เทรนด์สุขภัณฑ์ 2019 “ส้วม” สั่งงานได้ด้วยเสียง รองรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล เมื่ออุปกรณ์ต้องสัมผัส แต่ไม่อยากสัมผัส

ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้มนุษย์ในยุคดิจิทัลมีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนสักเครื่อง ก็ทำให้ชีวิตไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน ทำได้เพียงแค่เอานิ้วจิ้มๆ บนหน้าจอ และนับวันเทคโนโลยีจะดีกรีความสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มนุษย์บนโลกนี้แทบจะไม่ต้องขยับร่างกายด้วยซ้ำ อย่างการพัฒนา “ลำโพงอัจฉริยะ” (Smart Speaker) ออกให้ผู้บริโภคสามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง จากการที่ลำโพงได้ทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ทีวี ระบบไฟฟ้า ระบบแอร์ เป็นต้น ทำให้เราสามารถใช้งานได้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน  ได้เพียงออกเสียงสั่งเท่านั้น  โลกอนาคตในยุคดิจิทัล ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกบ้าง แต่เชื่อว่าสิ่งที่เราเคยเห็นในหนัง Sci-fi คงจะเกิดขึ้นจริง เพียงแต่เมื่อไรเท่านั้นเอง

แต่สิ่งที่น่าจะได้เห็นบ้านเราในปี 2562 ซึ่งชัดเจนมากขึ้น คงเป็นเรื่องความสะดวกสบายจากเทคโนโลยีภายในบ้าน อย่างเช่น ระบบ Smart Home  ที่ดีเวลลอปเปอร์ได้นำมาเป็นจุดขายในปีที่ผ่านมา และจะบุกหนักขึ้นไปอีก กำลังเป็นหนึ่งเทรนด์เกิดขึ้นแน่ๆ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เทรนด์สำคัญในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังมา คือ 1.Personalization การพัฒนาสินค้าและบริการเฉพาะบุคคล และ 2. Sustainability การพัฒนาสินค้าและบริการ โดยพยายามลดสิ่งที่จะทำลายสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ  และลดการสร้างมลพิษต่างๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ

โคห์เลอร์เปิดตัว “ส้วม” สั่งงานด้วยเสียง

จาก 2 เทรนด์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเกิดขึ้น แบรนด์โคห์เลอร์ (KOHLER) จึงไม่ละทิ้งโอกาสเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับห้องครัวและสุขภัณฑ์  ตอบสนองตลาดและเทรนด์ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำที่สามารถสั่งการทำงานได้ด้วยเสียง เช่น สั่งให้ชักโครกฟลัชน้ำ เป็นต้น และระบบทัชสกรีนตู้เก็บของในห้องน้ำ เชื่อมต่อฟังก์ชันการใช้งานได้กับดีไซน์ต่างๆ ทำให้สามารถท่องโลกอินเทอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้สารพัด ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน เพราะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะการใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียง

คุณลารี่ หยวน ประธานกลุ่มบริหาร ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ บริษัท โคห์เลอร์ จำกัด เล่าว่า

ห้องน้ำถือว่าเป็นสถานที่ซึ่งคนเข้าไปใช้ในเรื่องส่วนตัว และใช้ระยะเวลาอยู่นานพอสมควร แถมยังเป็นห้องที่ต้องใช้มือในการจับสิ่งของต่างๆ จำนวนมาก  แต่คนส่วนใหญ่ไม่อยากใช้มือสัมผัสกับอุปกรณ์ภายในห้องน้ำมากนัก เพราะมีเรื่องของความสะอาด การสั่งให้สุขภัณฑ์ทำงานได้ด้วยเสียงจึงตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า

ตอนนี้ได้เปิดตัวแล้วที่ประเทศสหรัฐอเมริกา จีน และหลายประเทศในเอเชีย เช่น สิงค์โปร์ ฮ่องกง ส่วนในประเทศไทย กำลังให้บริษัทพัฒนาซอฟแวร์ปรับระบบการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ปี 2562 นี่ น่าจะเปิดตัวด้วยระบบสั่งงานเสียงภาษาไทยได้ โดยมีราคาเริ่มต้น 1,000 ดอลล่าห์

“อุปกรณ์ที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง จะเป็นตู้กระจก โถส้วม และชาวเวอร์ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ในห้องครัวที่สามารถสั่งงานได้ด้วยเสียงได้แล้ว ในระบบก๊อกน้ำครัว ซึ่งจะทำตลาดจริงจังในปี 2562 ส่วนระบบการสั่งงานด้วยเสียงกับอุปกรณ์ครัว น่าจะเปิดตัวในช่วงปี 2563”

ส่วนเทรนด์ Personalization แบรนด์โคห์เลอร์ พยายามจะพัฒนาสินค้าตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลให้มากขึ้น โดยอยู่ในระหว่างการพัฒนา

Co-Kitchen จุดขายใหม่โครงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

เทรนด์ของการพัฒนาโครงการอสังหาฯ​​ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในบ้านเราตอนนี้ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นมาก คือ การพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านได้เข้ามาใช้ร่วมกัน โดยไม่จำเป็นต้องทำพื้นที่นั้นอยู่ในห้องชุดอีกต่อไป อย่างเช่นการพัฒนาครัวส่วนกลาง หรือ Co-Kitchen ให้ลูกบ้านสามารถมาประกอบอาหารได้  การเกิดขึ้นของ Co-Kitchen เป็นผลจากราคาที่ดินแพงมากขึ้น การพัฒนาโครงการเพื่อขายให้ลูกค้าซื้อได้ ทำให้ต้องปรับขนาดให้เล็กลง พื้นที่ไม่จำเป็นมากนัก อย่างห้องครัวจึงถูกย้ายออกมาเป็นพื้นที่ส่วนกลาง

เทรนด์ดังกล่าวแบรนด์โคห์เลอร์ มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ห้องครัว เพราะการมีห้องครัวส่วนกลางยังจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์​ และต้องใช้อุปกรณ์คุณภาพ ทั้งสวยงามและมีฟังก์ชัน จึงเป็นโอกาสทางการตลาดของเขาเช่นกัน  จึงได้เตรียมเข้าไปเสนอนวัตกรรมและสินค้า เพื่อรองรับกับเทรนด์การพัฒนา Co-Kitchen กับดีเวลลอปเปอร์ของไทยด้วย เพราะจะเป็นจุดขายสำคัญของโครงการต่อไป

สำหรับเทรนด์การพัฒนาพื้นที่ Co-Kitchen ที่จะเห็นต่อไปในอนาคตนั้น จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 5 เรื่อง คือ

1.มีพื้นที่จัดเก็บของและอุปกรณ์

2.การดีไซน์ไฟให้สวย และมีฟังก์ชั่นใช้งาน

3.การจัดพื้นที่จัดเตรียมอาหาร ประกอบอาหาร และล้างอุปกรณ์ ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

4.เฟอร์นิเจอร์ครัว จะต้องเหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะมีรูปร่างอย่างไร

5.การทำให้พื้นที่ครัว มาสังสรรค์กันได้

3 เทรนด์ห้องครัวในพื้นที่เล็ก

แต่อย่างไรก็ตาม แม้เทรนด์การพัฒนา Co-Kitchen จะมีมากขึ้น แต่ดีเวลลอปเปอร์บางราย ยังจำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ห้องครัวในห้องชุดคอนโดฯ แม้จะไม่ใช่พื้นที่การใช้งานหลักของผู้อยู่อาศัยก็ตาม เพราะลูกค้าบางกลุ่มยังต้องการใช้พื้นที่เพื่อประกอบอาหาร  ส่งผลให้เทรนด์การพัฒนาห้องครัวในห้องคอนโดฯ​ ในมุมมองของแบรนด์โคห์เลอร์ จะไปใน 3 ทิศทางนี้  คือ

1.ครัวซ่อนได้ (Hidden)

2.เคลื่อนย้ายได้ (Moveable)

3.พื้นที่เล็กลง (Smaller)

รูปแบบครัวในห้องคอนโดฯ​ สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2562 คือ การผสานเอาทั้ง 3 เทรนด์มาไว้ด้วยกัน และตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมวัตถุดิบ การประกอบอาหาร และการเก็บล้างอุปกรณ์  ที่สามารถอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ทั้งหมด ​

คุณลารี่ เล่าอีกว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตก จะใช้พื้นที่ห้องครัวมาเป็นห้องนั่งกินข้าวหรือห้องรับแขกพูดคุยกัน และห้องครัว 3 เทรนด์ดังกล่าวเกิดขึ้นจาก คนหันเข้ามาอยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยในเมืองมีราคาแพง ดีเวลลอปเปอร์จึงต้องพัฒนาห้องเล็กลง เพื่อให้ลูกค้าซื้อได้ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งเมืองนิวยอร์ก ลอนดอน ออสเตรเลีย ฮ่องกง และสิงค์โปร์  ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

“เทรนด์การปรับฟังก์ชันครัวให้ทำกิจกรรมได้ทั้ง 3 อย่างในพื้นที่เดียวกัน เกิดขึ้นแล้วในเอเชีย คือ ในสิงค์โปร์และฮ่องกง เพราะห้องมีขนาดเล็กมากและพื้นที่มีราคาแพง”

สำหรับทิศทางธุรกิจในประเทศไทยปีที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานจังหวัดสระบุรีขึ้นอีก 10-20% เป็นการรองรับกับการเติบโตในตลาดโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญให้กับประเทศสหรัฐอเมริกาและภูมิภาค Southeast Asia ซึ่งปี 2562 ยอดขายในตลาดประเทศไทยเติบโตเพียงเลขตัวเดียว เนื่องจากภาวะตลาดอสังหาฯ​ ไม่เติบโตมากนัก คาดว่าปี 2562 จะสามารถสร้างยอดขายเติบโตได้ 2 ดิจิต จากการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมออกมาทำตลาด  ส่วนรายได้ทั่วโลกของแบรนด์โคห์เลอร์ในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 7,000 ล้านเหรียญ เติบโต 2 ดิจิต ตลาดที่เติบโตได้ดีคือ  ประเทศสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย อังกฤษ ฝรั่งเศส