เปิดสูตรคลิปดัง “บี้ เดอะสกา” กับเทคนิคสร้าง Content สู่ Youtuber ล้านวิว

Credit Photo : facebook Bie The Ska

จากวัยเด็กมี Bill Gates ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์เป็นไอดอล กฤษณ์ บุญญะรัง หรือ “บี้ เดอะสกา” จึงเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จบปริญญาตรีมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 เริ่มงานประจำอาชีพแรกโปรแกรมเมอร์ได้เพียง 1 ปี ก็พบว่างานเสริม ช่องยูทูบ ที่ทำเอาสนุกกลับมีรายได้มากกว่า เป้าหมายเดินตามรอยเจ้าพ่อไมโครซอฟท์ จึงเปลี่ยนมาเขียนเส้นทางของตัวเอง ในฐานะยูทูบเบอร์คนดัง เจ้าของช่อง 12 ล้าน followers

จากโปรแกรมเมอร์พลิกสู่ Youtuber สายฮาชื่อดัง และอาชีพผู้สร้างคอนเทนท์ได้อย่างไร… โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ SME สู้วิกฤติไวรัสโคโรนา 2019 จัดโดยกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ชวนมาคุยกับ คุณกฤษณ์ บุญญะรัง (บี้ เดอะสกา) ผู้ก่อตั้ง บริษัท เดอะสกา ฟิล์ม จำกัด เจ้าของช่องยูทูบ Bie The Ska  มาร่วมถ่ายทอดเทคนิคการสร้าง Content สู่ Youtuber ล้านวิว 

ย้อนที่มาของช่องยูทูบ Bie The Ska เริ่มในปี 2009 หรือ 11 ปีก่อน ตอนที่เขายังเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 เป็นคลิปแนวล้อเลียนเพลงดัง และที่ปังจนแจ้งเกิด ก็คือเพลง “กลัวที่ไหน” ของบี้ เดอะสตาร์ จนเป็นที่มาของชื่อช่องยูทูบ “บี้ เดอะสกา” ที่มาจากชื่อเล่น บี้ และช่วงนั้นแนวเพลงเร้กเก้ สกา กำลังดัง จึงนำมาตั้งเป็นชื่อช่อง

แต่จุดเปลี่ยนที่มาเลือกเดินสายยูทูบเบอร์เต็มตัว ทั้งที่มีเป้าหมายอยากตามรอยไอดอล Bill Gates จึงได้เลือกเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเริ่มทำงานประจำเป็นโปรแกรมเมอร์มาแล้ว 1 ปี แต่ยังทำคลิปยูทูบมาต่อเนื่อง

เมื่อคลิปล้อเลียนเพลงดัง Gangnam Style ของ PSY ในปี 2012 สร้างจุดพีคให้ช่องยูทูบ Bie The Ska  อีกครั้ง คนติดตามจาก 3 หมื่นขยับเป็น 8 หมื่น  เริ่มมีงานแสดง โฆษณา งานเพลงเข้ามา จึงเป็นที่รู้จักมากขึ้น ยอดคนติดตามยูทูบก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น  ทำให้งานเสริมเริ่มมีรายได้มากกว่างานประจำ และเห็นว่างานด้านคอนเทนท์ก็เป็นอีก “อาชีพ” สร้างรายได้สูงเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำและมุ่งหน้าสู่เส้นทาง Content Creator เปิด บริษัท เดอะสกา ฟิล์ม ผลิตคอนเทนท์อย่างจริงจัง

หากย้อนดูเส้นทางการเป็นยูทูบเบอร์ บี้ เดอะสกา บอกว่าก็เหมือนกับทุกคนที่เริ่มทำยูทูบ คือ ไม่ได้ดังตั้งแต่คลิปแรกที่ทำ เพราะช่วงล้อเลียนเพลง บี้ เดอะสตาร์ ที่คนเริ่มรู้จักก็มีคนติดตามหลักหมื่นเท่านั้น แต่การทำคอนเทนท์เป็นสิ่งที่ต้องทำคอนเทนท์สม่ำเสมอ สะสมฐานแฟนไปเรื่อย ๆ  มาถึงวันนี้เขามีผู้ติดตามเกือบ 12 ล้าน followers (นับถึงสิงหาคม 2563)  เป็นช่องยูทูบที่ทำคลิปหลักล้านวิวเกือบทุกคลิป ปัจจุบันงานหลักของ บี้ เดอะสกา คือ ผลิตคอนเทนท์ สร้าง Creator รุ่นใหม่ ดูแลยูทูบอยู่ราว 10 ช่อง

กุญแจสำคัญคอนเทนท์ดัง “ล้านวิว”

ในยุคที่ Youtuber เป็นอีกอาชีพทำเงิน บี้ เดอะสกา บอกว่าเขามักถูกถามเทคนิคการทำคลิป “ล้านวิว” หรือทำคลิปให้ดังให้ปัง อยู่เสมอว่าต้องทำอย่างไร

“สิ่งแรกต้องตั้งคำถามก่อนว่า ทำไมคนต้องมาดูหรือแชร์คลิปเรา คลิปนี้ให้อะไรแก่คนดู ถ้าเราสามารถตอบคำถามนี้ได้จะทำให้คลิปของเราน่าดู น่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ใช่ว่าดูแล้วรู้สึกเฉยๆ คอนเทนท์แบบนี้ไม่ควรทำ

กุญแจสำคัญ  คือความต่อเนื่อง  การจะเป็น Youtuber ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอและไม่หยุดที่จะพัฒนา

ในวงการครีเอเตอร์ มักได้ยินคำฮิตที่ว่า “ดังชั่วข้ามคืน” แต่ช่วงเวลาหลังจากนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการพิสูจน์ว่าสามารถต่อยอดความดังได้ดีแค่ไหน เพราะหากรักษาความดังได้ต่อเนื่อง จะทำให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น จากการพัฒนาคอนเทนท์ต่อเนื่อง

หากย้อนไปวันที่คลิปล้อเลียน Gangnam Style ดัง แล้วยังทำคอนเทนท์แบบเดิม ไม่พัฒนารูปแบบคอนเทนท์ใหม่ วันหนึ่งคนก็เบื่อคอนเทนท์และหายไป หรือไปติดตามช่องอื่น

ช่องยูทูบ Bie The Ska ปัจจุบันมีผู้ติดตามเกือบ 12 ล้านราย ช่วงพีคสุดของการขยับฐานแฟน จากผู้ติดตาม 5 แสนราย  มาเป็น 5 ล้านราย อยู่ในช่วง 3-4 ปีก่อน จากนั้นเพิ่มปีละ 2 ล้านราย แต่ช่วงก่อนหน้านั้นทำช่องยูทูบมา 5 ปี มีผู้ติดตามไม่ถึง 1 แสนราย น่าจะมาจากคนยังไม่เข้ามาดูคอนเทนท์ออนไลน์มากเหมือนวันนี้  หรือช่วงนั้นคอนเทนท์ยังไม่น่าติดตาม แต่ก็ไม่ได้หยุดทำและพัฒนาคอนเทนท์มาเรื่อย ๆ

ปัจจุบันยูทูบ Bie The Ska มีผู้ติดตามทั้ง เด็ก วัยรุ่น มัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย วัยทำงาน  เพราะคอนเทนท์มีความหลากหลาย ทั้งรายการท่องเที่ยวต่างประเทศ ก็จะได้กลุ่มแฟนท่องเที่ยว,  คลิปเพลงและซีรีส์คู่มือมนุษย์ ก็จะโดนใจเด็กๆ คนรุ่นใหม่, คอนเทนท์แนวเทคโนโลยี อาหาร คนทั่วไป

“คอนเทนท์ที่ดีต้องมีประโยชน์ต่อคนดู สามารถต่อยอดงานและมีความรู้เพิ่ม หรือดูแล้วมีความสุข เป็นสิ่งที่ผู้ชมดูแล้วบอกต่อ”

เทคนิครักษาผู้ชม-เพิ่มยอดวิว

1. ทำอย่างสม่ำเสมอ (consistency) คนดูต้องมั่นใจว่า Content Creator จะปล่อยคลิปออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ให้คนมาติดตามช่องร้าง การปล่อยคลิปไม่จำเป็นต้องถี่ แต่ต้องปล่อยประจำ เช่น สัปดาห์ละครั้ง สองสัปดาห์ครั้ง เพื่อให้ผู้ชมได้คอยติดตาม

2. เข้าใจกลุ่มผู้ชมหลัก (Core Audience) ว่าเป็นใครต้องการดูคอนเทนท์ประเภทไหน  เพื่อรักษาผู้ติดตามให้อยู่นาน สามารถใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ สร้างคอมมูนิตี้ เพื่อพูดคุยหรือตั้งคำถามว่าผู้ชมอยากเห็นคอนเทนท์อะไร เพื่อทำให้โดนใจ

3. มีความหลากหลาย เชื่อว่าผู้ชมก็อยากเห็นอะไรใหม่ๆ หากทำคอนเทนท์แบบเดิม ก็ได้ผู้ติดตามกลุ่มเดิม ไม่ได้กลุ่มใหม่ จึงต้องพัฒนาคอนเทนท์หลายประเภท โดยไม่จำเป็นต้องทำรายการจำนวนมาก หรือพัฒนารายการเดิมให้มีมุมมองใหม่ แต่อย่ายึดติดกับรายการเดิม แต่มองหาคอนเทนท์ที่ช่วยสร้างฐานผู้ชมกลุ่มใหม่

4. คอนเทนท์ต้องสดใหม่เสมอ โดยนำประเด็นที่กำลังเป็นกระแสมาผสมกับคอนเทนท์ คนดูจะรู้สึกว่าคอนเทนท์มีความสด เกาะติดประเด็นที่คนกำลังพูดถึงในสังคม เป็น Talk of the town  คอนเทนท์ที่คนชอบดู เป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ ข่าวสาร และคอนเทนท์ได้ประโยชน์

5. Collaboration กับครีเอเตอร์ ที่มีฐานคนดูที่เราต้องการขยายเข้าไปหา เป็นการผลิตคอนเทนท์ร่วมกันของครีเอเตอร์ ที่จะผลิตคลิปและนำเสนอผ่านทั้ง 2 ช่องที่ทำงานร่วมกัน  เพื่อแลกฐานแฟนของกันและกัน เป็นการช่วยเพิ่มกลุ่มคนดูได้

6. ทำคอนเทนท์ให้เหมาะกับทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็ดูด้วยกันได้ สิ่งที่เป็น  Role Model คือ ดิสนีย์ ที่ผลิตคอนเทนท์ให้ดูได้ทั้งครอบครัวทุกเพศทุกวัย  ต้องคิดคอนเทนท์ไม่ให้สุ่มเสี่ยงเกินข้อจำกัดที่เด็กดูได้ และเป็นคอนเทนท์ที่ไม่กระทบสังคม

7. เข้าใจสปอนเซอร์ หรือแบรนด์ที่มาสนับสนุน  หากต้องการให้ช่องยูทูบยืนระยะได้นานก็ต้องมีรายได้มาสนับสนุน  ผลิตคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์แบรนด์ นำ Message ที่แบรนด์ต้องการสื่อสารส่งถึงคนดูให้ได้มากที่สุด

Credit Photo : facebook Bie The Ska

เรียนรู้ตลอดเวลา ไอเดียไม่เคย “ตัน” 

แม้จะทำช่องยูทูบมากว่า 10 ปี  แต่ บี้ เดอะสกา บอกว่าไม่เคยมีช่วงเวลาไหน ที่เขาคิดคอนเทนท์ไม่ออก ไอเดียใหม่ๆ ยังมีมาตลอด และมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่เคยทำ อยู่ในสต็อกไอเดีย จึงไม่เคยมีคำว่า “ตัน” ในการคิดคอนเทนท์

สิ่งที่เขาทำอยู่ตลอด คือการดูคอนเทนท์จาก Netflix และช่องยูทูบต่างๆ เพื่อวิเคราะห์จุดเด่นแต่ละคลิป และหามุมมองการเล่าเรื่องใหม่ๆ  ฟัง Podcast เพื่อนำมาพัฒนาด้านการบริหารคนและเวลา อ่านหนังสือเติมความรู้ใหม่ๆ ทุกวัน ดูคอนเทนท์ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่ออัพเดทเทรนด์และต้องทันกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมอยู่ตลอดเวลา

“ผมไม่รู้หรอกว่าทำคอนเทนท์แล้วคลิปไหนจะดัง แต่ก็พยายามทำ ทดลอง และเรียนรู้จากคลิปเดิมๆ ที่ทำไปแล้ว เพื่อหาทางเพิ่มผู้ชมให้มากขึ้น วิธีคิด คือจะทำให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร หรือทำคลิปที่แตกต่างจากเดิมได้อย่างไร ต้องทดทองไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา”

คอนเทนท์ที่ออกมาจาก เดอะสกา ฟิล์ม สแตมป์แล้วว่าดูได้ทั้งครอบครัว เพราะการทำเพื่อเอาแค่ยอดวิวคงอยู่ได้ไม่นาน แต่การทำคอนเทนท์เพื่อสร้างแบรนด์ จะอยู่ได้นาน

วันนี้หากใครต้องการเป็นยูทูบเบอร์ สิ่งที่ต้องทำ คือ เริ่มทันที แม้ว่าการเริ่มทำอะไรบ้างอย่างเป็นเรื่องยาก เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน ก็ขอให้เริ่มจากสิ่งที่ชอบ หรือมองหา “ไอดอล” ว่าอยากเป็นแบบใคร เมื่อเจอแล้วให้ศึกษาว่าไอดอล ที่ชื่นชอบเขาทำคอนเทนท์อย่างไรถึงโดนใจคน จากนั้นให้ลองทำในแบบของเรา จะช่วยให้เริ่มต้นลองทำคอนเทนท์ได้ง่ายขึ้น

สิ่งสำคัญของการเป็นยูทูบเบอร์ คือ ต้องเริ่มต้นให้ได้! เมื่อได้เริ่มแล้ว อย่าหยุดพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม