ใครๆ ก็ Digital Banking แล้วคนมาก่อนอย่าง ME by TMBต้องทำอย่างไร

ชั่วโมงนี้ทุกธนาคารต่างก็มุ่งหน้าขยายบริการ Digital Banking ของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการที่ธนาคารขนาดใหญ่รุกเข้ามาเสริมบริการด้านนี้ หรือธนาคารขนาดกลางที่แตกแบรนด์ออกมาลุย Digital Banking เพื่อตอบรับพฤติกรรมการใช้ Mobile Banking

Me by TMB ซึ่งเป็นแบรนด์แรกที่ลุกขึ้นมาประกาศตัวว่าเป็น Digital Banking เต็มรูปแบบแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วจึงต้องลุกขึ้นมาตอกย้ำความเป็นผู้นำ ด้วยการพัฒนาตัวเองไปให้ไกลมากกว่าด้วยแนวคิด ME is More ให้คุณมากกว่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็น

More Benefit ดอกเบี้ยสูงที่สุดในตลาด ซึ่งที่ผ่านมาตลอด 7 ปี ME by TMB ได้จ่ายดอกเบี้ยไปแล้วทั้งสิ้น 4,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม


– More Secure
มีความปลอดภัยมากขึ้น


– More Innovative
เพิ่มบริการใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ME ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัลผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์ เริ่มจากบัญชี ME SAVE บัญชีเงินฝากดิจิทัลซึ่งให้ดอกเบี้ยสูงถึง 4.5 เท่าของออมทรัพย์ทั่วไปหรือ 1.7% ต่อปี และล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ได้ปลดล็อคการเปิดบัญชี ME SAVE ได้ผ่านระบบ EKYC (Electronic Know Your Customer)  เพื่มความสะดวกให้กับลูกค้าในขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ME ได้ทุกที่ ทุกเวลาโดยไม่จำเป็นต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขาอีกต่อไป และเมื่อกลางปี 2561 ได้เปิดให้บริการบัญชี ME MOVE บัญชีเพื่อใช้จ่าย พร้อมฟีเจอร์ Balance sweep ที่ช่วยคุณปัดเงินที่ยังไม่ใช้ไปเก็บที่ ME SAVE เพื่อรับดอกเบี้ยสูงแบบอัตโนมัติ ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับดีมาก


– More Initiative
ทำให้แอปพลิเคชันใช้งานง่ายขึ้น โดยอิงกับ User Experience


– More Experience
สร้างประสบการณ์ Digital Experience

พร้อมทั้งส่ง 3 แคมเปญซึ่งอิงตามกลุ่มเป้าหมายที่มีประสบการณ์กับแบรนด์ ME by TMB 3 กลุ่ม ได้แก่

ME Love You คือ กลุ่มลูกค้าที่ใช้งาน ME เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มีความเคลื่อนไหวทางบัญชี หรือฝากมากกว่าถอน และรวมถึงกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์ ME ครบทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์ โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการ พร้อมด้วยสิทธิพิเศษ (Privilege) ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อทำให้เกิดการบอกต่อ


ME Miss You คือ กลุ่มลูกค้าที่ขาดการติดต่อกับ ME โดยจะกระตุ้นให้กลับมาเคลื่อนไหวบัญชี พร้อมทั้งนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้งานบัญชีสะดวกสบายยิ่งขึ้น แล้วทำให้กลับมาใช้ ME เป็นหนึ่งในดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของลูกค้า


ME Need You คือ กลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าอยู่ที่ 20% ของลูกค้าปัจจุบัน โดยโฟกัสไปที่กลุ่ม Gen D และ Gig worker หรือ ฟรีแลนซ์ เนื่องจากผลวิจัยพบว่า พฤติกรรมของ Gen D เป็นคนที่มีประสบการณ์กับดิจิทัลเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของเขา ชอบการใช้โซเชียลในชีวิตประจำวัน และยังมี 2 เรื่องใหญ่ที่ Gen D ให้ความสำคัญ ได้แก่ เรื่องการบริหารการใช้จ่ายเพื่อการออม (Manage Spending for Saving) และการบริหารการลงทุน (Manage Investment Portfolio per Risk Appetite)

ทั้งนี้สิ่งที่ Me by TMB กำลังทำ ก็เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอัตรามากกว่า 20% สอดคล้องกับการเติบโตที่ผ่านมาซึ่งก็เติบโตเฉลี่ยปีละ 22% และมีจำนวนลูกค้ามากกว่า 360,000 บัญชี