เปิด 5 เหตุผล ‘แบงก์กรุงเทพ’ ฮุบ ‘เพอร์มาตา’ อินโดฯ มูลค่าดีลใหญ่สุดซื้อกิจการธนาคารต่างประเทศ

ปิดดีลเซ็นสัญญา “ซื้อกิจการ” ที่มีมูลค่าสูงสุดของวงการธนาคารไทยในต่างประเทศไปแล้วในวันที่ 12 ธ.ค.2562 หลังจาก ธนาคารกรุงเทพ ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และ พีที แอสทร่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทีบีเค เพื่อเข้าถือหุ้น 89.12% มูลค่า 81,017 ล้านบาท ใน ธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค ประเทศอินโดนีเซีย

- Advertisement -

การทำธุรกรรมซื้อกิจการ “เพอร์มาตา” จะแล้วเสร็จราวไตรมาส 3 ปี 2563 จากนั้นธนาคารกรุงเทพ จะดำเนินการทำคำเสนอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดของเพอร์มาตาอีก 10.88% คาดใช้เงินอีกราว 10,000 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้น 100% รวมมูลค่าการซื้อกิจการทั้งหมดของธนาคารเพอร์มาตาที่ราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 90,909 ล้านบาท

ในการซื้อกิจการธนาคาร “เพอร์มาตา” ครั้งนี้ คุณเดชา ตุลานนท์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ย้ำว่าธนาคาร “ไม่มีแผนเพิ่มทุน” โดยจะใช้เงินทุนภายในและแหล่งเงินทุนที่ได้จากการจัดหาเงินทุนตามปกติ และไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและเงินปันผลของแบงก์กรุงเทพ

มาดู 5 เหตุผลที่ธนาคารกรุงเทพเข้าลงทุนธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 12 ในอินโดนีเซีย ด้วยมูลค่าดีลใหญ่สุดวงการธนาคารไทยที่เข้าซื้อกิจการธนาคารในต่างประเทศ

1. ย้ำกลยุทธ์ผู้นำธนาคารระดับภูมิภาค

คุณจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่าการซื้อกิจการธนาคารเพอร์มาตา อินโดนีเซีย เป็นไปตามกลยุทธ์ของธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ “ผู้นำ” ธุรกิจธนาคารที่มีเครือขายสาขาในต่างประเทศมากที่สุด ปัจจุบันมี 31 แห่ง ใน 14 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก มีฐานธุรกิจธนาคารที่แข็งแกร่งในอาเซียน นอกจากนี้ยังมีสาขาใน จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน นิวยอร์ก และลอนดอน

ธนาคารกรุงเทพ ยังเป็นธนาคารไทยแห่งแรก ที่ไปเปิดสาขาในต่างประเทศ แห่งแรกที่ ฮ่องกง ปี 2497  ส่วนอินโดนีเซีย ได้เข้าไปเปิดสาขาแรกปี 2511 ที่จาร์กาตา ปัจจุบันมี 3 สาขา

2. อินโดฯ ประชากร 276 ล้านคน เศรษฐกิจโตสูง

ปัจจุบันต้องถือว่าอินโดนีเซีย เป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของอาเซียน ปี 2563 คาดจีดีพีโต 5% จากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ดึงดูดการลงทุน ด้วยจำนวนประชากรกว่า 276 ล้านคนสูงสุดในอาเซียน แต่มีอัตราการขอสินเชื่อของประชากรยังอยู่ระดับต่ำที่ราว 36% จึงเป็นโอกาสของธุรกิจธนาคารในการขยายฐานลูกค้า และสร้างโอกาสโต  เพราะเศรษฐกิจประเทศไทยเริ่มขยายตัวช้า คาดการณ์จีดีพีปีหน้าโตไม่ถึง 3% และอัตราการขอสินเชื่อของประชากรมีสัดส่วนกว่า 80%

ปัจจุบันธนาคารเพอร์มาตา มีสาขาทั่วประเทศ 330 แห่ง ตู้เอทีเอ็มกว่า 1,000 ตู้ มีฐานลูกค้ากว่า 3.5 ล้านคน  มีฐานลูกค้าองค์กรและเอสเอ็มอี ที่จะช่วยผลักดันการเติบโตให้ธุรกิจได้อีกมาก รวมทั้งมีบริการโมบาย แบงกิ้ง แอป Permata Mobile X มีเทคโนโลยีด้านดิจิทัล แบงกิ้ง

