4 เทคนิคพิชิตตลาดอสังหาฯ ทำอย่างไรให้บ้านราคา 4.5 ล้านยังขายคนจีนได้

 

property real estate บ้าน คอนโด

AVG Thailand เผยเทคนิคเจาะตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนยุคหลัง Covid-19 พบคลิป 360 องศากลายเป็นทางเลือกสำคัญในการตัดสินใจซื้อข้ามประเทศ แนะแบรนด์ควรใส่ข้อมูลสำคัญ เช่น ทิศทางแสงแดด ฮวงจุ้ย สี เข็มทิศ ลงในคลิปเพิ่มความเชื่อมั่นในการซื้อ

- Advertisement -

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม (อาจ) ยังมีหวัง หลังพบความต้องการซื้อคนจีนยังอยู่ แต่การจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว เนื่องจากการระบาดของ Covid-19 ที่ทำให้นักลงทุนจีนไม่สามารถมาดูห้องพักด้วยตัวเองได้อีกต่อไป จึงทำให้คนจีนรุ่นใหม่มองหาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การนำเสนอโครงการ หรือห้องพักผ่านคลิป 360 องศามากขึ้น

ข้อมูลดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ผ่านงานสัมมนา The Return of Rising Real Estate Era ที่คุณชฎากร ธนสุวรรณเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AVG Thailand ในเครือ YDM Thailand กล่าวว่า ความต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยของนักลงทุนจากจีนยังมีอยู่ เห็นได้จากข้อมูลการเสิร์ชของไป่ตู้ (Baidu) ในหมวด Thailand Property ที่พุ่งสูงขึ้นทันทีหลังจากภาครัฐมีนโยบายทัวร์ริสต์วีซ่า 270 วัน

นอกจากนี้ คุณชฎากรเผยว่า เหตุผลที่อสังหาริมทรัพย์ในไทยยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีนเพราะประเทศไทยอยู่ใกล้กับจีนแผ่นดินใหญ่ มีอากาศดี (ไม่มีฤดูหนาวที่หนาวมากเกินไป) อาหารการกินมีคุณภาพกว่าประเทศจีน ราคาของอสังหาริมทรัพย์ยังไม่สูงมากนัก และที่สำคัญ สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้กับลูกหลานได้ ในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจีน คนจีนจะไม่ได้สิทธิครอบครอง เป็นเพียงการเช่าใช้ในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง

จับใจคนจีนในยุค Covid-19

จากข้อมูลของ AVG Thailand พบว่า คนจีนที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยนั้น หลัก ๆ อาศัยอยู่ใน 5 เมืองใหญ่อย่าง กวางตุ้ง, ปักกิ่ง, เจียงซู, เซี่ยงไฮ้ และเจ้อเจียง โดยเป็นผู้ชายถึง 66% และผู้หญิง 34% อายุเฉลี่ย 30 – 39 ปี สำหรับระดับราคาที่คนจีนสนใจซื้อคือไม่เกิน 1 ล้านหยวน หรือประมาณ 4.59 ล้านบาท

property avg china อสังหา คอนโด
ขอบคุณข้อมูลจาก AVG Thailand

แต่ทั้งหมดทั้งมวล พบว่า กลุ่มที่อยากมาซื้อมากที่สุดตอนนี้คือนักลงทุน และสิ่งที่นักลงทุนมองหาก็คือเรื่องของส่วนต่าง และการได้รีเทิร์นที่ดี ซึ่งนำไปสู่กลยุทธ์ 3 ข้อในการเจาะตลาดให้ได้ผล นั่นคือ

Active อย่างฉลาด

โดยคุณชฎากรยังได้กล่าวถึงพฤติกรรมที่น่าสนใจของคนจีนข้อหนึ่งคือเรื่องของ Trust หรือความเชื่อมั่น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้มีหลายทาง ทั้งการอ่านรีวิวออนไลน์ การพูดปากต่อปาก ด้วยเหตุนี้การสร้างชื่อเสียง หรือความเชื่อมั่นผ่านคอมมูนิตี้ต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญหากต้องการเอาชนะตลาดจีน

“ชื่อเสียงของแบรนด์สำคัญมาก ซึ่งการสร้างชื่อเสียงในทางที่ดีมีหลายวิธี เช่น การเข้าถึงคอมมูนิตี้ของคนจีนในประเทศไทย เช่น คนจีนที่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือในย่านบางนา พัทยา สุขุมวิท ผู้ปกครองในโรงเรียนนานาชาติ ฯลฯ เพราะคนจีนในจีนแผ่นดินใหญ่จะถามคนจีนในไทยว่ารู้จักโครงการไหม หรือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านรีวิวบนโลกออนไลน์ เพราะการสำรวจของ PwC พบว่า 54% ของคนจีนจะอ่านรีวิวออนไลน์ ก่อนตัดสินใจซื้อทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่จองโรงแรมไปจนถึงซื้อบ้าน ขณะที่ระดับโลกจะอ่านรีวิวน้อยกว่าคือ 47% เท่านั้น”

