5 กูรูเทคโนโลยี-การตลาด ถอดรหัส “7 เทรนด์” 2021 ปลดล็อคอนาคต สู่โลกธุรกิจยุคใหม่

unlock the future 2021

ก้าวเข้าสู่ปี 2021 ที่ยังเต็มไปด้วยปัจจัยลบ ทั้งกระแสเทคโนโลยี ดิสรัปต์ ก่อนหน้า ซ้ำเติมด้วย Covid-19  ระบาดระลอกใหม่ รุนแรงกว่าครั้งแรก ความหวังวันนี้อยู่ที่วัคซีน แต่กว่าจะครอบคลุมประชากรไทยทั้งประเทศคงอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง โลกธุรกิจวันนี้จึงต้องปรับตัว สร้างวัคซีนป้องกันตัวเอง เพื่อหาทางรอดและโอกาสใหม่ในปี 2021 ที่มีแต่ความไม่แน่นอน!!

- Advertisement -

เพื่อให้เห็นมุมมองการเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจในปีสุดท้าทายนี้  Brand Buffet จัดงานเสวนาประจำปี BRAND TALK ครั้งที่ 20  “Unlock The Future 2021 : ปลดล็อคอนาคต สู่โลกการตลาดยุคใหม่” กับ 5 กูรู ในแวดวงเทคโนโลยีและการตลาด ถอดรหัสออกมาเป็นบทสรุป 7 เทรนด์ธุรกิจ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2021 เพื่อให้นักธุรกิจ นักการตลาด และผู้ประกอบการต่างๆ เตรียมตั้งรับสถานการณ์ในปีนี้

1. จาก Globalization สู่ Localization

เริ่มด้วยการอัพเดทกระแสโลกในยุค Disruption กับ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในหัวข้อ “Disruptive to Digital  ปรับตัว ปรับความคิด ก่อนจะถูก Disrupt”

นอกจากการเผชิญกระแส Digital Disruption ถาโถมมาอย่างต่อเนื่องช่วงหลายปีที่ผ่านมา วันนี้โลกธุรกิจต้องเจอศึกหนัก Covid-19 ลากยาวมากกว่า 1 ปี สถานการณ์วันนี้หลายประเทศอยู่ในภาวะระบาดระลอกใหม่ รวมทั้งประเทศไทย ความหวังจึงอยู่ที่วัคซีน ตามไทม์ไลน์การฉีดให้ประชาชนทั่วไปอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ภาคธุรกิจปี 2564 จึงยังอยู่บนความไม่แน่นอนต่อไป

ก่อนการมาถึงของโรคโควิด โลกธุรกิจได้เผชิญกับยุค Globalization จากการเคลื่อนตัวของ 3 สิ่ง คือ 1.คน คือ คนเก่ง ได้กลายเป็นสมบัติของโลก สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ สามารถเคลื่อนย้ายโดยเสรี   2.ทุน แนวโน้มภาคการผลิตมุ่งไปที่การสร้างแหล่งผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ เป็นการเคลื่อนย้ายทุนไปหาฐานการผลิตใหม่ๆ  3.ข้อมูล  คือ แพลตฟอร์ม เพื่อเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน เพื่อสร้างโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคตลอดเวลา

Unlock The Future 2021

ทั้ง 3 สิ่งนี้ (คน ทุน และข้อมูล) จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะจาก Globalization โลกจะเข้าสู่ยุคใหม่ Localization เป็นโลกที่ “ผู้ประกอบการ” ทุกชาติ ต้องทำทุกอย่างให้ครบจบได้ด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งพาคนนอก ที่เสี่ยงจากการถูกกีดกันไม่ว่าจากนโยบายใดๆ ก็ตาม ตัวอย่าง ประเทศจีน ถูกนโยบายกีดกันด้านเทคโนโลยี จึงลุกขึ้นมาพัฒนาทุกอย่างเอง แต่ต้องยอมรับว่าหลายประเทศยังไม่พร้อมเข้าสู่  Localization ที่จะพัฒนาทุกอย่างได้เอง

แต่กระนั้นก็ตามในยุคนี้หลายประเทศรู้ดีว่าต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี อย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศส่งยานอวกาศ “โฮป” สำรวจดาวอังคาร แข่งจีนและสหรัฐฯ เพื่อส่งสัญญาณให้ประชากรเห็นว่าประเทศพร้อมก้าวสู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยไม่พึ่งพารายได้จากน้ำมันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเป็นทรัพยากรที่หมดไปได้ แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศจะขายเทคโนโลยีแข่งกับชาติอื่นๆ โดยจะเป็นผู้นำด้านส่งออกเทคโนโลยีและนวัตกรรม

“โลกของชาตินิยม (Neonationalism) ประเทศที่ยกระดับสู่ความร่ำรวย ล้วนมาจากความเป็นชาตินิยม แต่ก็ยังคงเป็นความเป็นเอกลักษณ์ของชาตินั้นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น จีน ก็ยังไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ,  ญี่ปุ่น ผู้หญิงก็ยังสวมชุดกิโมโน , เกาหลีใต้ พัฒนาสินค้าเทคโนโลยี ใช้เองแข่งกับญี่ปุ่น , อเมริกัน เฟิร์ส  เทคโนโลยี ต้องเริ่มจากความเป็นชาตินิยมเช่นกัน”

2. รู้จักโลก-รู้จักคน-รู้จักเทคโนโลยี ฝ่าคลื่น Disruption

การก้าวสู่โลกยุค Disruption คือพัฒนาจากสิ่งเก่าให้เป็นสิ่งใหม่ การจะทำให้สำเร็จได้ คำว่า “ค่อยเป็นค่อยไป ใช้ไม่ได้อีกต่อไป” เพราะในยุคนี้ “โลกเปลี่ยนเป็นวินาที” เป็นโลก Disruption ทำลายล้างของเดิมแล้วเกิดใหม่ เป็นสิ่งที่ทุกสาขาอาชีพ ทุกอุตสาหกรรมต้องตามให้ทัน

ในโลกธุรกิจ ที่ต้องเจอกับคู่แข่งรอบด้าน ไม่ใช่แค่บริษัทยักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่ “ทุกคน” ทุกวัย สามารถทำธุรกิจได้ด้วยเทคโนโลยี แม้กระทั่งเด็ก 10 ขวบ เจ้าของยูทูบ แชนแนล  Ryan ToysReview ไรอัน ทอยส์รีวิว” สัญชาติอเมริกัน ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ว่าเป็นเด็กที่ทำรายได้จากยูทูบสูงสุดของโลก ปี 2019 มีรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท จากการรีวิวของเล่น ที่มีอิทธิพลต่อการซื้อของเล่นให้กับเด็กทั่วโลก เขาเริ่มสร้างธุรกิจจากการใช้มือถือทำคอนเทนต์ผ่านยูทูบ

วันนี้ “ไรอัน” ประกาศว่าเขาต้องการมีเงิน “แสนล้าน” ก่อนจบปริญญาตรี นี่คือตัวอย่างของคนที่เริ่มลงมือทำ จากการเห็นโอกาสของเทคโนโลยีที่เข้าถึงคนทั่วโลก ซึ่งมีราคาถูกและทุกคนเข้าถึงได้

Unlock The Future 2021
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

การฝ่ากระแสโลกยุค Disruption ไปให้ได้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ให้ข้อคิดไว้ 3 เรื่อง คือ 1.รู้จักโลก แม้ไม่เจอกับ Disruption และ Covid-19  โลกก็ไม่มีวันเหมือนเดิม เพราะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี  ภัยพิบัติทางธรรมชาติน้ำท่วม ภัยแล้ง โรคระบาดมาก่อนหน้านี้ ด้วยอัตราการเกิดที่เร็วกว่าในอดีตมากนัก  2.รู้จักคน ในยุคที่มี Generation Gap คนเกิดน้อยลง แต่เทคโนโลยีพัฒนาตลอด ทำให้คนต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเช่นกัน  และ 3.รู้จักเทคโนโลยี   ที่มีการพัฒนาก้าวกระโดด จึงต้องเรียนรู้การใช้งานให้เป็น

วันนี้โลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก คนก็ต้องพัฒนาตัวเองและเปลี่ยนให้ทัน ไม่ว่าจะเป็นวัยใด อยู่ในธุรกิจใด สิ่งที่ต้องบอกตัวเองคือ #จะทำก็ทำได้  นี่คือแฮชแท็กที่ ศ.ดร.สุชัชวีร์ เป็นเจ้าของ เพื่อเตือนให้รู้ว่า คนไทยจะทำก็ทำได้ ถ้าตั้งใจและลงมือทำก็ชนะ วันนี้จึงต้องเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยทัศนคติว่า “คนไทยเก่งจริงและทำได้” เพื่อให้ทุกคนฝ่าวิกฤติปี 2564 ไปให้รอด!!

3 โควิด-19 ยังไม่จบ ต้องดึงเงินสด เข้ามาก่อน

ในฟากธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์” อีกธุรกิจที่ต้องฝ่าวิกฤติโควิด-19 ตลอดปีที่ผ่านมา เพราะกำลังซื้อจากต่างชาติหายไปทันที จากการปิดน่านฟ้าป้องกันการแพร่ระบาด ส่วนตลาดในประเทศก็หดตัวแรงไม่แพ้กัน จากความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจและรายได้ครัวเรือนที่ไม่เหมือนเดิม นั่นย่อมกระทบกับการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งต้องใช้เงินก้อนโต แต่ก็ใช่ว่าตลาดจะไม่มีดีมานด์เสียเลย

เห็นได้จากอสังหาฯ บิ๊กเนม “แสนสิริ” คุณเศรษฐา ทวีสิน ซีอีโอ ได้สรุปยอดโอน ปี 2563 แสนสิริทำได้ 45,000 ล้านบาท เกินเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 43,000 ล้านบาท ทำให้มีกระแสเงินสดในมือ 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ดำเนินธุรกิจไปได้ในปี 2564 ที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่จบ

unlock the future 2021 sansiri
คุณอู้ พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

กลยุทธ์การปรับตัวให้ผ่านปีที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างไร และ Future of Living จะเป็นอย่างไร คุณอู้ พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมให้มุมมองกับ Brand Buffet ว่าการเอาตัวรอดจากวิกฤติโควิด-19 ของแสนสิริ  ได้ปรับตัวทุกด้านเพราะสถานการณ์ไม่ปกติ เริ่มจากพยายามดึงเงินสดเข้ามาก่อน (Cash is King) เร่งระบายโปรดักท์ที่มีอยู่ในสต็อก ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม

แม้ว่าตอนนี้กำลังซื้อได้รับผลกระทบ แต่ก็ยังมีดีมานด์ที่อยู่อาศัยเช่นกัน แต่ความสามารถในการจ่ายได้น้อยลง ผู้ประกอบการก็ต้องเสนอราคาที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ (Affordable)  หรือโปรโมชั่นผ่อนฟรีตามระยะเวลาที่กำหนด ปีที่ผ่านมาต่อเนื่องปีนี้ แสนสิริ ก็ทำแคมเปญผ่อนให้ฟรี 48 เดือน เพื่อเป็นการรอเวลาให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นจากโควิดและลูกค้ามีกำลังซื้อ เป็นการลดสต็อกเพื่อดึงเงินสดเข้ามา และพาลูกค้าไปให้รอดไปด้วยกัน

“แสนสิริผ่านมาหลายวิกฤติแล้ว ตลอดช่วง 3-5 ปี มาแล้ว ไม่ว่าจะผ่านได้เร็วหรือช้า เราก็ผ่านมาได้หมดและครั้งนี้ก็เช่นกัน”

4. เทรนด์ที่อยู่อาศัย 2021 ตอบโจทย์ Affordable

ช่วงโควิด-19 ก็มีการพูดเรื่องพฤติกรรม New Normal  ในธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่จะกลายมาเป็น Future of Living สิ่งที่เห็นได้ในช่วงนี้ คือ ผู้บริโภคมีพฤติกรรมอยู่บ้านมากขึ้น จากมาตรการ Work from Home ใช้บ้านเป็นที่ทำงาน จึงเริ่มมีไลฟ์สไตล์ ทำครัว จัดสวน ต้องการพื้นที่มากขึ้น  การก่อสร้างโครงการใหม่ในกลุ่มบ้านก็ต้องมาคิดกันก่อนว่าจะปรับดีไซน์กันแบบไหนหรือไม่

