สานต่อความสำเร็จ TOFUSAN X MARVEL ได้เวลาน้ำเต้าหู้กลับมากู้โลกอีกครั้ง

“เราอยากจะเป็นแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ทำตัวดีกับโลก” นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ โทฟุซัง ส่งเหล่าซูเปอร์ฮีโร่จาก “Marvel Studios” ออกปฏิบัติการน้ำเต้าหู้กู้โลกอีกครั้ง โดยครั้งนี้มาพร้อมกับการปิดตำนานเหล่าฮีโร่อเวนเจอร์ ในภาพยนตร์ Avengers: ENDGAME ที่เข้าฉายในวันที่ 24 เมษายนนี้

หลังประสบความสำเร็จจากการร่วมมือกับทางเดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) เจ้าของลิขสิทธิ์ดังระดับโลก นำคาแรกเตอร์ของเหล่าฮีโร่ในสไตล์สุดคิ้วท์ “Marvel Kawaii” มาไว้บนผลิตภัณฑ์ โทฟุซัง (Tofusan) และซอยป๊อป (Soypop) สร้างการเติบโตของยอดขายในช่วง 2-3 เดือน เพิ่มถึง 15% พร้อมทั้งจุดกระแส #น้ำเต้าหู้กู้โลก จนเป็นที่พูดถึงบนโซเชียลมีเดีย ในช่วงที่ภาพยนตร์ Avengers: Infinity War เข้าฉาย (เมษายนปี 2561) และทำให้ยอดขายของโทฟุซังพุ่งสูงถึง 30% ในช่วงเวลาดังกล่าว

ตอกย้ำภาพฮีโร่สุดคาวาอี้ เจาะตลาดเด็กและคนรุ่นใหม่

ในปีนี้ โทฟุซัง ตั้งเป้ามียอดขายรวมประมาณ 500-600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 400 ล้านบาท ด้วยแผนการตลาดใช้คาแรกเตอร์บนผลิตภัณฑ์ เพื่อตอกย้ำมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ และได้รับการยอมรับจากบริษัทระดับโลก พร้อมทั้งตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และเด็ก เพิ่มขึ้น 50% ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน

คุณสุรนาม พานิชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โทฟุซัง จำกัด บอกว่า ในปีนี้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากทางเดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) อีกครั้ง ในการได้ลิขสิทธิ์นำคาแรกเตอร์ของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากแฟนๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Iron Man, Black Widow, Ant Man, Captain Marvel และ Captain America มาบรรจุไว้บนผลิตภัณฑ์ โทฟุซัง (Tofusan) และคาแรกเตอร์ Marvel Avengers Mini Heroes ได้แก่ Iron Man, Thor, Hulk และ Thanos มาบรรจุไว้บนผลิตภัณฑ์ ซอยป๊อป (Soypop) ในรูปแบบขวด

หากไม่นับในอุตสาหกรรมอื่น โทฟุซัง คือผู้ผลิตและจำหน่ายนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรซ์ รายเดียวที่ทางเดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) เลือกทำคาแรกเตอร์ด้วย ซึ่งในการคัดเลือกคาแร็กเตอร์เพื่อใช้บนผลิตภัณฑ์ มาจากการที่ทางผู้บริหารและทีมงานโทฟุซัง ชื่นชอบเหล่าซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลเป็นทุนเดิม ด้วยคาแรกเตอร์คนดีที่คอยกอบกู้โลกของเหล่าฮีโร่ ทำให้โทฟุซังอยากจะเป็นแบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์ดีกับโลกเช่นเดียวกัน

ในด้านของดิสนีย์เองก็ต้องการให้เรื่องราวและตัวละครของดิสนีย์ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของแฟนๆ โดยคุณสุภอร รัตนมงคลมาศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย (Country Head) กล่าวว่า ดิสนีย์ได้ร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อนำตัวละครเข้าไปใกล้ชิดกับแฟนๆอยู่เสมอ และในการร่วมมือกับ “โทฟุซัง” ครั้งนี้ เป็นไปด้วยวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ใกล้เคียงกัน คือ ความต้องการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค ผ่านการนำเสนอสิ่งที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์และแตกต่าง เพื่อให้เข้าถึงแฟนๆทุกกลุ่ม ซึ่งนอกจากคอลเลคชั่น Marvel Kawaii แล้ว ยังมีคอลเลคชั่น Disney Tsum Tsum Christmas ในปีที่ผ่านมา ที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยลวดลายที่น่ารัก