มีตัวตน (Visible) ให้ถูกจริตคนจีน

หลายครั้งที่แบรนด์ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ของจีน และนำไปสู่ความผิดพลาดทางการโฆษณาอย่างร้ายแรง เช่น กรณีของ D&G ที่นำตะเกียบมาคีบพิซซ่า หรือกรณีของเว็บไซต์ในเครือแมริออท (Marriott) ที่สร้างตัวเลือกเขตปกครองพิเศษฮ่องกงให้เทียบเท่าประเทศจนถูกสั่งปิดเว็บไซต์ ดังนั้น หากต้องการไปขายของให้กับคนจีน ก็ต้องไม่ลืมมองในจุดนี้ด้วย

“การเข้าไปมีตัวตนที่จีน จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ ที่ Chinese-Friendly นั่นคือ ควรสร้างขึ้นในประเทศจีน เพื่อให้ได้สปีดในการเข้าถึงที่รวดเร็ว, รองรับการทำ SEO ของไป่ตู้ (Baidu), ทำงานโดยยึด Mobile-First เป็นสำคัญ และควรต้อง Link กับโซเชียลมีเดียของจีน เช่น วีแชท (WeChat) ให้ได้ เพราะคนจีนไม่ใช่อีเมลแล้ว” คุณชฎากรกล่าว

 

คอนโด อสังหา condo property

อยู่บนโซเชียลมีเดียจีนให้เป็น

ข้อสุดท้ายคือเรื่องของการเจาะตลาดจีนหนีไม่พ้นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งจากพฤติกรรมของคนจีนที่เน้นอ่านรีวิวนั้น แบรนด์ควรทำ official account ให้ถูกต้องน่าเชื่อถือ และใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างชื่อเสียงในทางที่ดีผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • เว่ยป๋อ (Weibo) ทำหน้าที่คล้าย Instagram, Facebook, Twitter ในประเทศไทยรวมกัน
  • จือฮู มีลักษณะเป็นเว็บบอร์ดคล้ายพันทิป และมีกลุ่มคนจีนที่มีรายได้สูงเข้าใช้งานพอสมควร
  • เถาเถียว เป็นแอปเกี่ยวกับการรายงานข่าว แต่จะมีการแทร็ก behavior ของผู้อ่านตลอดเวลา และจัดข่าวให้เหมาะกับพฤติกรรม ในจุดนี้คุณชฎากรแนะนำว่า ถ้าเราทำคอนเทนต์ให้แมทช์กับเถาเถียวได้ ก็มีโอกาสที่คอนเทนต์นั้นจะเข้าถึงผู้บริโภคจีนได้อีกทางหนึ่งด้วย
  • วีแชท (WeChat) โดยวีแชทสำหรับคนจีนคือซูเปอร์แอป ทั้งสามารถจองโรงพยาบาล จองคุณหมอ เรียกแท็กซี่ จ่ายเงิน ซื้อของ ฯลฯ
ชฎากร AVG Thailand ตลาดจีน อสังหา
คุณชฎากร ธนสุวรรณเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AVG Thailand

ความกลัวของคนจีน

ที่กล่าวมาข้างต้นอาจเป็นการเตรียมความพร้อมด้านคอนเทนต์เพื่อเอาชนะตลาดจีน แต่อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยากบุกตลาดจีนไม่แพ้กันก็คือ การทำความเข้าใจความกลัวลึก ๆ ในจิตใจของคนจีน

โดยคุณชฎากรอธิบายว่า ในจีนมีคำอุปมาอุปไมยหนึ่งที่ว่า ซื้อควายหลังเขา หรือแปลเป็นไทยก็คือการซื้อแล้วได้สินค้าไม่ตรงปก โดยเฉพาะในวันที่คนจีนเองไม่สามารถเดินทางมาดูโครงการได้อีกต่อไป

“สิ่งที่เราพบคือ นักลงทุนจีนมากกว่า 80% ใช้เทคโนโลยี 360 องศาในการพิจารณาข้อมูลก่อนตัดสินใจกันแล้ว และเขายังละเอียดขนาดที่ว่า มีเข็มทิศอยู่ที่พื้น ทำให้เห็นว่าบ้านหันไปทางทิศไหนด้วย”

ด้วยเหตุนี้ คำแนะนำจาก AVG Thailand คือ ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยีเป็นแล้วจะสามารถเจาะตลาดได้ แต่ต้องคำนึงถึงมุมมองของคนจีนด้วยว่าชอบอะไร และใส่สิ่งนั้นลงไปในคอนเทนต์ด้วยจึงจะเป็นคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ต่อแบรนด์อย่างแท้จริง

“มีหลายอย่างที่คนจีนกับคนไทยชอบไม่เหมือนกัน เช่น คนไทยชอบถ่ายภาพโครงการติดถนน หรือติดรถไฟฟ้า ซึ่งสำหรับคนจีนมองว่า จะทำให้ห้องพักเสียงดัง ฝุ่นเยอะ เขาจะชอบมากกว่าหากคลิปห้องพักเดินออกมาที่ระเบียงเห็นสวน สระว่ายน้ำ ความสงบ ดังนั้น ทำคลิป 360 องศาต้องใส่สิ่งที่คนจีนชอบลงไปด้วย เช่น ฮวงจุ้ย สี ทิศทางแสงแดด ถ้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้าใจในจุดนี้ เชื่อว่าจะสามารถเจาะตลาดจีนได้อย่างแน่นอน” คุณชฎากรกล่าวทิ้งท้าย