แต่การก่อสร้างคอนโด ต้องใช้เวลาเร็วสุด 2 ปี เมื่อถึงเวลานั้นโควิดก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ มีวัคซีนและแก้ปัญหาได้แล้ว จึงต้องมองอนาคตให้ไกลกว่าเรื่องเฉพาะหน้า และต้องมองเทรนด์ที่ใช้ได้ในระยะยาว เพราะที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่คนเก็บเงินก้อนใหญ่ที่สุดเพื่อซื้อ และต้องอยู่ 20-30 ปี

เมื่อเป็นการลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ ลูกค้าก็ต้องการความมั่นคง น่าเชื่อถือ “แบรนด์” จึงเป็นเรื่องสำคัญของการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย  “แสนสิริ” พัฒนาที่อยู่อาศัยหลายระดับราคา ดังนั้นต้องทำให้ Brand Image ไปได้กับทุกโปรดักท์ เซ็กเมนต์ ต้องมีดีไซน์ สวยงาม ใช้อยู่อาศัยได้จริง และอยู่ได้ยาวนาน

ยิ่งหลังโควิด คนยิ่งใส่ใจทุกรายละเอียดในการตัดสินใจซื้อ โปรดักท์จึงต้อง Value for money ยิ่งเป็นการซื้อที่อยู่อาศัย สินค้าราคาสูง ยิ่งต้องสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์

อีกทั้งต้องไปกับเทรนด์ เทคโนโลยี ในที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ส่วนหนึ่งก็มาจากโควิด-19 เป็นปัจจัยเร่ง อย่างเรื่อง Contractless ในสาธารณูปโภค (Facilities) ต่างๆ ที่เป็น ส่วนกลาง ประตู ลิฟท์ เปิดปิดอัตโนมัติไม่ต้องสัมผัส เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย

หากพูดถึง Future of living  อสังหาฯ ปี 2021 คงเป็นปีของคำว่า Affordable  เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่ว่าสถานการณ์โควิด ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง อาจกระทบรายได้ของคนทำงาน แต่เชื่อว่า “ที่อยู่อาศัย” ยังเป็นโปรดักท์ที่ ผู้คนมีความต้องการและเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิต  แต่ทุกอย่างต้องมาในแนวตอบโจทย์ ความคุ้มค่าและความสามารถจับจ่ายได้ เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องโฟกัสในปีนี้ เพื่อให้ผู้คนยังมีความสุขกับการซื้อบ้านในราคาที่จ่ายไหว

unlock the future 2021 one asset
คุณพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  One Asset Management

5. เศรษฐกิจฟื้นตัวแบบ K Shape จัดพอร์ตลงทุนหุ้นต่างประเทศ

ในมุมของตลาดทุนปี 2021 คงต้องจับตาการฟื้นตัวว่าจะไปในทิศทางใด หากดูตลาดทุนในต่างประเทศ กลับมาคึกคักแล้วจากหุ้นเทคโนโลยีที่สร้าง New High ให้เห็นกันต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐฯและยุโรปยังมีผู้ติดเชื้อใหม่จำนวนมากก็ตาม

คุณพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  One Asset Management ให้มุมมองทิศทาง  Future of Investment ในปี 2021 ว่าโลกยุค New Normal จะถูกขับเคลื่อนผ่านธุรกิจ “อีคอมเมิร์ซ” เป็นเทรนด์ที่เติบโตทั่วโลก จากการใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายในทุกวัย ช่วงโควิดทุกคนถูกบังคับให้ใช้ออนไลน์  ปกติการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเติบโต 20% ต่อปี

ที่ผ่านมาจึงเกิดปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง Walmart  ซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ  Pfizer ธุรกิจยา  Exxon Mobil ธุรกิจน้ำมัน Coca Cola ธุรกิจเครื่องดื่ม  GE เครื่องใช้ไฟฟ้า  ธุรกิจเหล่านี้ช่วง 20 ปีก่อนเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงระดับโลก  แต่ปัจจุบันถูกกลุ่มเทคโนโลยี อย่าง Apple  Amazon Tesla แซงหน้าไปแล้ว

