TRUEMOVE H คว้าตำแหน่งผู้นำเครือข่าย 4G ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อนจาก nPerf

เรียกว่าครองตำแหน่งผู้นำต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 3 แล้วสำหรับ “ทรูมูฟ เอช” ในด้านประสิทธิภาพของเครือข่าย (2016 – 2018) โดยสถิติล่าสุดที่ได้รับการเปิดเผยจาก nPerf ผู้ให้บริการเครื่องมือวัดประสิทธิภาพความเร็วและคุณภาพของอินเทอร์เน็ตจากแดนน้ำหอม พบว่า ทรูมูฟ เอช (TRUEMOVE H) สามารถทำคะแนนรวมได้สูงสุดในทุกด้านที่เกี่ยวกับคุณภาพการเชื่อมต่อถึง 5 ด้าน ทั้งการวัดผลความเร็วในการดาวน์โหลด, อัปโหลด, ค่าความหน่วงในการรับส่งข้อมูล, การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆ และการสตรีมมิ่งวิดีโอ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำเครือข่าย 4G ตัวจริงของไทย ซึ่งหากย้อนไปเมื่อ ปี 2556 หรือประมาณ 6 ปีที่แล้ว ทรูมูฟ เอช คือ เครือข่ายรายแรกที่เปิดให้บริการ 4G อย่างเป็นทางการเป็นรายแรกของไทย จนทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดของทรูมูฟ เอช พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดนั่นเอง

โดย nPerf ทำการเก็บข้อมูลนี้ จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีผลการทดสอบที่เก็บได้กว่า 1 ล้านครั้ง และผลการทดสอบพบตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

  • ค่าเฉลี่ยความเร็วในการดาวน์โหลดบนทุกเครือข่าย 2G/3G/4G ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดก็คือทรูมูฟ เอช ที่ 18.35 เมกะบิตต่อวินาที รองลงมาคือดีแทคที่ 17.74 เมกะบิตต่อวินาที และเอไอเอสที่ 16.09 เมกะบิตต่อวินาที

  • ในด้านการเข้าใช้งานเว็บไซต์ (Browsing Test) พบว่าคะแนนของทรูมูฟเอชและดีแทคเฉือนกันนิดเดียวโดยทรูมูฟเอชชนะที่ 49.96% ตามมาด้วยดีแทคที่ 49.89% ส่วนเอไอเอสรั้งท้ายที่ 44.21%

  • ส่วนการสตรีมมิ่งวิดีโอ (ประสิทธิภาพในการดู YouTube และแอปสตรีมมิ่งต่างๆ) ทรูมูฟ เอช ชนะไปด้วยคะแนน 72.34% ตามมาด้วยเอไอเอส 69% และดีแทค 67.64%

การชนะในด้านประสิทธิภาพการเชื่อมต่อทั้ง 3 หัวข้อข้างต้น ยังมีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้เครือข่ายโทรคมนาคมของผู้บริโภคยุคใหม่ด้วย ซึ่งในจุดนี้ คุณอดิศักดิ์ ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงสถิติจาก nPerf ว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทรูมูฟ เอชได้รับรางวัลเครือข่าย 4G ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2018 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน จากผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ทั่วโลกให้การยอมรับอย่าง nPerf และน่าดีใจที่ผลการทดสอบพบว่าทรูมูฟ เอช มีคะแนนที่ห่างกว่าผู้ให้บริการรายอื่นในทุกด้าน ทั้งการวัดผลความเร็ว (Speedtest) การเข้าใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ (Browsing Test) และการสตรีมมิ่ง (VDO Streaming) ไม่ว่าจะเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยีใด ๆ ก็ตาม”

ส่วนหนึ่งที่ทำให้สถิติการเชื่อมต่อมีคุณภาพระดับสูงนั้น คุณอดิศักดิ์เผยว่า มาจากเทคโนโลยีที่ทรูมูฟ เอช นำมาใช้งาน อาทิ การขยายเครือข่าย 4G+ แบบ 3CA หรือการรวมคลื่น 900/1800/ 2100 MHz เข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้ได้ความเร็วสูงระดับ 300Mbps และยังได้ขยายสัญญาณเพิ่มเติมด้วยการอัปเกรดเครือข่ายให้รองรับการส่งสัญญาณแบบ 4×4 MIMO ตลอดจนขยายเพิ่มเป็น 8×8 MIMO ให้ครอบคลุมทุกจังหวัด

นอกจากนั้น ทรูมูฟ เอช ยังเปิดให้บริการเทคโนโลยีมาตรฐานโลกอย่าง FDD Massive MIMO 32T32R เป็นรายแรกของโลก โดยมีจุดเด่นที่การกระจายช่องสัญญาณให้สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคนได้ จึงเสมือนมีช่องสัญญาณส่วนตัว ช่วยเพิ่ม capacity ถึง 4 เท่า ทำให้รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มากขึ้นนั่นเอง

จริง ๆ แล้ว จากรายงานชิ้นนี้ สิ่งหนึ่งที่คนไทยน่าจะดีใจก็คือ เครือข่ายบ้านเราถือว่าเป็นเครือข่ายที่ให้บริการได้ในระดับดีมากประเทศหนึ่งของโลก สังเกตได้จากสถิติหลาย ๆ ตัวนั้น แม้จะมีการทิ้งห่างกันบ้าง แต่ก็เป็นค่าเฉลี่ยที่อยู่ในเกณฑ์ดี ด้วยเหตุนี้ การมีเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพจึงหมายถึงโอกาสของประเทศไทยในการต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอนาคตได้อย่างหลากหลายกว่าอีกหลายประเทศทั่วโลกด้วยนั่นเอง