น่ารักจนถึงขนาดที่ “เจนนี่” สาวสุดฮอตแห่ง Blackpink ยังสะดุดตาและหยิบเจ้าน้ำเต้าหู้โทฟุซังรสดั้งเดิมนี้ขึ้นมาดู พร้อมออกปากชมว่า “It’s so cute!” เลยทีเดียว ดังที่เห็นในรายการ BLACKPINK DIARIES EP.1 บน Channel Youtube ของ Blackpink

 

คุณสุรนาม บอกต่อว่า การสร้างคาแรกเตอร์บนผลิตภัณฑ์ นอกจากจะช่วยสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นความท้าทาย ในการสร้างโอกาสสำคัญให้กับกลุ่มคนใหม่ๆ ได้หันมาลองดื่มสินค้าเพื่อนำไปสู่การซื้อซ้ำ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่ซื้อซ้ำเป็นประจำอยู่แล้ว

เพราะที่ผ่านมา โทฟุซัง ไม่ได้ทุ่มเม็ดเงินไปกับการโฆษณา แต่ทุ่มไปกับการให้ลูกค้าได้ทดลองดื่มสินค้าและบอกต่อ ทั้งในการเข้าไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์สินค้า เช่น เป็นสปอนเซอร์กิจกรรมงานวิ่ง คอนเสิร์ต หรือการสะสมสินค้าเพื่อแลกของรางวัลพรีเมี่ยม ในช่วงระยะเวลาที่มีการจำหน่ายแพกแกจลิมิเต็ดอิดิชั่น

ขยายตลาด Food Service ในไทย พร้อมรุกต่างประเทศมากขึ้น

และเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการตลาดในปีนี้ โทฟุซัง ตั้งเป้าที่จะขยายกำลังการผลิตให้ได้ 400,000 ขวดต่อวัน จากเดิมเฟสที่มีกำลังผลิต 200,000 ขวดต่อวัน ซึ่งเป็นไปตามแผนการก่อสร้างและขยายโรงงานในเฟส 2 บนพื้นที่ 15 ไร่ ย่านสมุทรสาคร ที่ใช้เงินลงทุน 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะพร้อมในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

โดยในการขยายตลาดในประเทศ ปีนี้โทฟุซัง จะขยายตลาดไปที่ช่องทาง Food Service มากขึ้น เช่น โรงพยาบาล โรงแรม และร้านอาหาร ส่วนตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 5% ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนเป็น 15% ภายใน 3 ปี

หลังจากที่โทฟุซังขยายตลาดไปที่ดูไบ และจีน ในเมืองเซี่ยงไฮ้และกวางโจว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ที่สนใจในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น ในลักษณะของการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายในแต่ละพื้นที่

ปัจจุบันภาพรวมตลาดรวมนมถั่วเหลืองมีมูลค่า 16,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรซ์ 3-4% โดยมีโทฟุซัง เป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์ 68%

นอกจากการรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้แล้ว คุณสุรนาม มองว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการขยายตลาดนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรซ์ให้ใหญ่ขึ้น โดยการส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรซ์กันมากขึ้น

สำหรับการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์รายอื่น คุณสุรนาม เผยว่า ในตอนนี้ยังไม่มีแผนที่จะไปจับมือกับรายอื่น เพราะยอมรับว่าการผนึกกับดิสนีย์ ซึ่งเป็น Global Partner นอกจากในแง่ของการเสริมให้ยอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แบรนด์โทฟุซัง สามารถยกระดับธุรกิจให้มีมาตรฐานทัดเทียมและได้รับการยอมรับในระดับโลก