Home Brand Move !! “อนันดา” มองมุมบวก อสังหาฯ “มีขึ้นมีลง” ตลาดไม่ได้แย่ แต่ต้องปรับตัวหาโอกาส

“อนันดา” มองมุมบวก อสังหาฯ “มีขึ้นมีลง” ตลาดไม่ได้แย่ แต่ต้องปรับตัวหาโอกาส

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา

ปีก่อนว่าหนักแล้ว ปี 2563 ธุรกิจอสังหาฯ ดูแล้วยังต้อง “เหนื่อย” ต่อไป เมื่อเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจทุกตัวดับหมด ทั้งส่งออก ท่องเที่ยว การบริโภคในประเทศ การลงทุนเอกชน มีเพียง การลงทุนภาครัฐ หลัง พ.ร.บ.งบประมาณผ่าน จะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ทำงาน แต่คงหวังไม่ได้มาก เมื่อหลายสถาบันออกมาฟันธงแล้วว่า “จีดีพี” ปีนี้คงโตไม่ถึง 2%

ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ ปีนี้ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า “ลำบาก” แต่หากลองถอยออกจากปัญหาที่รุมเร้า กลับมาตั้งสติ เพื่อดูว่าที่จริงธุรกิจอสังหาฯ ก็มี “ขาขึ้น ขาลง”  เหมือนธุรกิจอื่นๆ เป็น Business Cycle สิ่งที่ต้องทำคือ การปรับตัว หาโอกาสที่ยังมีอยู่ในวิกฤติ…นี่คือมุมมองต่อภาพรวมอสังหาฯ ปีนี้ ของ  คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดอสังหาฯ ปีนี้ ต้องเผชิญกับความกังวลของผู้บริโภคที่วิตกกับสถานการณ์เศรษฐกิจ กลุ่มที่มีเงินก็ชะลอการซื้อ แต่หากทำให้เห็นว่าตลาดไม่ได้แย่อย่างที่คิด กำลังซื้อก็จะฟื้นกลับมาได้

ผู้ประกอบการเองต้องหันมาดูดีมานด์ที่ยังมีอยู่ในตลาดและทำโครงการในทำเลที่ถนัด สิ่งสำคัญต้องบริหารสต็อกที่เหมาะสม บริหารความเสี่ยงและพัฒนารูปแบบใหม่ให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ ที่ผ่านมาอสังหาฯ เผชิญวิกฤติมาหลายครั้งและทุกครั้งก็ผ่านมาได้ เชื่อว่าครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

“โลเคชั่น” ยังสำคัญที่สุด

บิสสิเนส โมเดล ของอนันดา ที่ให้ความสำคัญมาตลอด คือ โลเคชั่น เกรดเอ ติดรถไฟฟ้าให้ความสะดวกกับผู้บริโภคในการใช้ชีวิต ยังเชื่อว่าอีก 10 ปี หรือ 20 ปี โลเคชั่นติดรถไฟฟ้าก็ยังคงสำคัญ เพราะเป็นความสะดวกในการเดินทางของเมืองระดับมหานคร

วันนี้ที่ดินที่หายากที่สุดยังเป็นทำเลติดรถไฟฟ้าและย่านธุรกิจสำคัญ และนับวันมูลค่าก็ยังเพิ่มขึ้น แม้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่เศรษฐีที่ครองที่ดินโลเคชั่นดีๆ ในกรุงเทพฯ ไม่มีใครลดราคาที่ดินเพื่อขาย เพราะไม่มีความจำเป็นต้องขาย หากไม่ได้ราคาที่ดี นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ โลเคชั่น อสังหาฯ ที่ดี จะมีมูลค่าเพิ่มได้สำหรับผู้ซื้อในอนาคต

การขยายเครือข่ายของรถไฟฟ้าจาก 100 สถานีในปัจจุบัน เป็น 221 สถานี ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะทำให้การพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้ายังเป็นทำเลที่มีดีมานด์สูง

ตลาดจีน คือ โอกาส

การเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียมที่ผ่านมา คือ กลุ่มผู้ซื้อต่างประเทศ ตลาดหลักคือ “จีน” ปัจจุบันประชากรจีน 1,400 คน  มีคนที่ถือพาสปอร์ตอยู่  9% หรือกว่า 120 ล้านคน ลองคิดดูว่าหากขยับมาเป็น 13.5%  หรือ เพิ่มขึ้นอีก 50% นั่นคือ ตัวเลข 60 ล้านคน เกือบเท่ากับประชากรไทยทั้งประเทศ

