เจาะเบื้องหลัง InfluenceStar เมื่อ “ไลน์” ขอปั้นไอดอลเข้าสังกัดเป็นทั้งดารา+อินฟลูเอนเซอร์

Line Idol

ในยุคที่ใครๆ ก็แจ้งเกิดได้กับตำแหน่ง “อินฟลูเอนเซอร์” ตั้งแต่ระดับ นาโน ไปถึง เมกา อินฟลูเอนเซอร์ ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และกลายเป็นเครื่องมือการตลาดทรงพลัง ในยุคที่อินฟลูเอนเซอร์มีให้เลือกมากมาย แต่ทำไม LINE ยังต้องลุกขึ้นมาปั้นไอดอล เข้าสังกัดของตัวเอง ตามดูเบื้องหลังโปรเจกต์ Debut ของ LINE IDOL กับการสร้าง InfluenceStar ประดับวงการ

- Advertisement -

หากดูอาณาจักร LINE ในฝั่งบริการด้านคอนเทนต์ มีแพลตฟอร์มหลากหลายทั้ง LINE Chat บริการ Free Massaging, LINE Stickers แบบออฟฟิเชียลและครีเอเตอร์, LINE TV บริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์จากพาร์ทเนอร์และออริจินัล คอนเทนต์, LINE Today ช่องทางติดตามข่าวสารแวดวงต่างๆ , LINE Melody บริการเสียงเรียกเข้าและเสียงรอสาย, LINE WEBTOON แพลตฟอร์มอ่านการ์ตูนดิจิทัล

ด้าน LINE for Business บริการหลักๆ ฝั่งธุรกิจ LINE OA บัญชี LINE ของแบรนด์และสินค้า, LINE Idol ช่องทางการสื่อสารของไอดอล ศิลปิน คนดังกับแฟนคลับหรือผู้ติดตาม เรียกว่าเป็น LINE Ecosystem ครบวงจรทั้งการนำเสนอคอนเทนต์ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 44 ล้านคน และเป็นเครื่องมือ (Tools) สื่อสารแบรนด์ยุคใหม่

เมื่อแพลตฟอร์มแข็งแกร่งแล้ว อีกโอกาสที่ LINE มองเห็นคือกลับไปที่ธุรกิจต้นน้ำกับการสร้าง Talent ใหม่ๆ เพื่อผลิตคอนเทนต์ป้อนให้กับแพลตฟอร์ม LINE จึงเกิดเป็นบิสซิเนส Talent Management  ปั้น “เอนเตอร์เทนเมนต์ อินฟลูเอนเซอร์” เข้าสู่วงการ

LINE Idol

สร้าง InfluenceStar ได้ทั้งดารา+อินฟลูเอนเซอร์    

มาดูเบื้องหลังการพัฒนาธุรกิจใหม่ Talent Management ของ LINE กับ คุณณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าฝ่ายการพาณิชย์ ธุรกิจคอนเทนต์และสื่อ LINE ประเทศไทย เล่าว่ามุมมองการเป็น “ไอดอล” ในยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงการเป็น “ดาราหรือนักแสดง” ในฝั่งสื่อออฟไลน์  หรือเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” ในฟากออนไลน์ เท่านั้น เพราะเทรนด์การตลาดได้ก้าวสู่ OMO หรือ Online Merges with Offline

การทำเรื่อง Talent Management ของไลน์จึงแตกต่างด้วยนิยามใหม่ให้กับไอดอล สู่การเป็น InfluenceStar ที่มาจากส่วนผสมของ Influencer และ Star  คือต้องมีทักษะทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งด้านการแสดง ร้องเพลง เต้น ความคิดสร้างสรรค์ในงานคอนเทนต์ ที่สำคัญต้องเข้าใจการใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงผู้ติดตามในโลกออนไลน์

นั่นจึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ LINE IDOL ได้เปิดออดิชั่น ออนไลน์ครั้งแรกช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อค้นหาไอดอลหน้าใหม่เข้าสู่วงการ โดยมีผู้สนใจส่งคลิปมาสมัครกว่า 2,000 คลิป และได้คัดเลือกผู้ชนะ (Winner) 4 คน คือ กาฟิวส์-พันธุ์ธัช กันคำ, มาร์ค – ภาคิน คุณาอนุวิทย์, ไรซ์ – ณฐิฏ กวีกรณ์วงศ์ และ ป๋อมแป๋ม – แทนรัก อัศวเลิศลักษณ์

รวมทั้ง Trainees อีก  3 คน คือ ต้า – ธนินรท์รัฐ วาศศรีวัฒน์, พลอย – ชนิกานต์ โศภิษฐ์วิศิษฎ์ และซอนย่า – กรกนก แตงงาม

