กท.ยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องเฟซบุ๊กเหตุจ้างแรงงานต่างชาติมากกว่าอเมริกันชน

อย่างนี้ก็มีด้วย กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องเฟซบุ๊ก (Facebook) ข้อหาเลือกปฏิบัติ ไม่ยอมจ้างงานอเมริกันชน แต่หันไปจ้างงานต่างชาติที่ถือวีซ่า H-1B หรือวีซ่าชั่วคราวแทน

- Advertisement -

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้อ้างข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี 2018 – 2019 ที่พบว่า เฟซบุ๊กได้ปฏิเสธที่จะจ้างงาน หรือพิจารณาคนอเมริกันที่มีคุณสมบัติตรงตามที่บริษัทกำหนดมากกว่า 2,600 ตำแหน่ง โดยบอกว่าตำแหน่งเหล่านั้นถูกสำรองไว้ให้กับคนที่ถือวีซ่า H-1B แถมเงินเดือนเฉลี่ยของตำแหน่งเหล่านั้นก็สูงมาก ประมาณ 156,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

สำหรับคนที่ยื่นขอวีซ่า H-1B ในปี 2019 นั้นหลัก ๆ คือชาวอินเดีย กับจีน โดยมีการยื่นเอกสารมากกว่า 420,000 คน จากจำนวนวีซ่าที่มีให้ 85,000 คน โดยจำนวนนี้แบ่งเป็นชาวอินเดียถึง 74.5% และจีนแผ่นดินใหญ่ 11.8%

น่าแปลกที่กรณีนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะเฟซบุ๊ก แต่ต้องบอกว่าบริษัทจำนวนมากในซิลิคอนวัลเลย์ต่างก็เลือกจ้างแรงงานต่างชาติ เห็นได้จากปี 2019 มีการจัดอันดับบริษัทเทคโนโลยีที่จ้างแรงงานต่างชาติที่ถือวีซ่า H-1B เอาไว้ด้วย โดยอันดับแรกคือกูเกิล (Google) ที่มีการจ้างงานถึง 10,577 ตำแหน่ง ตามมาด้วยแอมะซอน (Amazon) 7,705 ตำแหน่ง ไอบีเอ็ม (IBM) 7,237 ตำแหน่ง ไมโครซอฟท์ (Microsoft) 6,041 ตำแหน่ง และเฟซบุ๊ก (อยู่ในอันดับ 5 ก็ยังไม่วายโดนฟ้อง) อีก 3,212 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ ผู้ช่วยอัยการสูงสุด Eric S. Dreiband กล่าวสำทับด้วยว่า ข้อความที่เราส่งถึงนายจ้าง รวมถึงนายจ้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีก็คือ คุณไม่สามารถเลือกจ้างแรงงานต่างชาติหรือคนที่ถือวีซ่าชั่วคราวแทนที่จะเป็นคนสัญชาติอเมริกันได้

นอกจากนั้น กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังมองว่า การที่เฟซบุ๊กเลือกจ้างแรงงานต่างชาติที่ถือวีซ่า H-1B หรือวีซ่าชั่วคราวเป็นเพราะพนักงานเหล่านั้นมีแนวโน้มจะอยู่กับองค์กรนานกว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะคนที่ถือวีซ่า H-1B หรือวีซ่าชั่วคราวต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากกว่า หากต้องการเปลี่ยนงานนั่นเอง

Source