สยามเวลเนสกรุ๊ป ขยายอาณาจักร Wellness เปิดตัว Stretch me สตูดิโอยืดกล้ามเนื้อแห่งแรกในไทย

หากเล่าย้อนกลับไปเมื่อราวสิบถึง 20 ปีก่อน จะเห็นธุรกิจบริการเวลเนส แอนด์ สปา (Wellness & Spa) เริ่มเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมากมายในประเทศไทย ส่วนนึงเป็นเพราะขนาดครอบครัวที่เล็กลงทำให้ผู้บริโภคมีเงินเหลือสำหรับการใช้จ่ายให้กับตัวเองมากขึ้น ซี่งหมายถึง มีเงินเหลือเอาไว้สำหรับดูแลเสื้อผ้าหน้าผมร่างกายมากขึ้นให้ตนเองดูดี สุขภาพฟิตแอนด์เฟิร์ม จึงทำให้ธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพทางเลือกใหม่ๆ ทั้งฟิตเนส สปา นวดผ่อนคลาย โยคะ พิลาทิสฯลฯ เกิดตามมากันมาไม่ขาดสาย

Stretch me ยืดให้สุดหยุดที่ผ่อนคลาย

ล่าสุด กลุ่มสยามเวลเนสกรุ๊ป ผู้ให้บริการธุรกิจสปาของไทย มองเห็นศักยภาพตลาดบริการเวลเนสในอีกเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจ ส่งแบรนด์น้องใหม่ สเตรช มี บาย เล็ทส์ รีแล็กซ์ (Stretch me by Let’s Relax)สตูดิโอยืดกล้ามเนื้อแห่งแรกในไทย ซึ่งแตกต่างไปจากบริการเวลเนสฯ อื่นๆ หรือร้านสปานวดทั่วไป ที่ให้บริการนวด รีดเส้น กดจุด คลายกล้ามเนื้อ เพื่อความผ่อนคลาย เท่านั้น

ณรัล วิวรรธนไกร กรรมการบริหาร และ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (Chief Marketing Officer) บริษัท สยามเวลเนส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA เปิดพื้นที่ Stretch me by Let’s Relax สตูดิโอยืดกล้ามเนื้อ บนชั้น 5 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด พร้อมเล่าที่มาธุรกิจบริการเวลเนสแบรนด์น้องใหม่ Stretch me ให้ฟัง

Strecth me มาจากคำว่า stretch และ me ทั้งสองคำมีความหมายตรงตัว สเตรช  (stretch) การยืด ดัด สรีสะร่างกาย ส่วน มี (me) หมายถึง กลุ่มคนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น มี (Generation me) ที่ใช้ชีวิตแบบที่สุดในทุกกิจกรรม เมื่อนำสองคำมารวมกันแล้ว Stretch me จึงหมายถึง การยืดและคลายกล้ามเนื้อตามหลักสรีรศาสตร์ ที่แตกต่างจากการบริการนวดสปาต่างๆที่เป็นการนวด รีดเส้น กดจุด คลายกล้ามเนื้อ สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยไม่จำกัดอายุเข้าใช้บริการ

ส่วนแนวคิดคำว่า Studio ที่นำมาใช้ร่วมกับ Stretch me เพื่อให้เป็นสถานที่พบปะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจในกิจกรรมแบบเดียวกัน เป็นเหมือน Sharing Community การตกแต่งจะใช้คอนเซ็ปท์คล้ายกับ Airport Lounge มีความ Semi Private เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้บริการ แต่มีพื้นที่เปิดโล่งเพื่อให้สามารถแชร์พื้นที่และประสบการณ์แห่งความผ่อนคลายร่วมกัน

GEN ME ชีวิตต้อง “สุด” 

ณรัล ยังขยายความต่อถึงกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ามาใช้บริการ Stretch me คือ กลุ่มคนที่ Work Hard, Play Harder ใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมเต็มที่เอาให้สุดทุกด้าน จึงอาจทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ หรือ สรีระร่างกายตามมา แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเป้าหมายหลักตามไลฟ์สไตล์ของเจนเนอเรชันมี คือ

กลุ่มคนทำงาน ที่หักโหมงานหนักแต่ละวัน ขาดการเคลื่อนไหว การขยับของร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาหดเกร็งกล้ามเนื้อสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอาการ ออฟฟิศ ซินโดรม (Office Syndrome) ปวดคอ บ่าไหล่ ศีรษะ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในกลุ่มคนทำงาน ยุคปัจจุบัน

กลุ่มนักกีฬา ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่หันมาเล่นกีฬา หรือ ออกกำลังกายหนักๆ มากขึ้น อย่าง วิ่งมาราธอน ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้ว นักกีฬาประเภทนี้จะต้องเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมก่อนออกไปทำกิจกรรม แต่ปัจจุบันนักกีฬามือใหม่ยังขาดความเข้าใจต่อการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อตามมาภายหลังการออกกำลังกายหนักๆ