ทั้ง 7 คนได้เข้าสู่ LINE Debut Camp เวิร์คช็อปครั้งแรกในประเทศไทย กับการปั้นไอดอลสู่การเป็น “เอนเตอร์เทนเมนต์ อินฟลูเอนเซอร์” ยุคใหม่ โดยเซ็นสัญญา 3 ปี เป็นไอดอลในสังกัด LINE

Line Idol
4 winners

พลัง LINE Ecosystem สร้างผู้ติดตามระดับ “เมกา อินฟลูเอนเซอร์”

การปั้น  InfluenceStar ถือเป็นการทำเรื่อง Talent Management ธุรกิจต้นน้ำ สร้างอินฟลูเอนเซอร์และนักแสดง สังกัด LINE เป็นครั้งแรก ปีนี้คัดเลือกมาได้ 7 คน และจะเปิดเวทีออดิชั่นใหม่ทุกปี

สิ่งที่ ไลน์ แตกต่างในการทำเรื่อง Talent Management มาจากจุดแข็งของแพลตฟอร์ม ที่บรรดา InfluenceStar ทั้งหมดจะใช้เป็นเวทีปล่อยของตามความสามารถของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น ดารานักแสดง ผ่าน LINE TV การทำเพลงกับ LINE Melody  การทำคอนเทนต์ผ่าน LINE Sticker และ LINE Today  โดยไลน์พร้อมผลักดันผลงานของเหล่า InfluenceStar ในทุกช่องทาง

เครื่องมือสำคัญ LINE OA จะปล่อยสปอนเซอร์ สติ๊กเกอร์ ให้กับน้องๆ InfluenceStar บน LINE Idol ที่จะช่วยสร้างผู้ติดตามหลัก  1 ล้านคน ได้ภายใน 1-2 เดือน เรียกกว่าก้าวสู่ระดับ Mega Influencer ได้อย่างรวดเร็วผ่านเครื่องมือสนับสนุนทั้งหมดของ LINE Ecosystem

LINE DEBUT CAMP Line Idol

ประเดิมซีรีส์ LINE TV เกาะเทรนด์การตลาดอินฟลูเอนเซอร์มาแรง

สำหรับ InfluenceStar ทั้ง 7 คน จะทำงานด้านคอนเทนต์ตามทักษะของแต่ละคนร่วมกับไลน์ โดยมี LINE Idol เป็นผู้ดูแล ผลงานซีรีส์เรื่องแรกเป็น ออริจินัล คอนเทนต์ทาง LINE TV ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564

การทำงานของ InfluenceStar ทั้งหมดไม่ได้จำกัดการเป็น “นักแสดง” กับแพลตฟอร์มไลน์เท่านั้น แต่เปิดกว้างสามารถทำงานได้กับทุกค่าย  ซึ่งก็มีผู้จัดละครติดต่อที่จะใช้ InfluenceStar หลายคนไปร่วมงานด้วยในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า

นอกจากนี้ InfluenceStar จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาด จากเทรนด์ “อินฟลูเอนเซอร์” ที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ตลาดอีคอมเมิร์ซขยายตัวสูงมาก ทำให้อินฟลูเอนเซอร์เติบโตตาม เพราะผู้บริโภคในยุคนี้ไม่ได้เชื่อการโฆษณาของแบรนด์ผ่านสื่อต่างๆ แต่เชื่ออินฟลูเอนเซอร์ที่พวกเขาเชื่อถือ

“วันนี้แบรนด์ต่างๆ ใช้งบผ่านสื่อออนไลน์สัดส่วน 50% เท่ากับออฟไลน์  ฝั่งออนไลน์ที่เติบโตสูงสุดคือ อินฟลูเอนเซอร์”

กลุ่ม InfluenceStar ที่มีแพลตฟอร์มไลน์สนับสนุน สามารถสร้างผู้ติดตามและฐานแฟนคลับระดับ “เมกา อินฟลูเอนเซอร์” มีทักษะทั้งออฟไลน์และออนไลน์ จึงตอบโจทย์การทำแคมเปญของทั้งแบรนด์และเอเยนซีรูปแบบ Hybrid ทุกช่องทางในยุคนี้

การเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม LINE คือจุดเด่นที่แตกต่างในการสร้างไอดอลและโอกาสจากการทำ Talent Management ที่ไลน์มองเห็น ท้ายที่สุดเหล่า InfluenceStar หน้าใหม่ที่สร้างขึ้นก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ LINE Ecosystem ตอกย้ำการเป็น Life Infrastructure ของผู้คนและธุรกิจ