ผ่ากลยุทธ์ Zilingo : Fashion Tech Company หนุนผู้ประกอบการให้เเข็งเเรงเเล้วธุรกิจจะเเกร่งตาม

เชื่อว่าตลอดปี 2019 ที่ผ่านมา ผู้ค้าบนสมรภูมิอีคอมเมิร์ซ (E-commerce)ทั้งไทยและเทศต่างเผชิญกับความท้าทายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญเลขคู่ 8.8, 9.9, 10.10, 11.11 และ 12.12 ที่แทบทุกค่ายต่างจัดขึ้นพร้อม ๆ กัน และนำไปสู่การชักชวนให้ผู้ค้าบนแพลตฟอร์มต้องลดราคาเพื่อให้สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ หรือการแข่งขันด้านนโยบายการให้บริการที่อาจจะมีการชะลอการจ่ายเงินให้กับผู้ค้าบนแพลตฟอร์มระยะหนึ่งก่อนเพื่อให้ลูกค้าได้ตรวจสอบสินค้าว่าถูกต้อง และใช้งานได้จริง

แน่นอนว่า การแข่งขันเหล่านี้จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับแพลตฟอร์มว่าสามารถดูแลผู้บริโภคได้จริง แต่หากจะถามว่ามีภาคส่วนใดที่ถูกหลงลืมไปบ้างท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจนฝุ่นตลบนี้ บางทีอาจเป็น ต้นน้ำหรือก็คือตัวผู้ขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์เองก็เป็นได้

ซึ่งนั่นอาจนำไปสู่ความท้าทายที่แท้จริงของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่หลายคนอาจไม่ได้นำมาพูดถึงกัน กับการสูญเสียผู้ค้าจนไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ

ในความท้าทายที่กล่าวมานี้ คุณนริสสา ลิมปนาทร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด Zilingo ประเทศไทย มองว่า อาจเป็นการดีกว่าหากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะเตรียมหนทางช่วยเหลือผู้ค้าออนไลน์เอาไว้แต่ต้น เพราะการแข่งขันโดยลืมกลุ่มผู้ค้าอาจไม่เป็นผลดีเสมอไปในเกมระยะยาว อีกทั้งยังอาจทำให้แพลตฟอร์มเพิกเฉยต่อปัญหาที่ผู้ค้าออนไลน์เจอ จนทำให้ผู้ค้าออนไลน์เหล่านั้นต้องถอนตัวออกจากแพลตฟอร์มไปอย่างน่าเสียดายด้วย

“จากประสบการณ์ของ Zilingo ที่เปิดให้บริการใน 8 ประเทศทั่วโลก เรามองว่าผู้ขายบนแพลตฟอร์มนั้น คือต้นน้ำของธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างแท้จริง เพราะหากขาดซึ่งผู้ขาย โลกของการค้าออนไลน์ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่จากการแข่งขันที่รุนแรงทุกวันนี้ เราพบว่า ผู้ค้าจำนวนมากเผชิญความท้าทายในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงินทุน เรื่องของการหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เรื่องของความซับซ้อนในกระบวนการผลิตและจัดส่งสินค้า ฯลฯ เราจึงมองว่า แพลตฟอร์มเองก็ควรต้องเข้ามาช่วยดูแลในจุดนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผู้ค้ายังคงอยู่ได้ และแข่งขันกับผู้ค้ารายอื่นได้ ที่สำคัญ เรามองว่า Ecosystem ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายต่างหาก จึงจะทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมีสีสัน และน่าดึงดูดใจจนผู้บริโภคอยากเข้ามาใช้บริการ”

โดยในมุมของ Zilingo มองว่า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องเป็นให้ได้มากกว่าแค่ Marketplace Platform นั่นคือต้องสามารถดูแลผู้ขาย สนับสนุนเพื่อให้เขาเติบโต และสามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วย เห็นได้จากบริการของ Zilingo เช่น มีเงินทุนขั้นต้นสำหรับสนับสนุนผู้ขายที่ต้องการขึ้นตัวอย่างสินค้าให้สูงสุด 3,000 บาทต่อท่าน รวมถึงบริการเปิดร้านให้ฟรี ไม่มีค่าลงทะเบียน ไม่มีค่าคอมมิชชั่น ฯลฯ เหล่านี้ก็เพื่อให้ผู้ค้าสามารถเติบโตได้บนแพลตฟอร์มรวดเร็วขึ้น

