ขอเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรักษ์โลก Netflix มุ่งเป้าสถานะ Net Zero ภายในสิ้นปี 2022

Sustainability Trailer NetflixNetflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ ขอร่วมวงรักสิ่งแวดล้อม ด้วยการออกมาประกาศลดการปล่อยมลพิษ เพื่อให้องค์กรมีสถานะ ‘Net Zero’ ภายในสิ้นปี 2022

- Advertisement -

การออกมาประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยทาง Netflix ได้เปิดเผยว่า ในปี 2020 Netflix ได้ปล่อยคาร์บอนออกมาเป็นปริมาณ 1,100,000 เมตริกตัน โดยประมาณครึ่งหนึ่งมาจากการผลิตผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ที่เป็นแบรนด์ Netflix ทั้งในส่วนที่ Netflix บริหารจัดการโดยตรง (เช่น The Midnight Sky: สัญญาณสงัด) และที่ผ่านบริษัทผู้ผลิตภายนอก (เช่น โลกของเรา: Our Planet และ ผจญภัยสุดขั้วกับแบร์ กริลส์ : You vs. Wild) รวมทั้งเนื้อหาที่เป็นแบรนด์ Netflix ที่เราให้สิทธิ์ใช้งาน (เช่น บทเรียนจากปลาหมึก: My Octopus Teacher และ เที่ยวติดดินกับแซ็ค เอฟรอน: Down to Earth with Zac Efron)

ส่วนที่เหลือ 45% มาจากการดำเนินงานภายในองค์กร (เช่น อาคารสำนักงาน) และสินค้าที่จัดซื้อ (เช่น สินค้าที่จัดซื้อสำหรับการตลาด) นอกจากนี้ Netflix ยังใช้บริการจากผู้ให้บริการระบบคลาวด์อย่าง Amazon Web Services และเครือข่ายนำส่งเนื้อหาอย่าง Open Connect เพื่อสตรีมเนื้อหา ซึ่งคิดเป็น 5% ของปริมาณมลพิษที่ปล่อยออกมาด้วย

ดร. เอมม่า สจ๊วต เจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนของ Netflix กล่าวว่า “เราทุกคนที่ Netflix ต่างต้องการสร้างความบันเทิงให้กับโลกใบนี้ แต่การจะสร้างความบันเทิงได้ เราต้องมีโลกที่ผู้คนอาศัยอยู่ได้ และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างเห็นพ้องต้องกันว่าเราต้องรักษาสภาพอากาศไว้ไม่ให้อุณหภูมิเพิ่มสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และรักษาระบบต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตให้อยู่ในสภาพดีเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต”

ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทาง Netflix บอกว่าจะมีขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1: ลดการปล่อยมลพิษ

ลำดับแรก เริ่มต้นด้วยการลดปริมาณการปล่อยมลพิษภายในองค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ระบุไว้ในข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส และลดการปล่อยมลพิษในส่วนที่ 1 และ 2 (หรือมลพิษทางตรงและทางอ้อม) ลง 45% ภายในปี 2030 ตามแนวทางริเริ่มในการกำหนดเป้าหมายตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

ขั้นที่ 2: รักษาแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่มีอยู่

ภายในสิ้นปี 2021 ในกรณีที่มีการปล่อยมลพิษภายในองค์กรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรวมถึงมลพิษในส่วนที่ 3 (หรือมลพิษทางอ้อมอื่นๆ) ด้วย Netflix จะทำการชดเชยด้วยการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่จะป้องกันไม่ให้มีการปล่อยคาร์บอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเริ่มด้วยการอนุรักษ์พื้นที่ทางธรรมชาติที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เช่น ป่าเขตร้อน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเป้าหมายในการยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

ขั้นที่ 3: กำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ

ภายในสิ้นปี 2022 เราจะดำเนินการกำจัดการปล่อยมลพิษในส่วนที่เหลือทั้งหมดให้เป็นศูนย์โดยดำเนินการลงทุนเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติที่สำคัญ เพื่อมุ่งสู่สถานะการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านทางโครงการต่างๆ เช่น การฟื้นฟูพื้นที่ทุ่งหญ้า ป่าชายเลน และคุณภาพดิน ที่นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ แล้วยังช่วยจับและกักเก็บคาร์บอนอีกด้วย

นอกจากแผนงานต่าง ๆ ทั้งหมดนี้แล้ว Netflix ยังบอกด้วยว่า ในปี 2020 ผู้คนจาก 160 ล้านครัวเรือนทั่วโลกเลือกรับชมภาพยนตร์หรือซีรีส์อย่างน้อย 1 เรื่องทาง Netflix ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืน เช่น โลกของเรา: Our Planet ซีรีส์สารคดีที่มีผู้ชมกว่า 100 ล้านครัวเรือนนับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือนเมษายน 2019  หรืออีกหนึ่งผลงานเด่นอย่าง บทเรียนจากปลาหมึก: My Octopus Teacher ภาพยนตร์สารคดีที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์

ปัจจุบัน Netflix มีสมาชิกแบบจ่ายเงินรับชมแล้ว 204 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศ