3 โปรไฟล์ใหม่ล่าสุดตระกูล MINI Countryman ผสานเทคโนโลยี MINI Connected เต็มรูปแบบครั้งแรก

จากความสำเร็จ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป (BMW Group) ในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ด้วยยอดขายรถยนต์ 2,490,000 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 165,000 คันทั่วโลก กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2560 อยู่ที่ 10.655 พันล้านยูโร จากรายได้รวมทั้งหมด 98.678 พันล้านยูโร (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560)

ด้าน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในปี 2561 สร้างสถิติเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้เป็นสถิติใหม่ที่ 12,036 คัน  ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 20%  และยังนับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในเครือข่ายของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในส่วนของยอดการส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในประเทศไทยก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 122% “บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด” มียอดการส่งมอบรถตลอดปี 2561 จำนวน 2,154 คัน เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่ผ่านมา

ขณะที่ “มินิ” (MINI) อีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยมในกลุ่ม มียอดส่งมอบรถตลอดปี จำนวน 1,051 คัน เพิ่มขึ้น 4% จากปีที่ผ่านมา โดยในครึ่งปี 2562 ยังคงประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเติบโตกว่า 25% ในประเทศไทย สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าชาวไทยและทั่วโลกตลอด 60 ปี

คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย

“มินิ” เตรียมจัดเซอร์ไพรส์ ฉลอง 60 ปี

เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า มินิ ประเทศไทย (MINI Thailand) เตรียมจัดกิจกรรมสุดพิเศษตลอดทั้งปีสุดเซอร์ไพรส์ เช่น งาน MINI Expo 2019 ที่จะรวบรวมทั้งความสนุกสนาน และนวัตกรรม จากยนตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของมินิครบทุกแนวไม่ว่าจะเป็น มินิ แฮทช์ 3 ประตู รุ่นยอดฮิตสำหรับผู้รักความสนุกสนานและความโดดเด่นบนท้องถนน และ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ที่จะมาปลุกเร้าจิตวิญญาณนักแข่งโกคาร์ทด้วยเครื่องยนต์ทรงพลังและดีไซน์ไม่ซ้ำใคร

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมเปิดตัวรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ในโพรไฟล์ใหม่ถึง 3 รุ่น ได้แก่ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี (MINI Cooper S Countryman Entry) พร้อมด้วย มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน (MINI Cooper S Countryman) และ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม (MINI Cooper S Countryman Hightrim)  พร้อมเทคโนโลยี MINI Connected เป็นครั้งแรก ในงาน MINI Expo 2019 วันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

MINI Connected” เทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ มินิ ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี MINI Connected ให้ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น ด้วยบริการใหม่เพื่อการเชื่อมต่ออย่างครบวงจร ผสานการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่ รถยนต์มินิ และโลกภายนอกเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านแอปพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือภายนอกรถยนต์ เพื่อความสะดวก สบายและความปลอดภัยในทุกการขับขี่และทุกเส้นทางบนท้องถนน โดยแพ็กเกจ จะแบ่งเป็น Connected Media, Connected Navigation และ Connected Navigation Plus

แพ็กเกจ Connected Media

  • มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสัมผัส
  • บริการ Remote Services: เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของรถยนต์จากแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนโทรศัพท์ เช่น ระยะทางที่ขับไปแล้ว สถานะของหน้าต่างและประตู ซึ่งบริการนี้ยังสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบแตร และระบบไฟจากระยะไกลได้
  • บริการ Teleservices: บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการมินิที่คุณต้องการ หรือผู้ขับขี่สามารถทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิด้วยตนเองผ่าน Teleservice Call
  • บริการ Intelligent Emergency Call: ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของมินิทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถโดยอัตโนมัติไปยังศูนย์บริการ เพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
  • Connected Drive Services: ติดตามข้อมูลข่าวสารและข้อมูลสภาพอากาศประจำวันโดยละเอียดจาก RSS feed และยังมีบริการ Online Search ที่สามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่ต่าง ๆ และส่งข้อมูลไปยังระบบนำทางในรถโดยอัตโนมัติ

แพ็กเกจ Connected Navigation

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสัมผัส พร้อมระบบแผนที่นำทาง
  • ระบบนำทางพร้อมข้อมูลการจราจรจาก Real-Time Traffic Information (RTTI) ที่สามารถแสดงข้อมูลสภาพการจราจรแบบนาทีต่อนาที ผ่านทั้งระบบนำทางภายในรถและแอพพลิเคชั่น MINI Connected
  • การอัพเดทแผนที่ผ่านคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานบนแผนที่ที่ได้รับการอัพเดทข้อมูลล่าสุดอย่างมั่นใจ
  • Apple CarPlay Preparation: เข้าถึงฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นโปรดใน iPhone จากรถยนต์มินิได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือพูดคุยกับ Siri รวมถึงการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่านระบบ MINI Connected