Zilingo Asia Mall (ZAM) เครื่องมือเชื่อมผู้ค้าเอเชียสู่ตลาดโลก

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ Zilingo เตรียมไว้ก็คือ Zilingo Asia Mall หรือ ZAM ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม B2B สำหรับเชื่อมธุรกิจค้าปลีกจากทั่วโลกเข้าหากัน โดย ZAM นั้นถูกวางโพสิชันให้มีสินค้าหลายชนิด ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงสินค้าแฟชั่นที่หลายคนทราบดีว่าชื่อชั้นของสินค้าแฟชั่นจากเอเชียเป็นที่ยอมรับในคุณภาพและราคาที่จับต้องได้

แต่สิ่งที่ ZAM เตรียมไว้ให้กับผู้ค้ามากไปกว่าการจับคู่ก็คือ การรู้อินไซต์ว่า บางครั้งโรงงานในบางประเทศก็อาจทำให้ต้นทุนของสินค้านั้นสามารถแข่งขันได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ดังนั้น บนแพลตฟอร์มจึงมีการเตรียมโรงงานในหลายประเทศที่ค่าแรงเเละวัตถุดิบในการผลิตราคาน่ารักเอาไว้ให้บริการ เช่นในประเทศ เวียดนาม บังกลาเทศ เเละโรงงานผลิต 12 ประเทศทั่วโลก

หรือการรู้อินไซต์ที่ว่า หากธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียนก็อาจไม่สามารถขยายการผลิตได้เช่นกัน นั่นจึงทำให้ ZAM มีบริการเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียน ที่เปิดโอกาสให้ร้านค้าสามารถนำใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ หรือใบแจ้งหนี้มาขอใช้บริการเงินทุนหมุนเวียนได้ โดยทาง ZAM จะชำระค่าสินค้าให้กับซัพพลายเออร์ล่วงหน้า และเมื่อร้านค้าได้รับชำระเงินก็ค่อยนำมาใช้คืนทางแพลตฟอร์มในเวลาที่กำหนด ซึ่งจะสะดวกกว่าสถาบันการเงิน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น

ขณะที่ในมุมของการขาย หลาย ๆ ครั้งที่รายได้จากการขายจะถูกนำมาต่อยอดธุรกิจให้เดินหน้าต่อได้ แต่เมื่อแพลตฟอร์มจำนวนมากมองว่าจำเป็นต้องระงับการจ่ายเงินไว้ก่อน เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาตรวจสอบสินค้า ก็อาจทำให้ธุรกิจของผู้ขายเกิดภาวะหยุดชะงักได้เช่นกัน

บริการเหล่านี้คือสิ่งที่ Zilingo มองว่าจะทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเติบโต และมั่นคงอย่างแท้จริง โดยหากนับจากปี 2015 ที่ก่อตั้ง ปัจจุบัน Zilingo มีเครือข่ายโรงงานกว่า 6,000 แห่งทั่วโลก ผู้ประกอบการกว่า 60,000 ราย นอกจากนั้นยังเปิดบริการใน 8 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย, อินเดีย, ไทย, สหรัฐอเมริกา ฯลฯ และสำหรับประเทศไทย บริษัทก็มีแผนจะขยายไปใน 10 จังหวัดหัวเมืองทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่ โคราช ปัตตานี ฯลฯ ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

การเติบโตในสไตล์ Zilingo นี้จึงอาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นว่า Ecosystem บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ทำให้เกิดการเติบโตได้อย่างแท้จริงนั้นก็ยังมีอยู่ และไม่จำเป็นที่เราจะต้องฟาดฟันกันในด้านราคาจนบาดเจ็บทุกฝ่ายก็ได้

“Zilingo Asia Mall คือแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่จะช่วยให้แบรนด์ โรงงาน หรือธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟซั่นและอื่นๆ เติบโต ขยาย และ พัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ”

สนใจข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม พูดคุยกับ Zilingo Asia Mall ได้ที่ LINE@ ZilingoAsiaMall หรือกรอกข้อมูลเพื่อรับการติดต่อกลับโดยตรงได้ที่ : https://forms.gle/CqxuRHD4t2kEeeaG6

Website : http://bit.ly/ZAMxBrandBuffet

ติดต่อ

Facebook: https://www.facebook.com/ZilingoAsiaMallTH/

Instagram: https://www.instagram.com/zamthailand/

โทร: +66 2 508 8797

เมล์: zamth@zilingo.com