ปี 2020 ที่โลกเจอกับโควิด ยิ่งทำให้อีคอมเมิร์ซเติบโตสูง  สหรัฐฯและยุโรป ล็อกดาวน์ยาวนาน แต่ตลาดหุ้นฟื้นตัวแล้ว เพราะมีบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมาก ขณะที่ประเทศไทยมีหุ้นเทคโนโลยีไม่มาก นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ตลาดหุ้นไทย ไม่สามารถทำ New High ได้เหมือนตลาดหุ้น NASDAQ และ S&P500 (ดัชนีหุ้นใหญ่สุด 500 ตัวของสหรัฐฯ) ก็ทำ New High ได้ในช่วงโควิด แต่ช่วงโควิดปีก่อนตลาดหุ้นไทยเคยต่ำสุดที่ 969.08 จุด ในช่วงล็อกดาวน์รอบแรก

เช่นเดียวกันเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวได้เร็วหลังโควิด จากธุรกิจเทคโนโลยีระดับโลก นำโดยอีคอมเมิร์ซ Alibaba ธุรกิจเทคโนโลยี Tencent ธุรกิจไอซีที Huawei

ปัจจุบันทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด จีดีพีปี 2020 ติดลบแน่นอน แต่การฟื้นหลังโควิด จะเป็นแบบ U Shape หรือ V Shape ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันต่อ แต่วันนี้เริ่มมีการพูดถึงศาสตร์ใหม่ K Shape Recovery”  คือ ธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยี หรือบริษัทเทคโนฯ ในตลาดหุ้นกลับมาฟื้นตัวได้เร็วกลายเป็นธุรกิจ “ขาขึ้น” แม้ยังอยู่ในช่วงโควิด ขณะที่ธุรกิจดั้งเดิม อย่าง สายการบิน โรงแรม ค้าปลีก หากยังไม่มีวัคซีน ก็ยังได้รับผลกระทบต่อไป กลายเป็น “ขาลง” เหมือนรูปตัว K

หากดูตลาดหุ้นไทย จะเห็นได้ว่า ไม่มีหุ้นเทคโนโลยีมาช่วยดันตลาดให้เติบโตได้มากนัก จึงไม่เห็นการทำ New High เหมือนตลาดหุ้นต่างประเทศ และมีหลายอุตสาหกรรมที่ยังได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว ที่อาจต้องรอถึงปลายปีนี้ หลังจากคนไทยได้รับวัคซีนเป็นจำนวนมากแล้ว

ดังนั้นหากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดหุ้นไทย คงต้องมองการจัดพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศกลุ่มหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าอย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ และจีน เข้ามาในพอร์ต

Buzzebees UNLOCK THE FUTURE 2021
คุณณัฐธิดา สงวนสิน ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (Buzzebees)

6. อีคอมเมิร์ซยังแรง “3 เรื่อง” ต้องมีเกาะเทรนด์ธุรกิจอนาคต

ในยุคที่ธุรกิจและเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจะอยู่รอดได้ ต้องปรับตัวไม่ให้ถูก Disrupt ทั้งการสื่อสารและการทำธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ คุณณัฐธิดา สงวนสิน ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด (Buzzebees) ได้ให้มุมมองในเรื่อง Essentials for Future Entrepreneurs เพื่อสร้างโอกาสไปต่อในโลกอีคอมเมิร์ซ  มี 3 เรื่องที่เป็นเทรนด์การทำธุรกิจวันนี้และในอนาคต

เรื่องที่ 1 Aggregators แพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซและฟู้ดเดลิเวอรี่ ที่กลายเป็นช่องทางสำคัญของผู้ประกอบการและแบรนด์เข้าไปนำเสนอสินค้าอยู่บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้งานจำนวนมาก

เรื่องที่ 2 Build your own database อย่างที่รู้กันว่าการค้าขายในยุคอีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มต่างชาติครองตลาดอยู่ในขณะนี้และข้อมูลลูกค้าทั้งหมดอยู่กับเจ้าของแพลตฟอร์ม ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องมีด้วย คือ การสร้างฐานลูกค้าของตัวเองขึ้นมา เก็บฐานข้อมูลทำเรื่อง Data Targeted เพื่อเข้าใจลูกค้าของตัวเองควบคู่กับการนำเสนอโปรโมชันผ่านช่องทางขายของตัวเองด้วย

