‘เจ้าสัวเจริญ’ จัดให้ โรงแรม 5 ดาว AWC คืนละ 1,000 บาท ลดอาหาร-สปา 50% หนุนเที่ยวไทย

หลังภาครัฐประกาศ Lockdown มาตั้งแต่เดือนมีนาคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด Covid-19 เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง จึงผ่อนคลายมาตรการให้ธุรกิจเปิดกิจการ มาถึงระยะ 3 ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เรียกว่าเกือบครบทุกกิจการกลับมาเปิดได้ปกติแล้ว ถือเป็นจังหวะที่ภาคธุรกิจต้องเร่งกระตุ้นกำลังซื้อ จัดแคมเปญแรง ดึงเม็ดเงินจากกระเป๋าลูกค้า

ธุรกิจโรงแรมเป็นกิจการที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โควิด-19 จากการประกาศ Lockdown ของประเทศต่างๆ  ทำให้คนหยุดการเดินทาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้วันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมา แต่สถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มดีขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงแล้วและมาตรการคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ถือสัญญาณกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศอีกครั้ง

กลุ่มธุรกิจโรงแรมของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ภายใต้ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC  ในเดือนมิถุนายนนี้ ได้จัดโปรแกรมโปรโมทท่องเที่ยวในประเทศด้วย Bangkok Holidays Lifestyle, a Gift of Happiness แพ็คเกจสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย กับการเข้าพัก โรงแรม 5 ดาว รับประทานอาหารจากเชฟมือรางวัล ใน 2 โรงแรมของ AWC  คือ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล และโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์

ด้วยข้อเสนอราคาห้องพักไม่รวมอาหารเช้าเพียง 1,000++ บาทต่อคืน (AWC จะดูแลส่วนต่างราคาห้องพักตามข้อเสนอจากราคาปกติ 5,000++ บาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ) โดยผู้เข้าพักจะได้รับส่วนลดพิเศษ 50% ในห้องอาหารที่เข้าร่วมและสปาของโรงแรม

ผู้สนใจจองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 และเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2563 โดยต้องจองตรงผ่านโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และอีเมล์ของโรงแรมเท่านั้น และสามารถเข้าพักได้ไม่เกิน 5 คืนต่อการจอง  โรงแรมดิแอทธินี โฮเทล โทร. 02-650-8800 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ โทร. 02-088-5666

The Athenee Hotel

เข้มแผนแม่บทตามวิถี New Normal

คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนทั่วโลก จนเกิดเป็นวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด AWC ได้ปรับตัว สร้างมาตรฐานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

ด้วยการเข้าร่วมโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) ซึ่งเป็นการสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐ ด้วยการผลักดันธุรกิจในเครือกว่า 29 โครงการ ครอบคลุมทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) และกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ทั้งค้าปลีกและอาคารสำนักงาน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน Safety & Health Administration (SHA) ที่ถือเป็นตราสัญลักษณ์ในการรับรองคุณภาพสร้างความมั่นใจด้านสุขอนามัย และมาตรฐานการให้บริการ แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน SHA

 

โครงการของ AWC  ทั้งหมดได้ดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐาน SHA สร้างความมั่นใจด้านสุขอนามัยด้วย แผนแม่บท “The Core 5 for Safety and Clean” ประกอบด้วย

Secure Screening การคัดกรอง ตั้งแต่การตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่เข้ามาในโครงการ และสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ ก่อนเข้าใช้บริการทุกครั้ง

Social Distancing การเว้นระยะห่างและบริหารจัดการปริมาณการรวมกลุ่มของคน

Super Hygienic Cleaning การให้ความสำคัญกับสุขอนามัย ทั้งการทำความสะอาดอุปกรณ์พื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยทุกชั่วโมง และพื้นที่สาธารณะทุก 2 ชั่วโมง

Support Care Service การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องด้านสุขอนามัยแก่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

Safety Trace การจัดเก็บฐานข้อมูลเพื่อความสะดวกและแม่นยำในการติดตามผล โดยนอกจากการคัดกรองผู้ใช้บริการผ่านแอปไทยชนะ บริษัทยังพัฒนาแอปพลิเคชั่น AWC เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งมาตรการด้านสุขอนามัยเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อการสร้างศักยภาพให้กับธุรกิจหลังเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

มั่นใจเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งกว่าเดิม

หลังธุรกิจ AWC กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบหลังปิดให้บริการตามคำสั่งของภาครัฐ ทั้งกลุ่มธุรกิจประกอบกิจการการค้า (Retail) ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ที่ทยอยกลับมาเปิดให้บริการ เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวในประเทศที่กำลังฟื้นตัว เช่น โรงแรม หัวหิน แมริออท รีสอร์ท และ สปา ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ 18 พฤษภาคม 2563 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยช่วงสุดสัปดาห์สูงกว่า 80%

ขณะเดียวกันมีแผนการพัฒนาและปรับปรุงยกระดับโครงการต่างๆ เพื่อเป็น Top destination ด้านการท่องเที่ยว เช่น เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ มีแผนเริ่มปิดปรับปรุงโครงการตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 เพื่อเตรียมความพร้อมรับรองนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ทั้งระบบความปลอดภัย ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งการเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาสู่ประเทศไทย

“AWC เปิดกว้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในโครงการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจท่องเที่ยวและร่วมขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจและสังคมองค์ให้สามารถกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม”