อนันดา เปิดตัว 5 โครงการใหม่พร้อมอยู่แบบปังปุริเย่ ด้วยคอนเซปท์ The New ICONIC ยกระดับชีวิตคนเมือง

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ แต่ใครบ้างที่จะสามารถทำแบบนั้นได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19  ซึ่งทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคต่ำลง แต่ท่ามกลางความเลวร้ายนี้  ‘บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)’ หรือ ANAN ยังคงเดินหน้าธุรกิจต่อ เปิดตัว 5 โครงการหมัดเด็ดของครึ่งปีหลัง 2563 ที่จะตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราเป็นผู้นำแห่งวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง และผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า มุ่งมั่นที่จะเดินหน้ากระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเอาใจผู้ที่อยากมีที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่เองและเพื่อการลงทุน จึงเปิดตัวแนวคิดใหม่เพื่อการใช้ชีวิตที่เรียกว่า “The New Iconic” ที่มีจุดเด่นสำคัญแบบครบครัน คือ Location / Building / Facility / Living ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้น พร้อมส่งมอบ 5 โครงการพร้อมอยู่  ที่ตอบโจทย์ครบทุกเซ็กเมนต์ ภายใต้แบรนด์คุณภาพของอนันดาฯ ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ASHTON / IDEO Q  / IDEO MOBI / IDEO และ ELIO เราจึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้าหมายในไตรมาสที่ 3 และ 4  ปี 2563นี้ ด้วยยอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) 12,200 ล้านบาท”

- Advertisement -

ปรับตัวให้ไว และ ไม่ยึดติด

ทั้งนี้ คุณชานนท์บอกเล่าถึงเบื้องหลังการขับเคลื่อนธุรกิจของ อนันดาฯ ว่า อยู่ที่วิธีการคิด โดยในยุคนี้ต่อให้เป็นบริษัทใหญ่แค่ไหนก็ต้องคิดให้เหมือนสตาร์ทอัพมากที่สุด ไม่ยึดติด ไม่มีกฎระเบียบชัดเจน พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด และนั่นทำให้สต็อกของอนันดาในปีนี้ มียอดขายดีกว่าปีที่แล้ว 9% ในขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมติดลบสูงถึง 54%

“ย้อนกลับไปช่วง 9/11 ผู้คนไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ หลายคนหนีไปอยู่นิวเจอร์ซี ไม่อยากอยู่นิวยอร์กแล้ว เหมือนกับในไทยตอนนี้ที่หลายคนหนี COVID-19 จากกรุงเทพฯ กลับไปอยู่ต่างจังหวัด ส่วนในไทยเอง แต่สุดท้ายแล้วเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาปกติ เพราะหลังจากเหตุการณ์วินาศกรรมที่นิวยอร์กผ่านไป 8-9 เดือน ผู้คนก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงนี้เราก็ยังต้องอยู่กับ COVID-19 ต่อไป ยังไงคนหนุ่มสาวก็ยังอยากจะใช้ชีวิตในเมือง เป็นความคุ้นเคยแต่ดั้งเดิม พวกเขาก็อยากจะกลับมาอยู่้ในสภาพเดิมให้เร็วที่สุด และนี่คือโอกาสที่ไม่เคยจางหายไปของตลาดคอนโดมิเนียมในเมือง โดยเฉพาะที่มีโลเกชั่นติดรถไฟฟ้าอย่างโครงการต่าง ๆ ของอนันดาฯ”

“ทุกวันนี้ตลาดเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จะแพ้ชนะกันก็ที่สต็อก ลูกค้าจะไม่ซื้อคอนโดฯ ที่ต้องผ่อนนาน ๆ ดังนั้น โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขายดีที่สุด คือ สต็อกพร้อมโอน เขาต้องการซื้อแล้วใช้ประโยชน์ได้ทันที ซึ่งสอดรับกับแนวทางของอนันดาฯ ที่ริเริ่่มกลยุทธ์นี้มาตั้งแต่ต้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่า 5 Unpack Projects นี้จะสร้างสีสันให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างแน่นอน”

Unpack 5 โครงการใหม่ RARE ITEM ที่สุด The New ICONIC

สำหรับ 5 โครงการพร้อมอยู่ที่เตรียมส่งมอบในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 และไตรมาสแรก ปี 2564  ประกอบด้วย โครงการแอชตัน อโศก – พระราม 9 , โครงการไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 , โครงการไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์ ,  โครงการไอดีโอ รัชดา – สุทธิสาร และโครงการเอลลิโอ สาทร – วุฒากาศ  ซึ่งทั้ง 5 โครงการนี้เปิดตัวภายใต้แนวคิด The New Iconic ที่โดดเด่นในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. Iconic Location : เพราะโลเกชั่นเปรียบเสมือนแม่เหล็ก ดังนั้นทุกโครงการของอนันดาฯ จึงถือว่ามีศักยภาพสูง เพราะล้วนตั้งอยู่บน Prime Location ที่มีศักยภาพทั้งการใช้ชีวิตในแบบฉบับของคนเมือง และศักยภาพด้านมูลค่า เรียกได้ว่าเป็น ‘Blue Chip Location’ ด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการแอชตัน อโศก – พระราม 9 ที่ตั้งอยู่บนหัวมุมถนนพระราม 9 ตัดถนนรัชดา เป็น ‘Golden Corner’ แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โครงการไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 ที่ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย และพรั่งพร้อมไปด้วยสถานที่กิน ดื่ม เที่ยวชั้นนำอย่างแท้จริง และโครงการไอดีโอ โมบิ อีสต์พอยท์ ที่ตั้งอยู่บนทำเลแลนด์มาร์กของกรุงเทพฝั่งตะวันออก ซึ่งปัจจุบันเปรียบเสมือนเอกมัย-อ่อนนุช ย่อม ๆ โดยอยู่่ห่างจากรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีบางนาเพียง 250 เมตร เท่านั้น

“เราบ้าคลั่งในโลเกชั่นมาก ดังนั้นคอนโดฯ ทุกโครงการของอนันดาฯ จะต้องอยู่ในโลเกชั่นที่โดดเด่น เดินทางสะดวกสบาย จะปล่อยเช่าหรือขายต่อก็มีมูลค่าสูง”

2. Iconic Building : เอกลักษณ์การออกแบบด้านสถาปัตยกรรมของทั้ง 5 โครงการ ทำให้ตัวอาคารเปรียบดั่ง Sculpture หรือประติมากรรมล้ำค่า โดดเด่น สะดุดตา และเป็นหนึ่งในสกายไลน์ของเมืองที่สวยงาม สะท้อนตัวตนและสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้อยู่อาศัย ด้วยการออกแบบตึกคู่ภายใต้แนวคิด Alpha & Omega ของโครงการแอชตัน อโศก – พระราม 9 หรือ Sky Bridge เชื่อมต่ออาคารที่ โครงการไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36

“เราไม่ได้ต้องการสร้างแค่คอนโดฯ ติดรถไฟฟ้า แต่ต้องการสร้างสกายไลน์ของกรุงเทพฯ ให้เหนือระดับและเทียบชั้นมหานครของโลกอย่างเซี่ยงไฮ้ โตเกียว และนิวยอร์ก ให้ได้”

3. Iconic Facility : ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันในแต่ละโครงการ ให้คุณสามารถใช้ชีวิตภายในโครงการได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโครงการเอลลิโอ สาทร วุฒากาศ ที่เรียกได้ว่าเป็นโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางดีที่สุดในย่านสาทร – วุฒากาศ

“ตึกไม่ใช่แค่อิฐ หิน ดิน ปูน และทรายเท่านั้น แต่ต้องประกอบด้วย Facilities ที่เข้าใจคนเมือง โดยเฉพาะคน Gen Z โดยเป็นแฟซิลิตี้ที่ส่งเสริมให้ใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาต้องการ นั่นคือการแสวงความสำเร็จในชีวิต” 

4. Iconic Living : ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเมืองได้ครบทุกโหมดการใช้ชีวิต ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ 24 ชม. เช่นที่โครงการไอดีโอ รัชดา – สุทธิสาร ตั้งอยู่บนทำเลที่ไม่เคยหลับใหล พร้อมฟิตเนสให้บริการ 24 ชม. และรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่เพิ่มความมั่นใจให้คุณไร้กังวลจาก COVID-19 ด้วยระบบไร้สัมผัสในการเข้าพื้นที่อาคาร และการใช้พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้มีระยะห่าง รวมถึงมาตรการรองรับมาตรฐานด้านสุขอนามัยต่าง ๆ

ไม่ว่าจะออกไปทำงานแล้วพบเจอกับอะไร แต่เมื่อกลับมาที่คอนโดฯ แล้ว พวกเขาจะได้รีชาร์จพลังชีวิตใหม่ พร้อมที่จะออกไปลุยต่อในวันรุ่งขึ้น”

ASHTON อโศก-พระราม 9 แรร์ไอเทมลักชัวรี่ในย่าน New CBD

เมื่อเจาะลึก ASHTON อโศก-พระราม 9 ภายใต้แนวคิด “Unleash The Infinite Potential” (ปลดปล่อยศักยภาพที่ไม่มีที่สิ้นสุด) นับเป็นการสานต่อความสำเร็จของแบรนด์แอชตัน (ASHTON) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ผ่านสถาปัตยกรรม ราวกับประติมากรรมชิ้นเอก ตอบโจทย์สุนทรียภาพในการใช้ชีวิตที่แตกต่างได้เป็นอย่างดี โดยเน้น Product Differentiation เป็นธงนำ

