สแกนก่อนอาบ! มหาวิทยาลัยในจีนให้นักศึกษาสแกน QR ก่อนเปิดฝักบัว จะได้ตามเก็บค่าน้ำได้ถูก

ชาวจีนรักการแสกน QR ชาวจีนรักเทคโนโลยีมือถือ แต่…นักศึกษาชาวจีนรักเทคโนโลยีบนมือถือมากพอที่จะสแกนโค้ด QR ทุกครั้งที่พวกเขาต้องการอาบน้ำหรือไม่?

ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามหาวิทยาลัย Changsha University of Science and Technology ของมณฑลหูหนาน ได้ออกระบบฝักบัวอาบน้ำแบบใหม่ โดยต้องการให้ผู้ใช้เชื่อมต่อโทรศัพท์ของพวกเขากับมิเตอร์น้ำแบบสมาร์ทผ่านทางบลูทูธ จากนั้นจะต้องสแกนโค้ด QR ก่อนที่จะอาบน้ำและสแกนอีกครั้งหลังจากใช้งานเสร็จ

ถามว่าทำไปทำไม จุดประสงค์ของเรื่องนี้คือต้องการให้มหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบได้ว่าต้องเก็บเงินนักเรียนเท่าไหร่สำหรับค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำ โดยมหาวิทยาลัยบอกว่าการที่มันมากับมือถือแบบนี้ก็สะดวกดีกว่าการทำเป็นการ์ด เพราะนักศึกษาจะได้ไม่ต้องพกการ์ดนู่นนี่หลายใบ (แต่แปลว่าพวกเขาควรจะมีโทรศัพท์กันน้ำ!!)

อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อท้องถิ่นและผู้ใช้ Weibo ชาวโซเชียลหลายๆ คนชี้ให้เห็นว่าตอนนี้โรงเรียนของพวกเขาทำให้นักเรียนจำเป็นต้องดาวน์โหลดสารพัดแอปพลิเคชันที่แตกต่างกันทั้งสำหรับชั้นเรียน, อาหาร และตอนนี้แม้แต่การใช้ห้องน้ำ

“ทำไมไม่ติดไว้ที่โถส้วมด้วยซะเลยล่ะ?” ผู้ใช้ Weibo คนหนึ่งกล่าวประชด

พูดในมุมโรงเรียน การเพิ่มเทคโนโลยีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันของรัฐบาลสำหรับการทำ Smart Campus ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกรูมเมทให้เหมาะกันด้วยระบบอัลกอริทึ่ม โดยมีประมาณ 60,000 โรงเรียน (ประมาณหนึ่งในสี่ของประเทศ) กำลังพยายามใช้ซอฟต์แวร์ AI เพื่อตรวจการบ้านและให้คะแนนนักเรียน บางที่กำลังติดตั้งกล้องจดจำใบหน้าในห้องเรียน เพื่อตรวจจับใบหน้าของนักเรียนว่าพวกเขาแอบหลับหรือเปล่า

ระบบฝักบัวแสกนก่อนอาบแบบใหม่นี้ ทำให้ผู้คนในโลกออนไลน์ได้ยกประเด็นที่น่าสนใจกลับขึ้นมาพูดคุยกันอีกครั้ง กับเรื่องที่เป็นปัญหาในหมู่ผู้ผลิตแอปจีนมาช้านาน นั่นคือการพยายามรวบรวมข้อมูลตามจุดต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่มากเกินไปจนน่ารำคาญและเกินความจำเป็น

การใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน และค่อนข้างทำได้ดี มันช่วยจัดระเบียบและทำให้คนหมู่มากอยู่ร่วมกันได้อย่างสะดวกสบายและราบรื่นมากขึ้น แต่อะไรที่มันจุกจิกและมากเกินไปอาจจะต้องหาวิธีอื่นๆ ที่ดูเข้าท่ากว่ามาแก้แทน ในบ้านเราเองก็มีปัญหาอีกหลายจุดที่แอปพลิเคชั่นน่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ เพียงแค่คนไทยมีพฤติกรรมการใช้แอปและ QR ที่ยังต่างจากจีนอยู่ แต่ถ้าใครอยากลองประหยัดน้ำที่บ้านหรือที่ออฟฟิศลองทำแอปง่ายๆ เอาไอเดียนี้ไปใช้ดูก็อาจจะได้ผลก็ได้นะ

ผู้ใช้ Weibo หนึ่งรายทิ้งคำถามที่น่าสนใจไว้ว่า “งี้ต้องเปิดกล้องก่อนอาบด้วยเปล่า?”

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM