ขาดทุนมานาน ได้เวลา “Tesla” กำไร! ปี 2020 โตทั้งรายได้-กำไร ชูตลาดจีน แม่แบบการเติบโตในตลาดโลก

“ตลาดรถไฟฟ้า” หรือ Electric Vehicles” หรือเรียกสั้นๆ ว่ารถ EV กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ทั้งรัฐบาลในหลายประเทศ และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ต่างขยับมาในทิศทางนี้

- Advertisement -

เมื่อพูดถึง Major Player ของผู้ผลิตรถยนต์ EV ต้องยกให้กับ Tesla(เทสล่า) ที่ขึ้นชื่อในด้านพัฒนานวัตกรรมสุดล้ำ จนกลายเป็น Disruptor แห่งวงการยานยนต์ในยุคนี้

ถ้าจะกล่าวว่าในปี 2020 เป็นปีทองของ Tesla ก็ว่าได้ เพราะผลประกอบการประจำปี เติบโตทั้งรายได้ และกำไรสุทธิ หลังจากขาดทุนติดต่อกันมาหลายปีนับตั้งแต่ปี 2008

Tesla model 3
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla Model 3

 

ย้อนดูธุรกิจ “Tesla” ในช่วง 13 ปี ขาดทุนติดต่อกัน 12 ปี – ปี 2020 สวนกระแสเศรษฐกิจโลก พลิกกลับมามีกำไร

ปี 2020: กำไร 721 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้รวม 31,536 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

– ไตรมาส 1: กำไร 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้รวม 5,985 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

– ไตรมาส 2: กำไร 104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้รวม 6,036 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

– ไตรมาส 3: กำไร 331 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้รวม 8,771 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

– ไตรมาส 4: กำไร 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้รวม 10,744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  

ปี 2019: ขาดทุน 862 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2018: ขาดทุน 976 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2017: ขาดทุน 1,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2016: ขาดทุน 675 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2015: ขาดทุน 889 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2014: ขาดทุน 294 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2013: ขาดทุน 74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2012: ขาดทุน 396 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2011: ขาดทุน 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2010: ขาดทุน 154 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2009: ขาดทุน 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2008: ขาดทุน 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Tesla Gigafactory Shanghai
โรงงาน Tesla Gigafactory Shanghai กำลังผลิตรถรุ่น Model Y

 

ส่งมอบรถ 499,550 คัน – โรงงานจีนดันยอดผลิตโต รับ Demand ตลาดจีนพุ่ง – ตั้งเป้าปี 2021 ยอดผลิต 750,000 คัน

ปิดปี 2020 Tesla ทำยอดส่งมอบรถยนต์ ได้กว่า 499,550 คัน ถึงแม้จะต่ำกว่าที่คาดไว้ว่าที่ 500,000 คันก็ตาม แต่ถึงอย่างไรยอดการส่งมอบรถตลอดทั้งปีที่ผ่านมาของ Tesla ยังคงเติบโต อยู่ที่ 36% เมื่อเทียบกับปี 2019 ยอดส่งมอบรถอยู่ที่ 367,500 คัน นับว่าสวนทางกับสถานการณ์ COVID-19 ที่สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ทั้งผลประกอบการ Tesla กำไรตลอดปี 2020 และสามารถส่งมอบรถยนต์ในจำนวนดังกล่าวได้นั้น มาจากตั้งโรงงาน Gigafactory ที่เซียงไฮ้ เพื่อฐานการผลิตรถยนต์ Tesla Model 3 และ Model Y ในราคาเข้าถึงได้ง่าย สำหรับเจาะตลาดจีนโดยเฉพาะ ที่มี Demand รถพลังงานไฟฟ้าสูง โดยเริ่มจากทำตลาด Model 3 ก่อน

ทำให้ในปี 2020 Tesla เพิ่มกำลังการผลิต Model 3 ในจีน มากกว่า 5,000 คันต่ออาทิตย์ พร้อมทั้งเริ่มผลิตรถครอสโอเวอร์ Model Y

ล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม ปี 2021 Tesla ได้เปิดตัวรถ Model Y ในจีนแล้ว เริ่มต้นที่ 339,900 หยวน หรือ 52,400 ดอลลาร์สหรัฐ และรุ่นท็อป ราคา 369,900 หยวน หรือประมาณ 57,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Elon Musk, CEO Tesla ถึงกับบอกว่า “จีนเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ Tesla ในระดับโลก และเป็นแม่แบบการเติบโตในอนาคต”

Tesla Gigafactory Shanghai
โรงงาน Tesla Gigafactory Shanghai

ขณะที่แผนการผลิต และแผนการส่งมอบรถยนต์ในปี 2021 Tesla ไม่ได้ระบุถึงยอดการส่งมอบ แต่บริษัทฯ ได้รายงานกำลังการผลิตของโรงงานที่ฟรีมอนต์ แคลิฟอร์เนีย และเซียงไฮ้ สามารถผลิตรถยนต์ได้ 1.05 ล้านคัน แบ่งเป็น

– โรงงานที่ฟรีมอนต์ ผลิตรุ่น Model S, Model X จำนวน 100,000 คัน และรุ่น Model 3, Model Y 500,000 คัน

– โรงงานที่เซียงไฮ้ ผลิตรุ่น Model 3, Model Y จำนวน 450,000 คัน

ส่วนโรงงานที่เบอร์ลิน ประเทศเยอมรมี สำหรับผลิตรุ่น Model Y และเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ผลิตรุ่น Model Y อยู่ในระหว่างกำลังก่อสร้างโรงงาน

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา Elon Musk กล่าวกับนักลงทุนว่า คาดว่าปี 2021 จะมียอดผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 750,000 คัน

นอกจากนี้ Zach Kirkhorn ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า เราคาดหวังว่าจะได้เห็นรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานใหม่ที่เบอร์ลิน และเท็กซัส พร้อมทั้งขายผ่านออนไลน์

Tesla Gigafactory Berlin
โรงงาน Tesla Gigafactory Berlin อยู่ระหว่างก่อสร้าง

จากผลประกอบการ Tesla ในปี 2020 สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณบวกของตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) คลื่นลูกใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในวันนี้ และอนาคต กำลังมาแรงในตลาดโลก

การที่อุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศหนึ่งๆ จะเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ไปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ต้องเกิดหลายภาคส่วนประสานความร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาครัฐ, ผู้ผลิตรถยนต์, ผู้ที่อยู่ในระบบ Infrastructure เช่น ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และผู้บริโภค  

 

 

Source: Tesla

Source

Source

Source

Source

Source