ดีแทคจำหน่ายซิมดีแทค แฮปปี้ ทัวริสต์ช่วยติดตามชาวต่างชาติ จากประเทศกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 [PR]

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) (ที่ 4 จากซ้าย) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) (ที่ 5 จากซ้าย) และนายเลิศรัตน์ รตะนานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายประสานงานภาครัฐ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค (ที่ 2 จากขวา)

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค พร้อมจำหน่ายซิมดีแทค แฮปปี้ ทัวริสต์ ช่วยติดตามชาวต่างชาติจากประเทศกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 ที่ท่าอากาศยานบินสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ที่อยู่ในท่าอากาศยานของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย เริ่มตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

นายฮาว ริเร็น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ช่วยเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ที่เดินทางเข้าประเทศไทย ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะต้องผ่านการคัดกรองโรคจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยและประชาชนคนไทย เกี่ยวกับการติดตามและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยดีแทคได้จัดเตรียมบูทและเจ้าหน้าที่จำหน่ายซิมดีแทค แฮปปี้ ทัวริสต์ การ์ด สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย ณ จุดตรวจของกรมการควบคุมโรค ในราคา 49 บาท ใช้งานได้ 14 วัน

สำหรับชาวต่างชาติ ถ้าโรมมิ่งเบอร์โทรศัพท์เข้ามาใช้ในประเทศไทย สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AOT Airport ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ได้ทันทีและกรอกข้อมูลเพื่อให้ภาครัฐสามารถติดต่อ ติดตามตรวจสอบย้อนกลับได้ หากพบความเสี่ยงจากการระบาดของโรคในภายหลัง หากไม่ได้เปิดโรมมิ่ง ชาวต่างชาติจะต้องซื้อซิมการ์ด ณ จุดควบคุมโรค เริ่มบังคับใช้ 12 มีนาคมนี้