมปัจจุบัน”

“บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและความเทียมในทุกมิติ ในปี 2562 เราได้รับการรับรองโดย Equal Salary Foundation ให้เป็นบริษัทที่จ่ายค่าตอบแทนพนักงานทุกระดับ ทุกเพศวัยอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่ดีในการสร้างรากฐานเรื่องการสร้างความเท่าเทียม อีกทั้ง เรายังได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดในปี 2563 เพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถรักษามาตรฐานที่ได้รับการรับรองได้

เรายังได้ต่อยอดด้วยการมีสวัสดิการที่ยืดหยุ่น (Flexible benefit) ที่พนักงานทุกคนมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์ในสวัสดิการที่บริษัฯ เตรียมไว้ให้ได้อย่างเต็มที่ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล  การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรแบบใหม่ที่เน้นที่ “คนที่เลี้ยงดูครอบครัว” มากกว่าการเหมารวมทางเพศของ “ผู้หญิงที่มีลูก” การขยายสวัสดิการด้านสุขภาพที่ครอบคลุมไปยังคู่ชีวิตหรือพาร์ทเนอร์โดยจำกัดว่าเป็นเพศใด รวมทั้ง ยังให้ความสำคัญกับความแตกต่างของวัฒนธรรมในแต่ประเทศ ซึ่งสำหรับในประเทศ เราจึงมีนโยบายให้โควตาวันลาอุปสมบทสำหรับพนักงานทุกเพศ ไม่จำกัดแค่เพศชาย” มร. มาร์โกลิสเสริม

นอกจากนี้ ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทแม่ของฟิลลิป มอร์ริส ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว โครงการ “Inclusive Future” เพื่อตอกย้ำพันธกิจการสร้างความมีส่วนร่วมในองค์กร โดยได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาการบริหารจัดการ Management Development (IMD) ในเมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพื่อศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสร้างความมีส่วนร่วมในปี 2021 ทั้งในภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม ซึ่งรวมทั้งกลุ่มพนักงาน LGBTQ+

คุณศศิธร หรือเจี๊ยบ วงษ์เขียว ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาค กล่าวว่า “โดยทั่วไปงานของฝ่ายขายของบริษัทฯ จะเปิดรับพนักงานผู้ชายเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องเดินทางไปพักแรมในจังหวัดต่าง ๆ ต้องขับรถเป็นระยะทางไกล ๆ ต้องยกของหนักบ้าง แต่ฟิลลิป มอร์ริส มองข้ามปัจจัยด้านเพศสภาพและพิจารณาด้านทัศนคติและความสามารถที่เหมาะสม ทำให้เราสามารถเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ได้ และตลอดเวลา 16 ปีที่ทำงานกับบริษัทฯ เราได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าเพศสภาพไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างผลงานที่ดีแต่อย่างใด เราจึงมีโอกาสไต่เต้าเติบโตจากการเป็นผู้แทนขายขึ้นมาเป็นผู้จัดการประจำภูมิภาคได้”

คุณเจี๊ยบ เสริมว่า “บริษัทฯ ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความแตกต่างในรูปแบบนโยบายการทำงานและสวัสดิการที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของพนักงาน เจี๊ยบเป็นคนแรกของบริษัทเลยที่มีโอกาสใช้สวัสดิการให้กับคู่ชีวิต และได้มีโอกาสเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นร่วมกับเครือข่ายพนักงานจาก 23 ประเทศทั่วโลก เพื่อนำความคิดริเริ่มในการรวมกลุ่มพนักงาน LGBTQ+  ตัวเจี๊ยบเองได้รับความเข้าใจและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมจากเพื่อนร่วมงานมาโดยตลอด ทำให้เราสามารถเป็นตัวเอง เคารพความแตกต่างและเข้าใจกัน เกิดความผูกพันธ์และร่วมมือเพื่อผลักดันให้ทีมและบริษัทฯ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้”