ถอดสูตรปัง BNK48 จาก BNK48 Officer สู่ iAM เพื่อจับมือ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ปั้นไอดอลชาย The Brothers 

หนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกจับตาภายใต้การรีแบรนด์บริษัท BNK48 Office เป็น iAM  คือ “The Brothers” เป็นการจับมือระหว่าง คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าบริหาร iAM กับนักแสดงชายแถวหน้าของไทย “ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” ที่มาพร้อมกับนักแสดงชายดีกรีพระเอกระดับประเทศอีก 3 คน ได้แก่ มาริโอ้ เมาเร่อ, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ นิชคุณ หรเวชกุล เพื่อร่วมกันเฟ้นหา 20 ไอดอลชาย ของไทย

คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ เล่าว่าบริษัท BNK48 Office ได้เปลี่ยนชื่อเป็น iAM หรือ บริษัท Independent Artist Management จำกัด เพื่อปรับทิศทางธุรกิจใหม่ไปสู่การเป็นผู้นำ Talent Management ของไทย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การสร้างไอดอลหญิงจากโปรเจกต์ BNK48 เท่านั้น แต่ต้องเข้าถึงกลุ่มคน หรือ Talent ให้ได้มากที่สุด และต้องบริหารจัดการ “ไอดอล” ให้เติบโตบนแพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่หลากหลาย

- Advertisement -

กำหนดบิสสิเนส โมเดล ไว้ 3 ธุรกิจ ประกอบด้วย 1.Idol Management  แฟรนไชส์ AKB48 จากญี่ปุ่น 2.Idol Management  ศิลปินชาย และ 3.Talent Management

ปั้นไอดอลชาย โคลนนิ่ง “พี่ติ๊ก” 

สำหรับโปรเจกต์ “The Brothers” อยู่ภายใต้ธุรกิจ Idol Management เป็นการร่วมทุนระหว่าง iAM  ถือหุ้น 60% และ “ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” 40%  จัดตั้งบริษัท Dream Society Management จำกัด หรือ DMS เพื่อดูแลการปั้นไอดอลชาย

ความน่าสนใจของ “The Brothers” คือ เป็นรายการเรียลลิตี้ที่ไม่มีระบบคัดออก รวมทั้งการได้ 3 เมนเตอร์ หรือที่เรียกว่า “รุ่นพี่” ซึ่งเป็นนักแสดงชายระดับแถวหน้าของไทย ได้แก่ มาริโอ้ เมาเร่อ, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และนิชคุณ หรเวชกุล มาร่วมให้ประสบการณ์กับเด็กหนุ่มทั้ง 20 คน

การปั้นไอดอลชาย เป็นการนำโมเดลความสำเร็จของ BNK48 มาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Engagement ระหว่างแฟนคลับและกลุ่มไอดอลผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความนิยมให้กับไอดอล

The Brothers จะมีการเปิดรับสมัครในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้  โดยจะคัดเลือกไอดอลชาย 20 คน เพื่อร่วมรายการเรียลลิตี้ที่จะออกอากาศเป็นเวลารายการ 3 เดือน

“เราพูดคุยกันว่าอยากจะสร้างไอดอลชายมาตลอด แล้วก็คิดอยู่เสมอว่าจะทำรูปแบบใด จนมาเจอกับพี่ติ๊ก เจษฎาภรณ์ นักแสดงชายที่ประสบความสำเร็จ มีภาพลักษณ์ที่ดี และได้รับการยอมรับจากผู้ชมตลอด 20 ปีที่อยู่ในวงการบันเทิง นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรก 2499 มาสู่รายการเจ้าป่าเข้าเมืองบนยูทูบ จึงตัดสินใจเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันทำงานและต้องการโคลนนิ่ง ไอดอลชายให้มีความสามารถเหมือนพี่ติ๊ก”

แต่การสร้างไอดอลกรุ๊ปชาย ไม่ต้องการให้ออกมาเป็นนักร้องอย่างเดียว  จึงเชิญอีก 3 รุ่นพี่มาช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้และความสามารถให้กับน้องๆ 20 คน และ การมี 4 รุ่นพี่ในรายการ ทำให้มีตัวแทนของคนหลายช่วงวัย ตั้งแต่ 10-40 ปี ทำให้สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่มอายุได้

ไม่ใช่แค่กระแส แต่ต้องสร้าง Talent ใหม่ๆ

นอกจากนี้ iAM ยังมีอีก 2 ส่วนธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจ Talent Management การปั้นศิลปิน นักร้องนักแสดง และอินฟลูเอ็นเซอร์ ที่จะมาเสริมความหลากหลายของคอนเทนต์ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกเพศ ทุกวัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหาศิลปินที่มีความโดดเด่นน่าสนใจทั้งจากในและต่างประเทศ

ส่วนไอดอลหญิง BNK48 จะถูกบริหารภายใต้ธุรกิจ Idol Management ภายใต้ Business Model แฟรนไชน์ AKB48 จากญี่ปุ่น โดยจะยังคงนำเสนอภาพลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่น และสร้างความบันเทิงผ่านเพลงใหม่ กิจกรรมที่ทำร่วมกับกลุ่มแฟน รวมทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการออนไลน์ รวมถึงการปั้นวงน้องสาว CGM48 ที่นำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้จะดึงไอดอลสาว BNK48 จากทั้งรุ่นที่ 1 และ 2 ที่มีจำนวนราวๆ 40-50 คน ออกมาเป็นกลุ่มย่อยเรียกว่า Unit โดยประเดิมวงแรก Mimigumo การรวมตัวของไข่มุก จ๋า และมิวสิค ก่อนจะทยอยเปิดตัววงอื่นๆ ต่อไป

คุณจิรัฐ ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมากระแสของ BNK48 เริ่มลดลง แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจเพลงที่ต้องมีขึ้นลง จึงต้องเพิ่มศักยภาพให้กับน้องๆ และเปลี่ยน BNK48 ให้เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถต่อยอดไปสู่คอนเทนต์อื่นๆได้ นอกเหนือจากเพลงใหม่และทำกิจกรรมร่วมกับแฟนๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ ซีรีส์ รายการออนไลน์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเชิงธุรกิจ

“เมื่อ 2 ปีก่อนเปิดตัวเพลงแรกก็มีกระแสว่า BNK48 ไม่ดังหรอก จนมาเปิดตัวเพลง คุ้กกี้เสี่ยงทาย ก็มีกระแสตามมาว่าวงอยู่ได้ไม่นาน ถึงวันนี้ที่เปิดตัวเพลงที่ 7 ดินแดนแสนวิเศษ BNK48 พิสูจน์แล้วว่ายังเป็นวงที่ประสบความสำเร็จทั้งด้านความนิยมจากแฟนคลับและรายได้ เชื่อว่ากระแสเป็นส่วนสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะธุรกิจนี้อยู่ได้เพราะฐานแฟนคลับ” คุณจิรัฐ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คุณจิรัฐ เชื่อว่าด้วยประสบการณ์บริหารไอดอลกรุ๊ปที่มี เมื่อรวมกับความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ถือหุ้นทั้งหมดของ iAM ไม่ว่าจะเป็น แพลนบี มีเดีย (Plan-B) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งประสบการณ์การบริหารศิลปินกว่า 15 ปีของกลุ่ม AKS ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมโปรโมตธุรกิจต่างๆของ iAM ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

หลังปรับบิสสิเนส โมเดลใหม่ คาดว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจาก BNK48 50% และการบริหารอินฟลูเอ็นเซอร์รวมกับ The Brothers อีก 50%