“ช่อง 3” ขาดทุน 214 ล้าน ลดลง 46% รายได้ขายลิขสิทธิ์-ดิจิทัลโตแรง ปีนี้ดันรายการข่าวเต็มสูบ

ch3 The New Normal

นอกจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจแล้ว ในปี 2563 กลุ่มบีอีซี ยังต้องเจอกับการปรับโครงสร้างในองค์กร เปลี่ยนตัวแม่ทัพจาก “อริยะ พนมยงค์” เป็น “สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” ลูกหม้อคนเดิม ที่มากับวิชั่น “ช่อง 3” เป็นมากกว่าทีวี กับกลยุทธ์สร้างคอนเทนต์หารายได้ในทุกช่องทาง ด้วยกลยุทธ์ Single Content Multiple Platform ที่เริ่มเห็นสัญญาณบวก เมื่อตัวเลขขาดทุนลดลง

- Advertisement -

หลังต้องเจอตัวเลขขาดทุนมาตั้งแต่ปี 2561 ในระดับกว่า 300 ล้านบาทมาต่อเนื่อง มาในปี 2563 กลุ่มบีอีซี งัดมาตรการคุมเข้มต้นทุน ลดขนาดองค์กร ขายทิ้งธุรกิจคอนเสิร์ตโชว์ เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ มุ่งหารายได้ใหม่จากการขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศและดิจิทัล แพลตฟอร์ม แม้ ปี 2563 ยังขาดทุนอยู่ แต่เริ่มเห็นตัวเลขขาดทุนลดลง

กลุ่มบีอีซี เวิลด์ หรือ BEC รายงานผลประกอบการปี 2563 มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,860 ล้านบาท ลดลง 2,449 ล้านบาท หรือ -29.5% จากปี 2562 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 214 ล้านบาท ดีขึ้นกว่าปี 2562 ที่ขาดทุน 397 ล้านบาท  หรือดีขึ้น 46%

รายได้ขายลิขสิทธิ์-ดิจิทัล แพลตฟอร์มมาแรง

แจกแจงรายได้กลุ่มบีอีซี ยังมาจากการขายเวลาโฆษณา ช่อง 3 เป็นหลักสัดส่วน 81% ปี 2563 อยู่ที่  4,757 ล้านบาท ลดลง 29.4% จากผลกระทบโควิด ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงักในไตรมาส 2 บริษัทต่างๆ ชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาเพื่อรอดูสถานการณ์ รวมถึงกำลังซื้อลดลง

รายได้จากการให้ใช้ลิขสิทธิ์และบริการอื่น 1,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% จากปี 2562  รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ธุรกิจใหม่ ที่เริ่มในปลายปี 2560 คือ ธุรกิจขายลิขสิทธิ์ละครไปต่างประเทศ (Global Content Licensing) ในปี 2563 ได้เปิดตลาดในประเทศใหม่ๆ และขยายตลาดในประเทศเดิม โดยเพิ่มจำนวนละครที่ออกอากาศในลักษณะ Simulcast พร้อมกัน ซึ่งสร้างรายได้ถึง 408 ล้านบาท ในปี 2563 เพิ่มขึ้น 28%

อีกธุรกิจคือ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ได้มีการเปิดตัว CH3Plus ตอบสนองผู้ชมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ต้องการความรวดเร็ว โดยมีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายและพัฒนาฟีเจอร์ ใหม่ๆ ต่อเนื่อง เพื่อดูคอนเทนต์ทีวีผ่านช่องทางออนไลน์

โดยมีความร่วมมือทางธุรกิจกับ WeTV ซึ่งเป็น OTT Platform ในเครือเทนเซนต์ (ประเทศไทย) และ Tencent Video ประเทศจีน เป็นความร่วมมือในการนำคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมไปออกอากาศบนแพลตฟอร์ม WeTV ที่สามารถรับชมได้ทั้งในประเทศไทยและอีกหลายประเทศ รวมถึงการตกลงออกอากาศคอนเทนต์ในรูปแบบ Simulcast  ซึ่งจะทำให้ผู้ชมในประเทศอื่นๆ สามารถรับชมคอนเทนต์ได้พร้อมกับประเทศไทย เช่น ละครเรื่อง ตราบฟ้ามีตะวัน พยากรณ์ซ่อนรัก อกเกือบหักแอบรักคุณสามี ร้อยเล่ห์มารยา เล่ห์บรรพกาล

จากการขยายตลาดขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปให้แพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ เพิ่มขึ้น ทำให้ปี 2563 มีรายได้ 429  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.7%

Ch3plus premium ช่อง 3 BEC

ลดต้นทุนตัดทิ้งธุรกิจคอนเสิร์ต-โชว์

ส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและแสดงโชว์ปี 2563 อยู่ที่ 9.4 ล้านบาท ลดลง 547 ล้านบาท หรือ -98%  จากปี 2562 ที่มีรายได้ 557 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการล็อคดาวน์ในสถานการณ์โควิด ทำให้คอนเสิร์ต การแสดงโชว์ และงานกิจกรรมต่างๆ ถูกเลื่อนหรือยกเลิกไป

ในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 บีอีซี ได้ขายเงินลงทุนในบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  ทำให้บันทึกกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวในงบรวม 37 ล้านบาท และทำให้กลุ่มบีอีซี “ยุติ” การนำงบกำไรขาดทุนของกลุ่มเทโรฯ มาจัดทำงบการเงินรวมตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

หากดูจากผลประกอบการในปี 2562 บีอีซี-เทโร แจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีรายได้จำนวน 1,610 ล้านบาท ขาดทุน 211 ล้านบาท โดยขาดทุนต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปี 2559

กลุ่มบีอีซี มีค่าใช้จ่ายในปี 2563 อยู่ที่ 4,582 ล้านบาท ลดลง 2,953 ล้านบาท หรือลดลง 39%  จากปี 2562 ซึ่งเป็นผลมาจากการลดต้นทุน ด้วยการ “ลดขนาดองค์กร”  จากการยุติออกอากาศช่อง 3 แอนาล็อกหลังสิ้นสุดสัมปทาน  ลดต้นทุนการผลิตรายการและใช้ละครรีรันมากขึ้น รวมถึงการตัดค่าใช้จ่ายจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลตามมาตรา 44  รวมทั้งต้นทุนการจัดแสดงคอนเสิร์ตและโชว์ เนื่องจากไม่สามารถจัดงานได้ในสถานการณ์โควิด

ในปี 2563 บีอีซี ได้ลดจำนวนพนักงานประมาณ 55% จากการปรับโครงสร้างและจากการขายหุ้นบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งมีอยู่จำนวน 199,999,950 หุ้น หรือคิดเป็น 59.99% ของทุนจดทะเบียน  ให้กับคุณไบรอัน ลินด์เซ มาร์การ์ ผู้ก่อตั้งเทโรฯ ในราคา 15 ล้านบาท  ถือเป็นการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยตามแผนบริหารการลงทุนของบีอีซี โดยได้ซื้อกลุ่มรายการ “เรื่องเล่าฯ” จาก บีอีซี-เทโรฯ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มในปี 2564

นอกจากนี้ได้ปิดบริษัทย่อยที่ไม่ได้ดำเนินกิจการอีก 4 บริษัท คือ 1.บริษัท แซทเทิลไลท์ ทีวี บรอดคาสติ้ง  จำกัด 2.บริษัท บีอีซี สตูดิโอ จำกัด 3.บริษัท ยู แอนด์ ไอ คอร์โปเรชั่น จำกัด ซึ่งทุกบริษัท บีอีซี ถือหุ้น 99.99%

กลุ่มบีอีซี ถือว่ามีผลการดำเนินงานในปี 2563 ดีขึ้น จาก “ขาดทุน” ในไตรมาส 1 และ 2 เป็น “กำไร” ในไตรมาส 3 และ 4 มาจากรายได้การขายโฆษณา ขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศและดิจิทัล แพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนลดลง ปี 2563 มีผลขาดทุนสุทธิลดลงจากปี 2562 อย่างมาก

CH3 news ช่อง 3 บีอีซี

กลยุทธ์ปี 64 ดันรายการข่าวเพิ่มรายได้

สำหรับทิศทาง ปี 2564 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเป็นการฟื้นตัวภายใต้ความเสี่ยงด้านการเมือง สถานการณ์โควิด ระลอกใหม่ ความล่าช้าในการกระจายวัคซีน หนี้สินภาคครัวเรือนยังอยู่ระดับสูง การท่องเที่ยวซึ่งสร้างรายได้หลักให้ประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบสูงจากโควิด และอาจส่งผลให้มีการชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมสื่อช่วงต้นปี 2564

กลยุทธ์ของบีอีซี เน้นไปที่การหารายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ๆ ตามวิชั่น ผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ไม่ได้เป็นแค่สถานีทีวีอีกต่อไป สร้างให้ BEC World เป็นองค์กรที่มีความคล่องตัว (Lean Organization)  โดยมีเป้าหมายเชิงรุก ดังนี้

1.รักษาเรตติ้ง-ขยายฐานผู้ชม

เป้าหมายปี 2564 บีอีซี ต้องการรักษาเรตติ้งทีวีและจำนวนผู้ชม ในฐานะสถานีทีวีเบอร์ 1 ของผู้ชมในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญและขยายฐานผู้ชมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมอายุ 15-24 ปี และ 25-29 ปี เน้นพัฒนาคอนเทนต์ละครใหม่ในช่วงไพร์มไทม์ และสร้างรายได้ช่วง นอน ไพร์มไทม์ จากรายการข่าวและวาไรตี้ รวมทั้งรายการสุดสัปดาห์ เพื่อขยายฐานผู้ชม

โดยมีแผนพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมหลากหลาย ทำให้คอนเทนต์สร้างรายได้จากช่องทางดิจิทัล แพลตฟอร์มและการขายลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ ด้วยกลยุทธ์ Single Content Multiple Platform

กลยุทธ์ “รายการข่าว” เน้นการนำเสนอข่าวทันเหตุการณ์และเชื่อถือได้ผ่านพิธีกรข่าวมืออาชีพ ผ่านการวิเคราะห์เชิงลึก การรายงานข่าวที่เข้าใจง่ายและตรงประเด็น เสนอข่าวที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือได้ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์  โดยใช้พื้นที่ข่าวออนไลน์ สร้างการรับรู้และขยายฐานไปยังคนรุ่นใหม่

sorayuth ch3 news ช่อง 3 สรยุทธ

หลังจากคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา  พิธีกรข่าวชื่อดังมีกำหนดออกจากเรือนจำในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งมีการยืนยันจากรายการข่าวช่อง 3 แล้วว่าคุณสรยุทธ จะกลับมาร่วมงานกับช่อง 3 อีกครั้ง ถือเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยเพิ่มเรตติ้งรายการข่าวช่อง 3 และโอกาสสร้างรายได้เพิ่มในปี 2564

ส่วน “ละคร” เน้นขยายฐานผู้ชมนอกเมืองและอายุน้อยลง เนื้อหาและรูปแบบละครใหม่ โดยผู้ผลิตและดารานักแสดงรุ่นใหม่ สร้างความสนใจและแปลกใหม่ให้กับผู้ชม ทั้งเทคนิคการเล่าเรื่องแบบใหม่ โครงเรื่องที่คาดเดาได้ยาก รวมไปถึงการรับบทบาทใหม่ของนักแสดงช่อง 3

รายการวาไรตี้ เสนอรูปแบบใหม่ ทั้งรายการ International Format และรายการที่สร้างสรรค์เอง ปรับปรุงรายการเดิมให้แข็งแรงขึ้น

2.การสร้างและกระจายรายได้ใหม่

ปี 2564 เป้าหมายของ บีอีซี คือการดำเนินธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก โดยลดการพึ่งพารายได้จากค่าโฆษณาทีวีในประเทศ จากทิศทางอุตสาหกรรมโฆษณาทีวีลดลงอย่างต่อเนื่อง ช่อง 3 สร้างนวัตกรรมโฆษณารูปแบบใหม่ตอบสนองผู้ลงโฆษณาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณารูปแบบ โฮมช้อปปิ้ง QR Code, SMS สร้างการรับรู้แบรนด์และการมีส่วนร่วมผ่านการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Solutions) เช่น การสนับสนุนแบบ Sponsorship การจัดกิจกรรม

การดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Single Content Multiple Platform จะเป็นการสร้างและกระจายรายได้ในช่องทางอื่นๆ โดยบีอีซี คาดหวังให้ธุรกิจการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ และดิจิทัล แพลตฟอร์ม ปีนี้รายได้เติบโต 20%  การจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ โฟกัสที่ประเทศจีนและอาเซียนเป็นหลัก

ส่วนดิจิทัล แพลตฟอร์ม ผ่านทาง Content Streaming Service Operations ต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาบริการออนไลน์ ปัจจุบันช่องทางออนไลน์หลัก คือ CH3Plus ที่เป็นดิจิทัล แพลตฟอร์มผู้ให้บริการรับชมรายการทีวีสด ดูทีวีย้อนหลัง รวมถึงรายการทีวีแบบบอกรับสมาชิก โดยตั้งเป้าหมายเป็นช่องทางใหม่สร้างรายได้ให้บีอีซี ผ่านรายการละคร วาไรตี้ และความนิยมในเหล่าดารานักแสดงของช่อง 3

3.ลดขนาดองค์กร เสริมแกร่งการเงิน

หลังจากปี 2562 บีอีซี ได้คืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล 2 ช่อง (ช่อง 13 และช่อง 28)  และปี 2563 ยุติออกอากาศระบบแอนาล็อก ทำให้องค์กรมีขนาดเล็กลง ช่วยประหยัดต้นทุน และปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะกับการแข่งขันในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้องค์กรปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและมีฐานะการเงินดีขึ้น

หลังจากนี้คงต้องจับตาดูกลยุทธ์การพลิกฟื้นรายได้ ช่อง 3 ที่วางไว้ว่าจะสามารถกลับมาทำกำไรอีกครั้งได้เมื่อไหร่ ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โควิดปีนี้ที่ยังไม่แน่นอน แต่ก็ยังเห็นสัญญาณบวกจากรายได้ขายลิขสิทธิ์และดิจิทัล ขยับขึ้นมาต่อเนื่อง และอีกแรงหนุนสำคัญการคืนจอของพิธีกรข่าวคนดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ที่เป็นอีกความหวัง พาช่อง 3 สู่เส้นทางกำไร!