กลุ่มนักท่องเที่ยว อีกกิจกรรมสุดฮิตคนรุ่นใหม่ มักใช้เวลาทุกวันหยุด หรือสุดสัปดาห์เดินทางท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ ที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกายในชั้นโดยสาร ทำให้นักเดินทางกลุ่มนี้มักมีปัญหาปวดเมื่อย เกร็งกล้ามเนื้อเกิดขึ้นหลังการเดินทางบ่อยครั้ง

และเพื่อแก้ Painpoint  ในกลุ่มเป้าหมายข้างต้น  Stretch me  จึงมีจุดเด่นในการให้บริการ ที่แตกต่างไปจากบริการเวลเนสอื่นๆ คือ การให้บริการยืดคลายกลามเนื้อ ด้วยผู้เชี่ยวญทางกายภาพบำบัดโดยเฉพาะ มีสามคอร์ส หลัก รองรับกลุ่มเป้าหมาย Office Stretch กลุ่มคนทำงาน Sport Stretch กลุ่มคนเล่นกีฬา และ Traveller Stretch กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทาง

“แต่ละโปรแกรม สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้มีปัญหาแท้จริง แบ่งออกเป็น Basic , Advance และ Ultimate ความแตกต่างขึ้นอยู่กับระดับความเมื่อยล้ากล้ามเนื้อของลูกค้า เช่น คอร์ส Basicใช้เวลาทั้งหมดหกสิบนาที ยืดกล้ามเนื้อประมาณ 45 นาที Trigger Point Massageนวดกดจุดเฉพาะอีก 15 นาที” ณรัล เสริม

ผุด 2 สาขา ทำเลทองรองรับลูกค้า

จาก Positioning ของ Stretch me ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายหลักในประเทศ 80% และต่างชาติ 20% ดังนั้นกลยุทธ์ทำเลที่ตั้งสาขาให้บริการจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เข้ามารับบริการอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่

ปัจจุบัน Stretch me เปิดให้บริการสาขาแรกที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ ล่าสุดสาขาสอง ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ใช้งบลงทุนเฉลี่ย 10 ล้านบาทต่อสาขา

ขณะที่ในอนาคต Stretch me ยังเตรียมแผนขยายสาขาใหม่เพิ่ม โดยทำเลที่ตั้ง อาจมีความเป็นไปได้ทั้งใน อาคารสำนักงาน ศูนย์ฝึกหรือสนามกีฬา รวมทั้งในรูปแบบสาขา Stand alone เพื่อส่งมอบการให้บริการไปยังกลุ่มเป้าหมาย ได้สะดวกและตรงจุดมากที่สุด

พลัง Online & Influencer สร้างแบรนด์

ด้วยความเป็นแบรนด์น้องใหม่ของอุตสาหกรรมตลาดเวลเนสแอนด์สปา ยุคเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากเหลือเกินในชีวิตประจำวันของกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ที่คลุกคลีกับจอมือถือและคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน

“รูปแบบการทำตลาด Stretch me by Let’s Relax จะมุ่งทำตลาดคนไทยเป็นหลัก และต่างชาติรองลงมา ซึ่งคนไทยเป็นหนึ่งในชาติที่ใช้โซเชียลมีเดียมากที่สุดในโลก ทั้ง Facebook, Instagram, LINE@ โดยจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือทั้งหมดในการสื่อสาร บริการ จุดเด่นแบรนด์  Stretch me ไปยังกลุ่มเป้าหมาย” ณรัล กล่าว 

รวมถึงใช้ Influencers ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อFollowersในทั้งสามกลุ่มบริการของ Stretch me  คือ กลุ่มคนทำงาน กลุ่มนักกีฬา และ กลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยว เป็นผู้แนะนำแบรนด์และบริการ Stretch me ในช่วงแรก

โดยกลยุทธ์การทำตลาดของ Stretch me  ทั้งหมดจะควบคู่ไปทั้งการสร้างแบรนด์ Stretch me และการให้ความรู้เกี่ยวกับการบริการการยืดคลายกล้ามเนื้อ (Stretch) ผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์เป็นหลัก ดังที่กล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 เดือนนับจากเปิดให้บริการ Stretch me  อย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพื่อเก็บข้อมูลทางการตลาดและการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ฐานลูกค้าทั้งรายเดิมและใหม่ เพื่อนำมาวิเคราะห์พร้อมประมวลผลอีกครั้ง ก่อนวางแผนขยายการทำตลาดในลำดับต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้ในตลาดต่างประเทศ เช่นกัน

ในฐานะผู้บุกเบิกให้บริการ สตูดิโอยืดกล้ามเนื้อแห่งแรกในไทย ด้วยแนวคิดผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องป่วยก็สามารถกายภาพบำบัดได้