วิกฤติคลองสุเอซ เป็นเหตุ! สหรัฐฯ เจอวิกฤติความสุข “ไข่มุก” ขาดตลาด ทำร้านชานมยอดตกฮวบ

 

นอกจากปัญหาชิปขาดตลาดที่กำลังกระทบกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปทั่วโลก ในด้านของความสุข ดูเหมือนตอนนี้จะมีการขาดตลาดของสินค้าที่กระทบกับ “ความสุข” ของผู้คนเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน นั่นคือสถานการณ์ “ไข่มุก” วัตถุดิบสำคัญของธุรกิจชานมอันตรธานหายไปจากตลาดสหรัฐอเมริกา จนทำให้ร้านชานมในเมืองใหญ่ยอดตกฮวบไปตาม ๆ กัน

- Advertisement -

ปัญหาไข่มุกขาดตลาดได้รับการเปิดเผยจากสื่อท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกาอย่าง The San Francisco Chronicle โดยส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นี้มาจากการเกยตื้นของเรือยักษ์ Ever Given ในคลองสุเอซเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2021 เนื่องจากเรือ Ever Given มีการขนส่งวัตถุดิบสำคัญของการผลิตไข่มุกอย่างแป้งมันสำปะหลังร่วมด้วยนั่นเอง

Boba Direct ซัพพลายเออร์รายใหญ่ของธุรกิจชานมไข่มุกในสหรัฐอเมริกาเผยว่า การขาดตลาดของวัตถุดิบอย่างไข่มุกนั้นเกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และคาดว่าปัญหานี้จะคลี่คลายได้เร็วที่สุดก็คือปลายเดือนเมษายน นั่นทำให้ร้านชานมไข่มุกในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ลอสแองเจลลิส เจอปัญหาใหญ่ เพราะถ้าไม่มีไข่มุก คนก็จะปฏิเสธที่จะซื้อเครื่องดื่มจากร้านของพวกเขาไปด้วย

หนึ่งในร้านที่เจอปัญหาก็คือ Tea & Others ในซานฟรานซิสโก โดยพวกเขาเผยว่า 70% ของลูกค้าต้องการซื้อเครื่องดื่มที่มีไข่มุกเป็นส่วนผสม ซึ่งเมื่อไม่มีสินค้า พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะซื้อไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ดี ในฟากของผู้ผลิต มีการเปิดเผยจาก Bobaguys โรงงานผลิตไข่มุกในสหรัฐอเมริกาที่บอกว่า อีกหนึ่งปัญหาหลักคือการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่จะจัดส่งวัตถุดิบมาจากเอเชีย ทำให้พวกเขาไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการ

Bobaguys บอกด้วยว่า ตอนนี้ แป้งมันสำปะหลังที่มาจาก “ประเทศไทย” กำลังจะหมด ซึ่งวัตถุดิบดังกล่าวไม่สามารถผลิตขึ้นได้เองในสหรัฐอเมริกา ทางโรงงานต้องนำเข้าจากประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย 100% ทำให้ทางโรงงานไม่สามารถผลิตไข่มุกได้เพียงพอต่อความต้องการของร้านในประเทศได้อีกต่อไป ซึ่งปัญหานี้จะแก้ได้ก็ต่อเมื่อแป้งมันสำปะหลังล็อตต่อไปมาส่งถึงโรงงานเท่านั้น

ขณะที่เชนชานมไข่มุกยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Kung Fu Tea มองว่าปัญหาดังกล่าวอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้นจึงจะแก้ไขได้ (Kung Fu Tea ยังเป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนให้วันที่ 30 เมษายนของทุกปีเป็นวันชานมไข่มุกแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาด้วย) ซึ่งสถานการณ์ของบริษัทในตอนนี้อาจไม่หนักหนาเท่าแบรนด์อื่น เนื่องจากมีคลังสินค้าทั้งทางด้านตะวันออกและตะวันตกของสหรัฐอเมริกา จึงยังพอมีสินค้ารองรับความต้องการของผู้บริโภคได้ แต่พวกเขาก็มองว่า ปัญหาการขาดแคลนไข่มุกอาจรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากผู้คนต้องการซื้อเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่นเป็นจำนวนมากนั่นเอง

ตอนนี้ประเทศไหนยังมีชานมไข่มุกขาย ขอให้ดีใจได้เลยว่า สถานการณ์ด้าน “ความสุข” ของผู้คนภายในประเทศอาจยังดีกว่าสหรัฐอเมริกาก็เป็นได้

Source

Photo Credit : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand