Apple ซื้อกิจการสตาร์ทอัพ Mobeewave หวังเปลี่ยน iPhone เป็น “เครื่องรับชำระเงินแบบไร้สัมผัส”

เรียกว่าควบกิจการสตาร์ทอัพกันรัว ๆ เลยทีเดียวสำหรับ Apple ในช่วงนี้ โดยล่าสุดควบกิจการสตาร์ทอัพผู้พัฒนาเทคโนโลยี Mobile Payment Terminal ชื่อ Mobeewave ซึ่งการมีเทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้ Apple กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของค่าย Square ที่ Jack Dorsey กุมบังเหียนได้เลยทีเดียว

- Advertisement -

เหตุที่กล่าวเช่นนั้นเพราะรูปแบบการชำระเงินที่ Mobeewave พัฒนาขึ้น สามารถให้ลูกค้านำบัตรเครดิต (รุ่นที่มีชิป) มาแตะที่ด้านหลังสมาร์ทโฟน แล้วก็ตัดเงินได้เลย

เบื้องหลังคือการใช้ชิป NFC ที่ติดตั้งอยู่ในสมาร์ทโฟนในการทำ Transaction แบบ Contactless นั่นคือไม่ต้องเสียบเข้าไปในตัวเครื่องรูดบัตรอีกต่อไป ซึ่ง iPhone เองก็มีการติดตั้งชิป NFC ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว ด้วยเหตุนี้ Apple จึงสามารถช่วยให้ร้านค้าต่าง ๆ ใช้ iPhone รับชำระเงินแทนเครื่องเทอร์มินอลแบบดั้งเดิมได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่อง หรืออัปเกรดอุปกรณ์ใหม่

เทคโนโลยีของ Mobeewave ที่ Apple ควบกิจการมา

อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากคำให้สัมภาษณ์ของ Tim Cook ซีอีโอ Apple ก่อนหน้านี้ถึงการเลือกซื้อกิจการสตาร์ทอัพที่ระบุว่าซื้อเพื่อนำมาใช้งานจริง (ไม่ใช่ซื้อกิจการเพื่อสะกัดการเติบโตของคู่แข่ง) ก็ยิ่งเป็นไปได้อย่างมากว่า Apple จะลงมาลุยในธุรกิจ Mobile Payment Terminal แล้วอย่างจริงจัง

ส่วนเหตุผลว่าทำไม Apple ถึงอยากลงมาแข่งในตลาดนี้ ส่วนหนึ่งอาจต้องอ้างอิงผลการสำรวจของ American Express ที่พบว่า ผู้บริโภค 58% มีแนวโน้มจะชำระเงินโดยอาศัย Contactless Technology มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โดย 50% ให้ความเห็นว่า การชำระเงินแบบ Contactless นั้นปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องส่งบัตรเครดิตไปมาให้พนักงานรูดจ่ายนั่นเอง ซึ่งการลดการสัมผัสก็ทำให้รู้สึกปลอดภัยขึ้นได้ ยิ่งในยุค Covid-19 ระบาดเช่นนี้นั่นเอง

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการซื้อกิจการ Mobeewave นั้นอยู่ที่ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนพนักงานของ Mobeewave ที่มีหลักร้อยคนนั้น Apple ยังคงจ้างงานเอาไว้อยู่

ด้านบริษัท Square ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหาก Apple ลงมาแข่งในตลาด Mobile Payment Terminal นั้น ปัจจุบันมีรายได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แค่ในไตรมาสที่ 1 บริษัทก็ทำรายได้ไปถึง 1.38 พันล้านเหรียญสหรัฐแล้ว หรือเติบโตขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

Source

Source