Breaker ลุยตลาดรองเท้า Sneaker เปิดตัว BREAKER OUTLAW x PARADOX หมดเกลี้ยงภายใน 1 นาที

 

- Advertisement -

โลกของการทำตลาดในยุคนี้ “หยุดนิ่ง” คงเท่ากับถอยหลัง เพราะพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ รวมถึงความต้องการของ “ผู้บริโภค” เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและเปลี่ยน “เร็ว” กว่าที่เคยเป็น ดังนั้น การทำตลาดจึงต้องฉีกกรอบเดิมๆ แบรนด์ต้องสรรหากลยุทธ์ใหม่ๆ มาสร้างปรากฏการณ์หรือกระแสให้เกิดขึ้นเสมอ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย

แต่การคิดกลยุทธ์เจ๋งๆ ปังๆ อย่างเดียวย่อมไม่เพียงพอ เมื่อการแข่งขันในปัจจุบัน “รุนแรง” มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพยายามแบ่งยอดขาย กวาดส่วนแบ่งทางการตลาด (Market share) มาเป็นของตัวเองให้มากสุด นักกลยุทธ์ นักการตลาดจึงระดมไอเดียสร้างสรรค์ มาใส่สินค้าให้แตกต่างจาก “คู่แข่ง”

หลายปีมานี้กลยุทธ์การผนึกกำลังของแบรนด์ข้ามธุรกิจ Collaboration เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง แบรนด์ในหมวดหมู่สินค้าเดียวกันลุกขึ้นมาจับมือกันสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ให้วงการตลาดก็มี หรือ แบรนด์ต่างขั้วต่างหมวดรวมพลังเนรมิตสินค้า Collection ใหม่ โดยเฉพาะรุ่นจำกัด(Limited Edition) เอาใจแฟนพันธุ์แท้ ก็มีให้เห็นมากมาย

ล่าสุด หนึ่งแบรนด์ที่สร้างสีสันและความคึกคักให้ตลาด คือแบรนด์รองเท้านักเรียนอย่าง “เบรกเกอร์-Breaker” ซึ่งคร่ำหวอดในวงการรองเท้านักเรียนมานานกว่า 30 ปี ลุกขึ้นมารุกคืบขยายเข้าสู่ตลาดรองเท้าผ้าใบ(Sneaker) เต็มตัว ก้าวสำคัญขนาดนี้ จะมีสินค้า กลยุทธ์ธรรมดา..โลกอาจไม่จำ แต่ต้องสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้น ด้วยการผสานกับวงดนตรีร็อกยอดนิยมแถวหน้าของเมืองไทย PARADOXซึ่งมีแฟนเพลงมหาศาล ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะวัยทีน “เบรกเกอร์” จึงดึงจุดแข็งของทั้ง 2 เพื่อนำไปสู่การเปิดตัวรองเท้ารุ่นลิมิเต็ด BREAKER OUTLAW x PARADOX[Summer] “ยืนมองท้องฟ้า ไม่เป็นเช่นเดิม” เชื่อม 20 ปีเพลงฮิตของวงอย่าง “ฤดูร้อน”

สำหรับไฮไลท์ของ BREAKER OUTLAW x PARADOX มีสไตล์โทนสีที่เรียบง่าย แต่ยังมีความ แหวกแนว แหกกฎ อยู่ในรูปแบบของรองเท้า BREAKER OUTLAW และบนตัว Upper จะมี Tag วง PARADOX สีทองโดดเด่น ที่ขาดไม่ได้คือ Tag อัลบัม Summer บวกกับเนื้อเพลง “ฤดูร้อน” อยู่ในจุดต่างๆบนตัวรองเท้า รวมถึง Tag ที่ลูกค้าออกแบบชื่อได้เองตามต้องการด้วย

“เบรกเกอร์” เป็นแบรนด์รองเท้าที่มีประวัติศาตร์และอยู่คู่คนไทยกว่า 3 ทศวรรษ และเป็นที่รับรู้แก่ผู้บริโภคอย่างยาวนาน มีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย ส่วนศิลปินดัง PARADOX ที่มีฐานแฟนคลับบนสื่อสังคมออนไลน์หลัก “ล้านคน”  เมื่อทั้งแบรนด์และศิลปินโคจรมาผนึกกำลังกัน (Collaboration)  จึงมีพลังในการสร้างปรากฏการณ์ให้ตลาดรองเท้าอย่างดี เพราะ ทันทีที่เปิดให้จองซื้อสินค้าลิมิเต็ด เอดิชั่น ซึ่งมีจำนวนเพียง 100 คู่ และจำหน่ายในราคา 2,700 บาท เพียงระยะเวลาเวลา 1 นาที เท่านั้น ก็สามารถปิดการขายได้หมดเกลี้ยง

เพื่อไม่ให้กระแสตก! ในการก้าวสู่ตลาด Sneaker เต็มรูปแบบของแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทย “เบรกเกอร์” จึงโหมทำตลาดต่อด้วยการ เตรียมปล่อยรองเท้านักเรียนแบบใหม่ “Uniform Sneaker” เป็นครั้งแรก ในชื่อรุ่น “Breaker #X2” สร้างมิติใหม่วงการรองเท้านักเรียน ที่ใส่เป็นรองเท้านักเรียน และใส่เป็นสนีกเกอร์ได้ เพราะแบรนด์ได้ฉีกไอเดีย ดีไซน์ปรับ Look จากรองเท้ายูนิฟอร์มที่ผู้บริโภคชินตา ให้เป็นสนีกเกอร์ เติมเสน่ห์ความเท่ห์แบบกวนๆ เพิ่มลูกเล่นเชือกให้มีความเอ็กซ์ตรีมแบบรองเท้า Jungle boots เข้าไปในตัวสินค้า เมื่อสวมใส่แล้วทำให้รู้สึกเท่ห์ได้ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน เรียกว่าครบจบในคู่เดียวตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่เป็นอย่างดี

จุดเด่นยังมีอีกเพียบ เช่น Upper ผ้าทวิล ลาย 2หรือลายทแยงที่มีโครงสร้างของเส้นด้ายแนวทแยง ทําให้เนื้อผ้าไม่ฉีกขาดง่าย และแข็งแรงกว่าผ้า Canvas ทั่วไป ส่วนการผลิตนั้นบอกเลยว่า รองเท้าทุกคู่ จะเป็นงานฝีมือหรือ Handcraft ซึ่งต้องใช้ความชํานาญ ความพิถีพิถัน ในการประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ทําให้รองเท้าแต่ละคู่จะมีเสน่ห์ของร่องรอยที่ไม่เหมือนกัน ส่วนเรื่องคุณภาพการผลิต การันตีด้วยระบบ Valcanized ประกอบเข้ากับชุดพื้นยางธรรมชาติ ที่ช่วยเรื่องรองรับแรงกระแทกและการยึดเกาะได้อย่างดี

จะเห็นว่ากลยุทธ์ด้านผลิต (Product) เบรกเกอร์งัดของดีอัดแน่นตอบโจทย์ผู้บริโภค ส่วนการตลาดและการขาย ได้เจาะช่องทาง “ออนไลน์” เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผู้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักนั่นเอง

สำหรับ “Breaker #X2” มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีขาว ขนาด 34-42 นิ้ว และสีดำ 37- 45 นิ้ว ส่วนราคาขาย 590 บาท  เริ่มวางจำหน่าย 1 กันยายน 2563 ทางเว็บไซต์ : https://www.breakershoes.com/collections/breaker-x-2

กลยุทธ์การตลาดเหล่านี้ นับเป็นก้าวเล็กๆที่มีความสำคัญและเต็มไปด้วย Passion ของแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทย กับการทะยานสู่เป้าหมายที่เติบโตขึ้น ในการกระโดดสู่สนาม Sneaker ที่การแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน เพราะมี Big Brand ระดับโลกคุมRed Ocean แห่งนี้อยู่