CIMB THAI Bank ปั้นแบรนด์ผ่านประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า เดินหน้าสู่ Digital-led Bank เต็มตัว

คนไทยใช้เวลาบนโทรศัพท์มือถือสูงติดอันดับโลก เสพติดมือถือ (Mobile Savvy) ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างผ่านมือถือ แน่นอนว่าในธุรกิจการเงิน ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ และใช้เวลาในการสร้างความน่าเชื่อถือนาน แต่คนไทยก็มีความต้องการที่จะเปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ๆ

- Advertisement -

“นี่คือโอกาสของ CIMB THAI Bank ที่จะนำเสนอบริการที่มีดิจิทัลเป็นตัวนำ”  คุณมาร์ติน บักโฮส (Mr. Martin Buchholz) ผู้บริหารธนาคารดิจิตอล ที่มีหน้าที่ดูแลฝ่าย Digital Banking ของธนาคาร CIMB THAI Bank กล่าวเมื่อ BrandBuffet เริ่มสอบถามถึงโอกาสของ CIMB ถึงการแข่งขันในประเทศไทย

CIMB เป็นธนาคารอันดับ 5 ในอาเซียน แม้ที่ประเทศไทย CIMB THAI Bank จะมีสาขาเพียง 55 สาขา แต่ด้วยวิสัยทัศน์ และนโยบายที่จะมุ่งสู่ Digitalled Banking ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่า “จำนวนสาขา” หรือ “จำนวนตู้เอทีเอ็ม” ไม่ใช่สิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด ในการแข่งขันของธนาคารในยุคนี้

CIMB THAI Bank สร้างแบรนด์ผ่านประสบการณ์จริง

ใครๆ ก็บอกว่า Go Digital ทั้งนั้นแหละ แล้ว CIMB THAI Bank จะทำให้แตกต่างได้อย่างไร? นี่คือสิ่งที่ BrandBuffet  ตั้งคำถามอยู่ในใจ และดูเหมือนว่า คุณมาร์ตินจะเดาได้ ทั้งๆที่เราเพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก

“สำหรับแบงก์ใหญ่ การก้าวเข้าสู่ดิจิทัล อาจจะเป็นเรื่องของการประหยัดต้นทุน แต่ที่ CIMB THAI Bank เราแตกต่างออกไป เรามุ่งสู่ดิจิทัล เพราะผู้บริโภคต้องการ เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้า แม้จะมีเพียงแค่คอมเมนต์เดียว เราก็จะใส่ใจ เข้าไปดูว่า เราจะทำอะไร ให้ดีขึ้นได้บ้าง และเราประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็น Digital-led Bank ก็เพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า”

สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม และพฤติกรรมการใช้เงินของคนไทยในปัจจุบัน ที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นทุกวัน นอกจากนี้คุณมาร์ตินยังชี้ให้เห็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในประเทศว่า ในอนาคตตู้เอทีเอ็มจะไร้แบรนด์ ทุกธนาคารกดจากตู้เดียวกัน แล้วร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่าย โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นตัวกลาง

“นั่นยิ่งทำให้แนวทางการสร้างแบรนด์ของ CIMB THAI Bank เดินหน้าไปถูกทางมากยิ่งขึ้น เพราะเราสร้างแบรนด์จากประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า เราใส่ใจกับการบริการลูกค้าให้ดีที่สุด และเชื่อว่าถ้าทำให้ทุก Touch Point ของการใช้งาน สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี ทำให้ลูกค้าประทับใจ ลูกค้าจะรักและจดจำเราได้ไปเอง” คุณมาร์ติน ย้ำ

คุณมาร์ติน บักโฮส (Mr. Martin Buchholz) ผู้บริหารธนาคารดิจิตอล

จากแนวคิดดังกล่าว ทำให้วิธีการทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายแต่ละส่วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ลูกค้ากลุ่ม Baby Boomer ต้องการผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง รวมทั้งความมั่นคงหลังเกษียณ ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีความซับซ้อน โดยทางธนาคารจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมๆกับกระตุ้นให้ใช้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งทำให้การติดต่อบางอย่างสะดวกกว่าเดิม ที่ผ่านมา CIMB THAI Bank ขายพันธบัตรหรือหุ้นกู้หลายตัว ผ่านแอปพลิเคชัน และขายหมดภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งวิธีการนี้เหมาะกับลูกค้ามากกว่าที่จะมารอลุ้นต่อคิวรอที่ธนาคาร