เรื่องที่ 3 Online to Offline แม้เป็นโลกยุคอินเทอร์เน็ต แต่พฤติกรรมผู้บริโภคไม่มีใครอยู่ในโลกออนไลน์อย่างเดียว การเข้าถึงผู้บริโภคต้องผสานสองโลก ออนไลน์และออฟไลน์ มาอยู่ด้วยกัน เมื่อแบรนด์มีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดีย นั่นคือฐานลูกค้าที่สามารถดึงมาทำกิจกรรมในฝั่งออฟไลน์ได้ แค่ตัวเลขผู้ติดตามหลักหมื่นทางเฟซบุ๊ก ก็เท่ากับจำนวนคนเต็มพื้นที่อิมแพ็ค อารีน่าแล้ว จึงต้องใช้ประโยชน์จาก Database ออนไลน์ มาทำโปรแกรม CRM เพื่อเข้าใจและตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคผ่าน Customer Journey ในทุกช่วงเวลา

คุณกฤษณะ งามสม ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจโฆษณา LINE Thailand

7. เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว Data ต้องมี 5G กำลังมา  

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วแบบติดจรวด ทั้งยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปยากจะคาดเดามากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงความไม่แน่นอนจากโควิด-19 การทำการตลาดด้วยวิธีการเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่แบรนด์ต้องหาทางรับมือ

คุณกฤษณะ งามสม ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจโฆษณา LINE Thailand ให้มุมมอง Future-Proof Marketing Solutions ที่จะเป็นเครื่องมือการตลาดให้แบรนด์ใช้ในการรับมือและสร้างโอกาสใหม่ๆ จากสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2021 โดยมี 4 เรื่องหลัก

1. ปัจจุบันเป็นยุคที่แบรนด์ต้องนำ Data มาเป็นเครื่องมือในการทำการตลาด ยิ่งมีฐานข้อมูลมากเท่าไหร่ ยิ่งสร้าง “โอกาส” ให้แบรนด์สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในอนาคตได้มากยิ่งขึ้น มาจากเทรนด์เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าจากยุค 3G มา 4G ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน แต่จาก 4G มา 5G ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการใช้งานสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งจะกลายมาเป็นเครื่องมือการตลาดสำคัญในยุคนี้

2. สงครามเทคโนโลยี (Tech War) การแข่งขันอย่างหนักหน่วงทั้งในเรื่องแอปพลิเคชั่น ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ของประเทศในโลกตะวันตกและตะวันออก อย่างกรณีสหรัฐฯที่ไม่ไว้ใจในแพลตฟอร์มของจีน ซึ่งจะทำให้การทำธุรกิจมีความยากขึ้น

3. สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภคให้เปลี่ยนไปจากเดิม จากข้อมูลของนีลเส็น พบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่บ้านมากขึ้น มีความต้องการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ความสามารถในการซื้อน้อยลง เพราะหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากการระบาดอย่างหนัก ขณะที่วิธีการเข้าถึงผู้บริโภคของแบรนด์ก็เปลี่ยนไป เพราะแม้ว่าโลกอินเทอร์เน็ตจะทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม แต่การเดินทางไปมาหากันแบบ Physical จะยากขึ้น แต่ละประเทศจึงต้องพึ่งพาตนเอง ลักษณะการทำธุรกิจจะเป็นแบบ Decentralization มากขึ้น

4. การ Cross Targeting ของ 3rd Party Data จะยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มพยายามจะทำให้แพลตฟอร์มตัวเองมี Ecosystem ที่แข็งแรง เพื่อให้นักการตลาดมาใช้แพลตฟอร์มของตัวเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เมื่อแบรนด์จะทำแคมเปญต่างๆ การ Cross Platform จะเริ่มยากขึ้น ประสิทธิผลจะเริ่มลดลง

แม้ปี 2021 ยังเป็นปีที่ต้องเจอกับโจทย์ยาก แต่หากปรับตัวให้เร็ว ใช้เทคโนโลยีสร้างโอกาส เพื่อปลดล็อกอนาคต สู่โลกธุรกิจใหม่ ที่ไม่ว่าเป็นใครก็ยังมีหนทางไปต่อได้