“ตอนเราซื้อที่ดินแปลงนี้ ราคาค่อนสูง หลายคนก็กังขาว่าทำไมถึงมาสร้างโครงการหรูหรานี้ในแยกรัชดาได้อย่างไร ราคาคอนโดฯ แถบนี้จะอยู่ที่ระดับกลาง ๆ ด้วยกันทั้งนั้น แต่นี่เหมือนเรายกเอาโครงการแถวสุขุมวิท เพลินจิตมาตั้งไว้ที่นี่ คำตอบของเราคือ เราประเมินโลเกชั่นนี้แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น เพราะเล็งเห็นศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง เพราะถนนรัชดาฯ มีเลนขาเข้าและขาออกฝั่งละ 4 เลน บริเวณ 4 แยกมีอุโมงค์  มีรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 ทั้งยังมีอาคารสำนักงานชั้นนำ อย่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเอไอเอ ขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้กับสถานทูตจีน จากรูปแบบการเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยทั่วโลก ส่วนใหญ่จะพบว่าชาวต่างชาติที่เดินทางมาเรียนหรือทำงานในต่างแดนมักจะเช่าหรือซื้อคอนโดฯ ใกล้กับสถานทูตของตัวเอง”

โดยอนันดาฯ ได้พลิกโฉมหน้าโครงการคอนโดมิเนียมในย่านรัชดา อโศก พระราม 9 ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสร้างเพชรเม็ดงามมาประดับแยกนี้ ให้มีศักยภาพใกล้เคียงกับแยกสาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ บนทำเลศักยภาพ แยกอโศก-พระราม 9 ห่างจากรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสถานีพระราม 9 เพียง 230 เมตร และเพียง 2 สถานี ก็สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสถานีสุขุมวิทและบีทีเอสสถานีอโศก  และห่างจากแอร์พอร์ตลิ้งสถานีมักกะสัน 950 เมตร ด้วยความเป็นที่สุดของคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ บนที่ดินหายากราคาแพง แปลงหัวมุมผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ใจกลาง New CBD หรือย่านศูนย์กลางธุรกิจใหม่ของ กรุงเทพฯ  กอปรกับสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และแฟซิลิตี้ที่ครบครัน จึงนำเสนอในราคาเริ่มต้นห้องละ 7.59 ล้านบาท หรือราว 2.3 แสนบาท/ตารางเมตร นับเป็น New high ของคอนโดฯ ย่านนี้เลยทีเดียว โดยออกแบบให้ทุกห้องทั้ง 593ยูนิต เป็นห้องมุม สามารถเปิดรับวิวเมืองได้แบบพาโนราม่า  มีพื้นที่กระจกที่กว้าง สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติ และเพิ่มการถ่ายเทของอากาศภายในห้องและตัวอาคารได้เป็นอย่างดี

เท่านั้นยังไม่พอ โครงการนี้ยังฉีกกฎการออกแบบประเภทห้องของคอนโดฯ ให้มีความหลากหลายมากกว่าปกติด้วย กลยุทธ์ Customization ในระดับเข้มข้น สามารถเลือกแบบได้มากถึง 100 กว่าแบบตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งลักษณะนี้ทำให้โครงการสร้างยากกว่าปกติ

ASHTON อโศก-พระราม 9 แบ่งออกเป็น 2 ตึก คือ The Alpha สูง 46 ชั้น และ The Omega สูง 50 ชั้น ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ทั้งสระว่ายน้ำ Jacuzzi  ห้องออกกำลังกาย  ห้องปั่นจักรยานแบบ Simulator  ห้องโยคะ ห้องต่อยมวย  ห้องซาวน่า โค-คิชเช่น สเปซ  โค-เวิร์กกิ้ง สเปซ ห้ องชมภาพยนตร์ และบาร์ โดยเจ้าของร่วมไม่ว่าจะพักอาศัยที่ตึกใด ก็สามารถใช้บริการแฟซิลิตี้ต่าง ๆ ของทั้ง 2 ตึกได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าที่เตรียมนำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำต่าง ๆ มาให้บริการอีกจำนวน 6 ร้าน

#KeepSmiling รอยยิ้มคือพลังใจ

นอกจาก การส่งมอบ 5 โครงการพร้อมเข้าอยู่ใหม่ล่าสุดแล้ว อนันดาฯ ยังเตรียมออก Corporate Campaign ภายใต้แนวคิด #KeepSmiling   หรือการ “เปลี่ยนวันใหม่ที่ตัวเรา พร้อมมอบรอยยิ้มให้ตัวเองในทุกเช้า” เนื่องจากเห็นว่าในช่วงวิกฤตนี้ผู้คนหดหู่ ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ เป็นไปได้ยากเหลือเกินที่จะมองเห็นอะไรที่ชัดเจน เพราะทุกอย่างดูพร่ามัว และไร้ความหวัง เช่นเดียวกับในขณะนี้ที่หลายคนอาจมองไม่เห็นทางออกของชีวิตในอนาคตว่าจะดำเนินต่อไปได้อย่างไร อนันดาฯ จึงต้องการใช้แคมเปญนี้เพื่อสร้างพลังให้กับทุกคนสามารถยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้ง