แม้ปีที่ผ่านมากำลังซื้อจากจีนในตลาดอสังหาฯ ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและสงครามการค้าจีน-สหรัฐ  ลูกค้าจีนของ อนันดา สัดส่วนราว 6% ไม่โอน ซึ่งเป็นตัวเลขไม่มาก มาปีนี้ตลาดจีน “ซึม” จากวิกฤติไวรัสโคโรนา แต่เชื่อว่าไตรมาส 3-4 สถานการณ์จะคลี่คลาย กำลังซื้อจากจีน ก็ยังเป็น “โอกาส” ของตลาดอสังหาฯ ที่จะกลับมาเติบโตได้

จับมือ “บีทีเอส” ปั้นมิกซ์ยูส “ธนาซิตี้”

ปีนี้อนันดา ยังมองโอกาสขยายแหล่งรายได้ใหม่ ด้วยการลงทุนในโครงการ “มิกซ์ยูส” ครั้งแรกร่วมกับพันธมิตรอย่างกลุ่มบีทีเอส บนที่ดินกว่า 200 ไร่ บริเวณหน้าโครงการ ธนาซิตี้  ติดถนนบางนา – ตราด โดยตั้งเป้าให้เป็น Smart City และ Technology & Innovation Hub  พัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ รวมทั้งพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย ทั้งขายและให้เช่า การพัฒนาโครงการนี้จะแบ่งเป็นเฟสๆ เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ต้องใช้เวลาพัฒนาโครงการราว 5 ปี

สำหรับกลุ่มดุสิต  อีกพันธมิตรที่อนันดา เข้าไปร่วมถือหุ้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและพัฒนาร่วมกัน

ส่วนโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ที่จับมือกับพันธมิตรระดับโลก  ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิสเรสซิเด้นซ์ลักชัวรี่ พร้อมดำเนินการ 2 โครงการในปีนี้ คือ SOMERSET RAMA9 และ LYF SUKHUMVIT 8 ซึ่งจะสร้างรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ (Recurring Income)  โดยวางเป้าพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ปีละ 2 โครงการ

เบรกลงทุนคอนโดปีนี้เปิด 1 โครงการ

ส่วนแผนการลงทุนคอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าปีนี้ วางไว้ 1 โครงการ  คือ  “ไอดีโอ พหล-สะพานควาย”  อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสะพานควาย 0 เมตร บนที่ดินกว่า 5 ไร่  มีจำนวน 1,356 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 8,500 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 139,000 บาทต่อตารางเมตร เป็นการเปลี่ยนจากแบรนด์  Ideo Q ราคา 200,000 บาทต่อตารางเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสภาวะตลาด จะเปิดจองช่วงกลางปี

เบื้องต้นปีนี้วางคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ไว้แค่ 1 โครงการ  แต่หากสถานการณ์มีทิศทางที่ดีขึ้น  ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วอีก 7 โครงการใหม่ ที่สามารถเปิดตัวได้ตลอดเวลา

สิ่งที่ต้องทำในปีนี้ คือเน้นบริหารสต็อกเก่า ทำตลาดโครงการพร้อมอยู่กว่า 38 โครงการ ทั้งคอนโดติดรถไฟฟ้า บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์  ปีนี้จะมีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่อีก 7 โครงการ

ปี 2563 เป้าหมายยอดโอน อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท เติบโต 10% แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 88%  และแนวราบ 12%  ส่วนยอดขายอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท โดยมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 31,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการโอนในระยะ 3 ปีข้างหน้า

แม้ว่าสภาวะตลาดจะมีความผันผวน เชื่อว่ายังมีดีมานด์ ที่อยู่อาศัยเพียงแค่รอจังหวะเวลาที่เหมาะสม ปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของลูกค้าในการซื้อที่อยู่อาศัย ด้วยราคาที่จับต้องได้ รวมทั้งเป็นโอกาสการลงทุนจากดอกเบี้ยต่ำ

สำหรับอนันดา ต้องถือว่าปีนี้เป็นอีกปีที่ท้าทาย จากสถานการณ์เปลี่ยน ทำให้ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ด้วยแนวคิด “Change The Plan Never The Goal” คือ ยึดมั่นในเป้าหมาย ยืดหยุ่นในวิธีการทำงาน  Business Plan ต้องพร้อมปรับตามสถานการณ์ และการจะก้าวผ่านปีที่ยากลำบากไปให้ได้  Mindset เป็นเรื่องสำคัญ!

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ตกลง อ่านเพิ่มเติม