
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่าปัจจุบัน “พลังงาน” ถือเป็นต้นทุนหลักของการใช้ชีวิต ทั้งค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันผันผวน ขณะที่หลายคนยังรู้สึกว่ารถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เข้าถึงยาก และโซลาร์เป็นเรื่องยุ่งยาก
“จริงๆ แล้วปัญหาไม่ใช่แค่เรื่อง EV หรือพลังงาน แต่คือระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน SENA Green Auto จึงไม่ได้เป็นแค่ดีลเลอร์ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมรถยนต์ไฟฟ้า พลังงาน และการเงิน เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ไฟจาก Solar ชาร์จรถ EV ได้เอง ลดค่าไฟและค่าน้ำมันในระยะยาว”
ปั้นแพลตฟอร์มการเดินทางลดค่าใช้จ่าย
SENA ได้พัฒนา Ecosystem ในรูปแบบ The One Platform สำหรับลูกบ้าน SENA ที่สามารถเชื่อม บ้าน รถEV โซลาร์ และโซลูชันทางการเงิน เข้าไว้ในระบบเดียว โดยมี “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank เป็นกลไกด้านการเงิน และ “SenX” เป็นจิ๊กซอสำคัญในการเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือน และบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ปัจจุบันพบว่าค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ อยู่ที่ 16% ของรายได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานผันผวน ถือเป็น Pain Point ที่ SENA ต้องการแก้โจทย์นี้ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มการเดินทาง ที่มีต้นทุนต่ำลงให้มากที่สุด จากการเชื่อมโยงทั้ง บ้าน รถEV โซลาร์ เข้าไว้ด้วยกัน คาดว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายจากการเดินทางลดลงเหลือ 5% ของรายได้
โดยทำให้ “บ้าน” เป็นแหล่งผลิตพลังงาน “โซลาร์” เพื่อใช้ในบ้านและชาร์จรถไฟฟ้า รวมทั้งการใช้รถ EV เพื่อทำให้เป็น Ecosystem เดียวกัน ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายจากการเดินทางลดลง
ขณะเดียวกัน SENA ยังขยายสู่ “The Open Platform” สำหรับลูกค้าทั่วไป ที่สามารถเข้าถึงโซลูชัน บ้านทั่วไป รถ EV โซลาร์ และการเงินได้ แม้ไม่ได้เป็นลูกบ้าน SENA โดยมี “เงินสดใจดี” เป็นตัวช่วยหลักในการออกแบบทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้น Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น และเข้าถึงการบริหารพลังงานในชีวิตประจำวันได้จริง
วาง 3 แกนธุรกิจ ก้าวสู่ New S-Curve
กลยุทธ์ก้าวสู่ New S-Curve ได้วาง 3 แกนธุรกิจหลัก ขับเคลื่อน SENA Ecosystem เชื่อม “การอยู่อาศัย พลังงาน และการเดินทาง” เข้าด้วยกัน ได้แก่
1. ธุรกิจที่อยู่อาศัย
– SENA เน้นพัฒนาที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Affordable ซึ่งเป็นความต้องการจริงของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และสินเชื่อ ผ่านทางเลือกที่หลากหลาย ควบคู่กับ “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ช่วยวางแผนทางการเงิน เพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง
– ปัจจุบันพบว่ายังมีความต้องการที่อยู่อาศัย แต่อัตราปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ของลูกค้าอยู่ที่ 60-70% SENA จึงมีบริการของ “เงินสดใจดี” เข้ามาช่วยดูแลในกลุ่มที่ยังไม่พร้อมกู้สินเชื่อบ้าน ด้วยโมเดล LivNex “เช่าออมบ้าน” เป็นรูปแบบเช่าก่อนซื้อหรือกู้สินเชื่อ เพื่อสร้างเครดิตในการกู้
– ไตรมาส 2 นี้ จะเปิดตัว โซลูชัน “รถแลกบ้าน” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย (SENA เป็นตัวกลางให้ลูกค้าขายรถยนต์กับเต้นท์รถมือสอง)
2. ธุรกิจพลังงานโซลาร์ (Solar Energy)
– ธุรกิจพลังงานโซลาได้ทำต่อเนื่องมากว่า 15 ปี ให้บริการทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และรายย่อย (B2C) ด้วยโซลูชัน Solar + Battery + EV-Ready ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถผลิตและใช้ไฟฟ้าได้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
– บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยพลังงานจากโซลาร์ ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับทั้งการอยู่อาศัยและการเดินทาง
– ปัจจุบันมียอดติดตั้ง Solar Rooftop แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์
3. ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (Green Automotive)
– SENA Green Auto ทำหน้าที่เป็น EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขาย ตั้งอยู่บนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75
– บริการ EV Total Solution สามารถซื้อรถ ติดตั้งโซลาร์ และวางแผนการเงิน (เงินสดใจดี) ได้ในที่เดียว รวมถึงสามารถใช้ไฟจากโซลาร์ชาร์จรถ EV ได้เอง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว
– โซลูชันทางการเงิน เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อช่วยลดภาระทางการเงิน ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV ง่ายขึ้น
– ปี 2569 วางเป้าหมายยอดขาย EV รวม 1,000 คัน รายได้ 800 ล้านบาท และเป็นตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีก 1 แบรนด์ คือ XPENG จากจีน
ปีนี้ SENA วางเป้าหมายรายได้ 14,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจ คือ ที่อยู่อาศัย 87% ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (recurring income) 10% และธุรกิจกลุ่ม Green Energy 3%
“วิกฤตพลังงาน” ไม่ใช่เพียงสถานการณ์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว การพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน และการเดินทาง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ SENA วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมค่าใช้จ่ายและใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้จริงในระยะยาว
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE






