อิริค ชมิดท์ชี้ โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งรวมของคนบ้า และคนโง่

eric schmidt google socialmedia อิริค ชมิดท์ คนบ้า กูเกิล

ชี้นิ้วไปที่เพื่อนเป็นการด่วน สำหรับการออกมาให้สัมภาษณ์ของบุคคลสำคัญในวงการเทคโนโลยีอย่าง “อิริค ชมิดท์” (Eric Schmidt) ต่อกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะดำเนินคดีกับกูเกิล (Google) ด้วยข้อหาผูกขาดทางการค้า ในธุรกิจค้นหาออนไลน์

- Advertisement -

เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ที่มีการจิกกัดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วยว่า มันกำลังเติบโตอย่างผิดปกติ ที่ทำให้มันกลายเป็นแหล่งรวมของคนบ้าและคนโง่ แถมตัวแพลตฟอร์มยังทำหน้าที่กระจายเสียงให้ความบ้าและความโง่ดังไกลมากขึ้นอีกต่างหาก ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรไปจัดการมากกว่านั่นเอง

โดย Eric Schmidt อดีตผู้บริหาร Google ให้สัมภาษณ์กับวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า การฟ้องร้องดำเนินคดีกับกูเกิลในข้อหาผูกขาดทางการค้าเป็นสิ่งที่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย เหตุเพราะผู้บริโภคเลือกใช้เทคโนโลยีของกูเกิลเอง และที่สำคัญ ส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจเสิร์ชจากกูเกิลก็ไม่ใช่ 100% ด้วย

(อย่างไรก็ดี ข้อหาที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาฟ้องร้องกูเกิลว่าผูกขาดนั้น ส่วนหนึ่งมาจากข้อตกลงพิเศษที่บริษัททำกับผู้ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยียี่ห้อต่าง ๆ ให้ต้องโหลดแอปพลิเคชัน กูเกิลเสิร์ช (Google Search) ติดไปกับตัวเครื่องด้วย และสมาร์ทโฟนบางยี่ห้อ ผู้ใช้งานจะไม่สามารถลบแอปพลิเคชันของกูเกิลออกได้เลย ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่า มันเป็นการจ่ายเงินแลกกับการให้เสิร์ชเอนจินของตนเองติดไปกับอุปกรณ์ และตั้งเป็นค่าเริ่มต้นในการใช้งาน ไม่ได้แข่งขันกันที่คุณภาพอย่างแท้จริง)

ควรจัดการโซเชียลมีเดียมากกว่า

ขณะเดียวกัน ในการสัมภาษณ์นี้ Eric Schmidt ยังได้ชี้ไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า สิ่งที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่สมควรได้รับการยกย่อง เพราะมันกลายเป็นเครื่องกระจายเสียงให้คนบ้าและคนโง่ดังไกลมากขึ้น ซึ่งความผิดปกตินี้ หากผู้ให้บริการยังไม่สามารถร่วมมือร่วมใจควบคุมมันให้ได้ ในอนาคตอันใกล้ มันจะถูก “กฎหมาย” เข้าควบคุมอย่างแน่นอน

โดยปัจจัยที่ทำให้เขากล่าวมาถึงจุดนี้อาจเป็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือทวิตเตอร์ (Twitter) ในฐานะแหล่งแพร่กระจายข่าวปลอมเกี่ยวกับ Covid-19 หรือข้อมูลเท็จเพื่อหวังคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งนั่นเอง

แม้ว่างานนี้อาจทำให้ใครก็ตามที่เล่นโซเชียลมีเดียรู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ ไปตามกัน แต่หากมองกลับมาที่กูเกิล ปฏิเสธไม่ได้ว่า บริษัทก็บอกเสมอมาว่าแพลตฟอร์มอย่างยูทูบ (YouTube) ก็ถือเป็นโซเชียลมีเดียตัวหนึ่งของบริษัท และ YouTube เองก็เผชิญกับปัญหาข่าวปลอม ข่าวเท็จ ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ Eric Schmidt ก็เคยดูแล YouTube มาระยะหนึ่งด้วย แม้ว่าในแง่ของการจดจำ YouTube จะไม่ประสบความสำเร็จในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือทวิตเตอร์ (Twitter) ก็ตาม

โดยผลประกอบการของ YouTube ปี 2019 พบว่า บริษัททำรายได้อยู่ที่ 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 10% ของรายได้ทั้งหมดที่กูเกิลได้รับ ซึ่งตัวเลขนี้ยังสะท้อนว่า ธุรกิจโฆษณาของ YouTube นั้นมีขนาดเพียง 1 ใน 5 ของ Facebook เท่านั้น

Source

Source

Source