เมื่อ “AI“โตไวขึ้น โลกใบใหม่ที่วงการโฆษณาต้องวิ่งตามให้ทัน

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเรามากขึ้นในอนาคต หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากคือ AI ที่น่าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราในทศวรรษนี้ ซึ่งสำหรับวงการโฆษณาและการตลาดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมองว่า AI จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม


ตามรายงานของ Essence ที่ได้รวบรวมความเห็นและมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดชั้นนำกว่า 50 คน จากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ในประเด็นที่ว่าวงการโฆษณาจะได้รับผลกระทบจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างไร และเราในฐานะของคนทำงานในวงการโฆษณาต้องเตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงนั้น

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าปัญญาประดิษฐ์จะกลายมาเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้านของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่วิธีที่เราสื่อสารไปถึงวิธีที่เราตัดสินใจและงานที่เราทำ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดที่มีความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ AI เชื่อว่า AI จะช่วยให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ ราบรื่นมากขึ้น และรับหน้าที่ในส่วนของงานประจำวันที่น่าเบื่อของมนุษย์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พวกเขาเชื่อว่า AI จะไม่ได้ส่งผลให้เกิดการว่างงานและบางคนเชื่อว่า AI จะช่วยสร้างตำแหน่งงานใหม่ขึ้นมาด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่าแล้ว AI จะส่งผลอย่างไรกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและการโฆษณา ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เชื่อว่าหาก AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ต่อไปการสื่อสารแบบ Bot-to-bot (บอตคุยกันเอง) จะพัฒนามากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคอาจจะไม่ได้เป็นคนติดต่อเข้ามาที่แบรนด์โดยตรงอีกต่อไป แต่ใช้ผู้ช่วยที่เราเริ่มคุ้นเคยกันดีไม่ว่าจะเป็น Google Assistance, Siri หรือ Alexa เป็นผู้ติดต่อมาแทน เพื่อให้ช่วยจัดการธุระบางอย่างกับแบรนด์โดยตรง ซึ่งแบรนด์ก็จะใช้บอตในพูดคุยเหมือนกัน

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาคาดการณ์ว่าผู้บริโภคอาจจะผลักหน้าที่ในการตัดสินใจซื้อของต่างๆ ให้เป็นของผู้ช่วยอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เช่นกัน โดยอาจให้ผู้ช่วยเป็นผู้ตัดสินใจเลือกว่าจะซื้ออะไรดี อิงจากพื้นฐานความชอบส่วนตัวและเป้าหมายของเจ้าของ ซึ่งทำให้ผู้ช่วยอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะกลายมาเป็นเลขาเสมือนจริงของเรามากขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภคในทศวรรษนี้คือประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เกือบทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ในปี 2030 การพัฒนาอย่างยั่งยืนของแบรนด์จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา และแบรนด์ควรพัฒนาให้เป็นประเด็นหลักขององค์กรในทุกแง่มุม

อย่างไรก็ตามการรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมมาพร้อมกับราคาที่เพิ่มขึ้น สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ซึ่งผู้บริโภคไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถจ่ายเพื่อสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งแรกที่พวกเขาจะตัดสินใจก็ยังคงเป็นราคาอยู่ดี

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจคือข้อมูลด้านไบโอเมตริกซ์ที่จะกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการระบุตัวตนของผู้บริโภค ซึ่งจะถูกพัฒนามากขึ้นในช่วงปลายทศวรรษทำให้แบรนด์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนากลยุทธ์และนโยบายขององค์กรเพื่อให้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อแบรนด์มากๆ ในแง่ของการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตรงตามความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง

ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่าในอนาคตผู้บริโภคจะมีสิทธิ์เต็มที่ในการเลือกที่จะปิดรับโฆษณาอย่างสิ้นเชิง ในประเทศที่พัฒนาแล้วผู้บริโภคอาจจะเลือกได้ที่จะไม่ดูโฆษณาอีกเลย อย่างไรก็ตามโฆษณาก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ พวกเขาเชื่อว่าผู้บริโภคยังต้องการโฆษณา แต่มาในรูปแบบของเครื่องมือทางการตลาดอื่นๆ ที่สร้างประสบการณ์ที่ดี มีความน่าสนใจ และสร้างการรับรู้ได้แบบเนียนๆ

หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จบลง หลายประเด็นที่ถูกพยากรณ์เอาไว้จะถูกเร่งให้เกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม AI จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างเต็มรูปแบบและทดแทนแรงงานมนุษย์เร็วกว่าที่มีการคาดการณ์เอาไว้ จากการที่คนต้องปรับตัวจากการล็อคดาวน์อยู่ที่บ้านทำให้เราเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น เราปรับพฤติกรรมบางอย่างเพื่อสอดรับกับนวัตกรรมมากขึ้น AI จะสนิทกับเราเร็วขึ้นแน่นอน ในฐานะของคนที่ทำงานในวงการโฆษณาและการตลาด เราคงต้องเตรียมปรับตัวให้ทันกับโลกใหม่ ที่ปัญญาประดิษฐ์จะมีผลกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเร็วกว่าที่เราคิด

Source