ลูกค้าองค์กรเปลี่ยนมา WFH ดันรายได้ไมโครซอฟท์พุ่ง 17% ไตรมาสเดียวแตะล้านล้านบาท

Resize Microsoft's CEO

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ของงบการเงินปี 2021 พบยอดขายเติบโตเหนือนักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยเพิ่มขึ้นถึง 17% เหตุเพราะลูกค้าองค์กรเพิ่มการใช้คลาวด์ และซอฟต์แวร์ของทางค่ายเพื่อรองรับการ Work From Home ส่งผลให้รายได้รวมแตะ 43,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,291,900 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิจากไตรมาสนี้ไปถึง 15,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

- Advertisement -

ได้ดีเพราะ Covid-19 ไปอีกหนึ่งราย สำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft โดยในการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัท (สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2020) พบว่า สามารถทำผลการดำเนินงานได้เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ค่อนข้างมาก โดยธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ก็คือ บริการคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ที่ทำรายได้เพิ่มขึ้น 26% เหตุเพราะลูกค้าองค์กรของไมโครซอฟท์ต่างขยับธุรกิจหนีขึ้นไปอยู่บนคลาวด์กันเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศได้ดีขึ้น โดยในจำนวนนี้ พบว่า Azure มีการเติบโตสูงสุดถึง 50%

นอกจากนั้น เมื่อต้องทำงานจากระยะไกล การมีซออฟต์แวร์ที่รองรับการทำงานได้ก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น ซึ่งโปรดักซ์ของไมโครซอทฟ์อย่าง Office 365 ก็เข้ามาตอบโจทย์นี้ได้พอดิบพอดี เราจึงได้เห็นการเติบโตชนิดที่หลายคนต้องอิจฉาเกิดขึ้นในที่สุด

แต่ยังไม่จบเท่านั้น เพราะไมโครซอฟท์ยังมีธุรกิจเกมด้วยอีกหนึ่งขา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีกว่า ธุรกิจนี้เฟื่องฟูไม่เบาในช่วงล็อกดาวน์ สำหรับไมโครซอฟท์ ตัวเลขจากธุรกิจเกมในไตรมาส 2 พบว่า ทำรายได้ทะลุ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกด้วย และความแกร่งทั้งหมดนี้ เมื่อมาอยู่รวมกันก็ทำให้หุ้นของไมโครซอฟท์พุ่งขึ้นถึง 4.7% หลังประกาศผลประกอบการ

Amy Hood ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของไมโครซอฟท์ซึ่งเป็นผู้กล่าวถึงตัวเลขผลประกอบการยังบอกด้วยว่า ในไตรมาส 2 นี้ การใช้งานซอฟต์แวร์ Office 365 สำหรับลูกค้าองค์กรทำรายได้เพิ่มขึ้น 21% จำนวนผู้ใช้งานในระดับองค์กรเพิ่มขึ้น 15% และจำนวนผู้ Subscribed บริการ Microsoft 365 เพิ่มขึ้น 28% คิดเป็นตัวเลข 47.5 ล้านคน

หรือในส่วนของธุรกิจเกม หลังจากที่บริษัทได้มีการเปิดตัวเครื่องเล่นเกม Xbox รุ่นใหม่ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็พบว่ารายได้จากคอนเทนต์ของ Xbox เติบโตขึ้น 40% ด้วยเช่นกัน กระทั่งบริการ LinkedIn ก็ยังทำรายได้เพิ่มให้บริษัทถึง 23%

แต่ทั้งหมดนี้ต้องบอกว่า หากไม่มีการเตรียมตัวด้านโครงสร้างพื้นฐานเอาไว้ล่วงหน้า ผลประกอบการระดับนี้คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

Source

Source