ภายใน 1 – 2 ปี ฟู้ดเดลิเวอรี่จะแข่งเดือด คำเตือนจาก “ยอด ชินสุภัคกุล” แห่ง LINE MAN Wongnai

หากยังจำได้ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการประกาศการลงทุนของ BRV Capital Management ใน LINE MAN ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันด้าน Delivery ของไทยเป็นมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,300 ล้านบาท) ซึ่งการลงทุนดังกล่าว นำไปสู่การควบรวมกิจการบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ Wongnai แพลตฟอร์มรีวิวและค้นหาร้านอาหารรายใหญ่ของไทยเข้ากับ LINE MAN ด้วย

- Advertisement -

ล่าสุด กระบวนการควบรวมกิจการได้เสร็จสิ้นแล้ว และได้มีการเปิดตัวบริษัทใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ LINE MAN Wongnai โดยมี “คุณยอด ชินสุภัคกุล” รับตำแหน่งซีอีโอ พร้อมออกมาประกาศเป้าหมายว่า จะพา LINE MAN Wongnai ก้าวสู่การเป็น Food Platform ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยให้ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ หลังการควบรวมกิจการ ทางแอปพลิเคชัน Wongnai และ LINE MAN จะไม่มีการเปลี่ยนชื่อ มีเพียงบริษัทเท่านั้นที่จะกลายเป็นบริษัทใหม่ นั่นคือ LINE MAN Wongnai ส่วนการทำงาน ทางทีมของ LINE MAN จะย้ายไปอยู่ร่วมกับทีม Wongnai ที่ตึก T-One และไม่มีการปลดพนักงานออกจากการควบรวมกิจการครั้งนี้ โดยปัจจุบัน ทีมงานของบริษัท LINE MAN Wongnai มีมากกว่า 600 คนเลยทีเดียว

LINE MAN Wongnai ในวันที่ควบรวมกิจการ

สำหรับตัวเลขของผู้ใช้แอปพลิเคชัน LINE MAN (Monthly Active User) อยู่ที่ 3 ล้านกว่าราย และมีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มมากกว่า 2 แสนแห่ง และมีการเปิดให้บริการแล้วใน 13 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงมีแผนจะขยายให้ครบ 20 จังหวัดภายในสิ้นปีนี้

แต่นอกจากธุรกิจ Food Delivery แล้ว LINE MAN ยังมีอีก 5 บริการ ประกอบด้วย บริการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต แมสเซนเจอร์ ส่งพัสดุ เรียกแท็กซี่ และบริการซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อร่วมด้วย

ส่วนทีมงานส่งสินค้า (Fleet) ที่มีในระบบนั้น ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขว่ามีจำนวนเท่าใด โดยคุณยอดระบุเพียงแต่ว่า ปัจจุบัน Fleet ของ LINE MAN Wongnai แบ่งออกเป็น 2 ส่วน นั่นคือกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้ทีมงานจาก Lalamove รับหน้าที่ให้บริการ ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากนี้จะเป็นการเปิดรับสมัคร Fleet สำหรับใช้ในการจัดส่งด้วยตัวเอง

รู้จักสถานะปัจจุบันของ LINE MAN กันไปแล้ว ไปดูฝั่งแอปพลิเคชัน Wongnai กันบ้าง Wongnai ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน (Monthly Active User) 10 ล้านคน มียอดการเข้าชม 21 ล้านครั้งต่อเดือน และมีฐานข้อมูลร้านอาหาร 430,000 แห่ง

แต่นอกจากแอปพลิเคชัน Wongnai แล้ว ทางบริษัทยังมีโซลูชันสำหรับร้านอาหารร่วมด้วย โดยแบ่งออกเป็น Merchant App ที่ปัจจุบันมีร้านอาหารใช้งานอยู่ 150,000 แห่ง และธุรกิจเครื่อง POS ที่ปัจจุบันมีร้านอาหารใช้งานอยู่ 20,000 แห่ง (เครื่อง POS มีทั้งแบบเช่าและซื้อ โดยถ้าเช่าคิดค่าบริการเริ่มต้น 650 บาทต่อเดือน)

LINE MAN Wongnai เห็นอะไรในตลาด Food Delivery?

จากข้อมูลของ K-Research & Euromonitor ระบุว่า ในปี 2019 ตลาด Food delivery ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 35,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าปี 2020 จะเติบโตราว 84% (ในกรณีที่ไม่มี Covid-19) แต่ในความเป็นจริงพบว่า การระบาดของไวรัส Covid-19 ได้ทำให้การคาดการณ์นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และคาดว่ามูลค่าตลาดในปี 2020 นั้นน่าจะมีมูลค่ามากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ซึ่งในมุมของคุณยอด ชินสุภัคกุล มองว่าจากความพร้อมของทั้งสองบริษัท และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปแล้วนั้น การควบรวมกิจการจะทำให้ LINE MAN Wongnai มีโอกาสมากขึ้นในการชิงส่วนแบ่งตลาด Food Delivery ที่กำลังเติบโตนี้

LINE MAN Wongnai จะโตอย่างไรในตลาด Food Delivery?

การ Synergy กันระหว่าง Wongnai กับ LINE MAN

แม้จะเห็นโอกาสเติบโต แต่ก็ต้องอาศัยความแข็งแกร่งไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งเส้นทางการเติบโตของ LINE MAN Wongnai ต่อจากนี้ จากการเปิดเผยของคุณยอด สุชินภัคกุล พบว่ามีหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น

  • การผูกกับแอปพลิเคชัน LINE ซึ่งปัจจุบัน ข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน LINE ของประเทศไทยมีผู้ใช้งานอยู่ที่ 47 ล้านคน จากจำนวนประชากร 69 ล้านคน และใช้เวลาเฉลี่ยในแอปพลิเคชันนาน 63 นาทีต่อวัน การผูกกับแอปพลิเคชัน LINE ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการของ LINE MAN Wongnai ได้ง่ายมากขึ้น นั่นคือ สามารถเข้ามาได้ทั้งทางแอปพลิเคชัน LINE (อยู่ในลักษณะ Mini App), แอปพลิเคชัน LINE MAN, แอปพลิเคชัน Wongnai ไปจนถึง LINE Official Account ก็ได้เช่นกัน
  • การมีในสิ่งที่คู่แข่งไม่มี นั่นคือ ธุรกิจ POS ที่สามารถช่วยร้านอาหารบริหารจัดการระบบหลังบ้าน และการบริหารสต็อกสินค้าได้ อีกทั้งยังถือเป็นช่องทางสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทางด้วย
  • การมีนักพัฒนาเป็นของตัวเอง ซึ่งคุณยอดมองว่า จะทำให้การพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ รวดเร็วขึ้นมาก เพราะไม่ต้องรอให้นักพัฒนาจากสำนักงานใหญ่ต่างประเทศเป็นผู้ทำให้
  • การมีแผนระยะสั้น อย่างแคมเปญส่งฟรีที่กำลังให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วย Drive ผู้ใช้งานให้หันมาใช้บริการ LINE MAN เพิ่มขึ้น
  • การมีฟีเจอร์ใหม่ เช่น การรับชำระเงินด้วยเครดิตการ์ด หรือ Rabbit LINE Pay ได้ และการนำ Smart Menu มาให้บริการ (Smart Menu คือ Contactless Technology ชนิดหนึ่ง โดยจะอยู่ในรูป QR Code ซึ่งจะแปะอยู่ตามร้านอาหาร ลูกค้าเพียงสแกน ก็จะปรากฏเมนูอาหารขึ้นมา ให้สามารถสั่งอาหารได้โดยตรง ไม่ต้องสัมผัสเมนูแบบเป็นรูปเล่มอีกต่อไป)
  • การขยายธุรกิจไปสู่คลาวด์คิทเช่น ซึ่งปัจจุบันมีแล้ว 1 แห่งที่ย่านปุณณวิถี และกำลังจะเปิดตัวคลาวด์คิทเช่นอีกแห่งตามมาในเร็ว ๆ นี้ที่ย่านปทุมวัน

CEO แห่ง LINE MAN Wongnai ยังเผยอีกว่า LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย เรามั่นใจว่า เราเข้าใจพฤติกรรมของคนไทยได้ดีที่สุดว่าเรื่องกินคือเรื่องใหญ่ เราจริงจังด้านร้านอาหารและอยากเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านอร่อยเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้น โจทย์ใหญ่ที่เราต้องเดินหน้าอย่างเต็มกำลังต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปฯ หรือเพิ่มยอดสั่งเท่านั้น แต่คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอาหารในประเทศด้วยอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่ผนวกเอาความแข็งแกร่งของ 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ LINE ที่เข้าถึงผู้ใช้กว่า 47 ล้านคน LINE MAN ที่มีพาร์ทเนอร์ร้านอาหารหลากหลายมากที่สุดกว่า 200,000 ร้าน และ Wongnai ที่เป็นพันธมิตรที่ดีกับร้านอาหารกว่า 430,000 ร้านทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน เราเชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญในธุรกิจอาหารของไทยที่จะสร้างความตื่นเต้นและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจอย่างแน่นอน

โดยสิ่งที่คุณยอดกล่าวทิ้งท้ายคือ เราจะได้เห็นการแข่งขันธุรกิจของ Food Delivery ที่ดุเดือดมากขึ้นภายใน 1 – 2 ปีนับจากนี้อย่างแน่นอน