ยิ่งก้าวสู่ Digitalled Bank ยิ่งใช่สำหรับคน Gen Z

ขณะที่กลุ่มมิลเลนเนียล หรือว่า Gen Y – Gen Z อาจจะรับรู้แบรนด์ผ่านออนไลน์มากกว่า และเลือกที่จะสนใจเฉพาะ lifestyle ที่ match กับตัวเอง คุณธีรธิดา คุวันทรารัย ผู้บริหารการตลาดธุรกิจรายย่อย อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่ธนาคารลุยจับกลุ่มฐานลูกค้า Gen Y นี้ทำให้ธนาคารต้องปรับลุคการสื่อสาร โดยธนาคารได้ออกแคมเปญนำร่อง กับการเปิดตัว “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ชิลดี” บัญชีที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุดในตลาดถึง 2% ไม่มีค่าธรรมเนียม สมัครง่ายผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งเมื่อเราตั้งใจจับกลุ่มลูกค้า Gen Y – Gen Z แล้วนั้น รูปแบบการนำเสนอจึงต้องมีความต่าง ฉีกกฎการออกแบบสื่อโฆษณาเดิมๆโดยสิ้นเชิง ซึ่งธนาคารเลือกใช้สี 3 สีผสมกันลงตัว สะดุดตา และเป็นที่จดจำ ในหลากหลายโทน พร้อมเลือกใช้สื่อ และช่องทางการสื่อสาร ให้หลากหลายเน้นผ่านออนไลน์ตาม lifestyle ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งบทพิสูจน์ของแคมเปญทำให้ยอดเปิดบัญชีโตขึ้นกว่าเดิม 300% และยังคว้ารางวัล Best Digital Marketing Initiatives และ Best New Product Launch จากเวที Global Retail Banking Innovation Awards 2020 จัดโดย The Digital Banker เวทีที่มีการแข่งขันอย่างน่าจับตาจากการชิงชัยร่วมกับธนาคารทั่วโลกกว่า 400 แห่ง

นี่คือตัวอย่างของการสร้างแบรนด์ผ่านวิสัยทัศน์ Digital-led Bank ผ่านประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก

คุณธีรธิดา คุวันทรารัย ผู้บริหารการตลาดธุรกิจรายย่อย

เตรียมจับมือแพลตฟอร์ม ECommerce

ก้าวต่อไปของธนาคาร CIMB THAI Bank จะเน้นการตอบโจทย์ Digital Lifestyle ของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคยเป็นอย่างดี คุณเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย เผยว่า ทางธนาคารกำลังจับมือกับแพลตฟอร์มการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ (E-Commerce) เจ้าใหญ่แห่งหนึ่ง ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้ง่ายขึ้น สามารถอนุมัติวงเงินการซื้อสินค้าให้ทันที โดยที่ไม่ต้องมีบัตรเครดิต เพื่อจับกลุ่มลูกค้า Gen Y – Gen Z ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มี lifestyle การซื้อของออนไลน์อยู่เป็นประจำ และธุรกิจ E-Commerce เติบโตอย่างมากใน 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

“ปกติการปล่อยสินเชื่อจะต้องมีตรวจสอบประวัติทางการเงินของลูกค้า แต่ในยุคปัจจุบัน เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าโดยใช้ Artificial Intelligence (AI) เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้า คาดเดาความต้องการของลูกค้า รวมทั้งประเมินความสามารถทางด้านการเงิน ผ่านพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของลูกค้า โดยวงเงินอาจจะไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการซื้อของออนไลน์ และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันธนาคารอยู่ในระหว่างการขอ Digital Lending License จากธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่” คุณเอกสิทธิ์อธิบายเพิ่มเติม

การทำงานร่วมกับ E-Commerce เอาใจขาช้อป เป็นเพียงจุดเริ่มต้นหนึ่งเท่านั้น CIMB THAI Bank เปิดเผยให้เห็นว่า พร้อมที่จะให้ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์อื่นๆอีกหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

“เราพร้อมทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ และองค์กรอื่นๆ เพื่อให้สินค้าของเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับความต้องการของลูกค้าของเรา ไม่ว่าทางใดก็ตาม เรามีความยืดหยุ่นสูง” คุณมาร์ตินหัวเรือใหญ่ฝั่งดิจิทัลกล่าว

ฝ่ายดิจิทัลของ CIMB THAI Bank ปัจจุบันประกอบด้วยคนรุ่นใหม่กว่าร้อยชีวิต ที่นั่งทำงานอยู่ในบรรยากาศคล้ายกับสตาร์ทอัพ ผู้บริหารทั้งสามคนเล่าว่า การจะทำให้องค์กรก้าวเข้าสู่ดิจิทัลได้ ต้องเริ่มจากการเปิดใจตัวเอง บ่อยครั้งที่พวกเขาต้องเป็นฝ่ายเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ในทีม และลองผิดลองถูกร่วมกัน เพื่อหาโซลูชันที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และในปลายปีหน้า การทำงานที่ผ่านมาของ CIMB THAI Bank น่าจะมีผลงานเป็นรูปธรรมให้เห็นมากขึ้น

สนใจ CIMB THAI Digital Banking Application สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://onelink.to/cimbntb

#ChillDSavings #CIMBTHAIAPP #เรื่องฟรีเราจริงจัง #ForwardYourDigitalLife #ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย #CIMBTHAIBank