เมื่อรวมเพอร์มาตาและธนาคารกรุงเทพเข้าด้วยกัน จะทำให้เป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่เป็นอันดับ 10 ของอินโดนีเซีย การบริหารหลังจากนี้ยังใช้ทีมผู้บริหารและพนักงานชุดเดิม รวมทั้งยังคงใช้ชื่อธนาคารเพอร์มาตาเหมือนเดิม โดยธนาคารกรุงเทพจะอยู่ในฐานผู้ถือหุ้นใหญ่

3. ยุทธศาสตร์หนุนลูกค้าลงทุนอาเซียน

ทั้งธนาคารกรุงเทพ และเพอร์มาตา มีเป้าหมายสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจในอาเซียน ตลาดที่กำลังเติบโต ในฝั่งเพอร์มาตา จะได้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญการบริการลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่มรีเทล และเอสเอ็มอี จากเครือข่ายของธนาคารกรุงเทพในต่างประเทศ ทั้งอาเซียนและตลาดจีน เช่นเดียวกันกับลูกค้าองค์กรในไทยและอาเซียน ที่ต้องการขยายธุรกิจในอินโดฯ เพอร์มาตาจะช่วยดูแลและสนับสนุนการลงทุนเช่นกัน

ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ และเพอร์มาตา มีฐานลูกค้าคล้ายกัน คือ กลุ่มองค์กร (Corporate) 40% ตามมาด้วยรีเทลและเอสเอ็มอี

4. สร้างผลตอบแทนทันที  

หลังการทำธุรกรรมซื้อกิจการเพอร์มาตาแล้วเสร็จในปี 2563 จะสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นให้กับธนาคารกรุงเทพได้ทันที จากแนวโน้มการดำเนินงานที่ทำ “กำไร” ของเพอร์มาตาเอง ซึ่งสามารถสร้างส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) กว่า 3% มากกว่าประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4%  นอกจากนี้เมื่อรวมกันแล้วจะทำให้สัดส่วนสินเชื่อต่างประเทศของธนาคารกรุงเทพเพิ่มเป็น 25% ของสินเชื่อทั้งหมด จากปัจจุบันอยู่ที่ 17%

ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ มีบัญชีเงินฝากกว่า 17 ล้านบัญชี สาขาเกือบ 1,200 แห่งทั่วประเทศ มีสินทรัพย์รวม 3 ล้านล้านบาท หลังจากรวมกับเพอร์มาตาแล้วสินทรัพย์จะเพิ่มเป็น 3.3 ล้านล้านบาท เป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในประเทศไทย

5. ขนาดและราคาเหมาะสม

ราคาหุ้นที่ธนาคารกรุงเทพเข้าซื้อ 89.12% ในเพอร์มาตา ด้วยมูลค่า 81,017 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา 1.77 เท่าของมูลค่าตามบัญชี (PBV) ของเพอร์มาตา จึงมีคำถามว่าแพงไปหรือไม่นั้น ในจุดนี้ธนาคารกรุงเทพฯ  ย้ำว่าได้ส่งทีมเช้าไปทำดีลดิลิเจนท์ล่วงหน้า 8-9 สัปดาห์ และเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสม

หากดูดีลการซื้อหุ้นธนาคารไทยช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา บางธนาคารยอมจ่ายราคาเทียบกับมูลค่าตามบัญชีสูงระดับ 3-4 เท่า ขณะที่การซื้อขายกิจการธนาคารในอินโดนีเซียเองอยู่ที่ 1.72-1.73 เท่า ดังนั้นการซื้อกิจการเพอร์มาตาที่มูลค่า 1.77 เท่า ถือว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับราคาการซื้อกิจการธนาคารไทยในอดีตและการซื้อขายปัจจุบัน

อีกทั้งยังเป็นดีลที่สามารถซื้อหุ้นได้ถึง 89.12% เป็นขนาดที่เหมาะสมในการลงทุนที่ธนาคารกรุงเทพต้องการ และต้องถือว่าเป็นดีลที่ธนาคารไทยเข้าไปซื้อกิจการธนาคารต่างประเทศมูลค่าใหญ่ที่สุด