แพ็กเกจ Connected Navigation Plus

  • มาพร้อมอุปกรณ์และครอบคลุมการให้บริการข้างต้น
  • หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปุ่ม MINI Touch Controller แบบสัมผัส และระบบแผนที่นำทาง
  • MINI FindMate มาพร้อมอุปกรณ์ระบุตำแหน่ง GPS เพื่อแจ้งเตือนตำแหน่งของใช้สำคัญต่าง ๆ เช่น กุญแจรถหรือกระเป๋าสตางค์ ผ่านการส่งสัญญาณบลูทูธที่เชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น MINI Connected บนสมาร์ทโฟน โดยจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนผู้ใช้งานหากอยู่ห่างจากตัวส่งสัญญาณเกิน 40 เมตร

เผยโฉมโปรไฟล์ใหม่ ตระกูลคันทรีแมน

นอกจากนี้ มินิ ยังเผยโฉมโปรไฟล์ใหม่ ตระกูลคันทรีแมน อย่าง “มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี” และ “มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน” ที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวและอเนกประสงค์อันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลมินิ คันทรีแมน ห้องโดยสารมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่นระบบ Servotronic เบาะหนังแท้สีดำ Leather Cross Punch Carbon Black สไตล์สปอร์ต เข้ากันกับการตกแต่งภายในสี Hazy Grey และล้ออัลลอย Pair Spoke สีเงินขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Runflat สะดุดตาด้วยเส้นสายการตกแต่งบริเวณกระโปรงหน้า ฝาครอบกระจกข้าง และหลังคาในสีดำ ไฟหน้า LED daytime driving light ให้แสงสว่างที่นวลตาอย่างทั่วถึงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อม LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ก่อนจะเสริมความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่มาพร้อมกับระบบไฟเพื่อฉายโลโก้มินิลงบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดประตูรถ

เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ส่งความเร็วสูงสุดที่ 224 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.4 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ

มั่นใจความปลอดภัยด้วยระบบควบคุมความเร็ว ลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอด (PDC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) มาพร้อมระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant) ราคา 1,989,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

ทั้งนี้ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี และ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ยังมาพร้อมไฮไลท์สำคัญอย่างระบบการสื่อสารและความบันเทิงที่มาพร้อมเทคโนโลยี MINI Connected  ในแพ็คเกจ Connected Media อีกด้วย

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน เอนทรี ราคาจำหน่าย 1,989,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard) และ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ราคาจำหน่าย 2,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

“มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม” ตอบโจทย์เซกเมนต์พรีเมียม คอมแพ็ค

สำหรับ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ยังคงเอกลักษณ์ปราดเปรียวและการขับขี่เหนือระดับในเซกเมนต์พรีเมียม คอมแพ็ค ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที และทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ตพร้อม Paddle Shift

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมล้ออัลลอยลาย Edged Spoke ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง Runflat รอบคันตกแต่งด้วย Chrome Line ตัดขอบด้วยเส้นสายโครเมียมสีเงิน สายคาดบนฝากระโปรง หลังคา และฝาครอบกระจกในสีขาวหรือดำ พร้อมราวหลังคา ไฟหน้า LED daytime driving light และไฟ LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ส่วนกล้องมองหลังติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน และยังคงความเอ็กซ์คลูซีฟด้วย MINI Excitement Package ที่ฉายโลโก้มินิบนพื้นบริเวณฝั่งคนขับเช่นเดียวกัน

ภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours Piano Black Illuminated สะดุดตาด้วยสีดำมันวาว พร้อมไฟสีที่แต่งแต้มห้องโดยสารเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศยามค่ำคืน และตัดขอบด้วย Chrome Line เช่นเดียวกับภายนอก ทั้งยังมาพร้อมกับพวงมาลัยหนังแท้สไตล์ MINI Yours แบบสปอร์ตพร้อมระบบ มัลติฟังก์ชั่น และกระจกมองหลังตัดแสงเพื่อความสบายตา พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (PDC) และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ (Parking Assistant)

สำหรับเทคโนโลยี MINI Connected ในมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม มาในแพ็คเกจ Navigation Plus และบริการพื้นฐานดังเช่นในรุ่น มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมนเพื่อการเชื่อมต่อที่สะดวกสบายไร้ขีดจำกัด

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม จำหน่ายในราคา 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

นอกจากนี้ ยังรวมถึงรถยนต์มินิครบทุกรุ่นทุกตระกูลทั้ง มินิ แฮทช์ 3 ประตู, มินิ แฮทช์ 5 ประตู, มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล, มินิ คลับแมน, และขุมพลังเทียบชั้นรถแข่งอย่าง มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายเฉพาะในงาน MINI Expo 2019 เท่านั้น ในวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

รายละเอียดของแพ็กเกจ MINI Connected ในรุ่นต่างๆ

สามารถดูรายละเอียด เทคโนโลยี MINI Connected เพิ่มเติมได้ที่ https://www.mini.co.th/en_TH/home/range/mini-connected.html