กรุงเทพประกันชีวิต ส่งโฆษณาชวนคิด ใครกันแน่ที่กำหนดโชคชะตาให้เรา ?

เราเห็นคนยุคนี้ให้ความสำคัญกับ “การใช้ชีวิต” มากกว่าคนสมัยก่อน เช่น การได้ทำงานอิสระที่ตัวเองชอบ อยากมาธุรกิจเป็นของตัวเอง อยากทำกิจกรรมในฝัน หรือท่องเที่ยวไปรอบโลกพวกเขาพยายามหาเส้นทางที่ใช่เพื่อ “กำหนดชะตาชีวิตให้กับตัวเอง” มากกว่าปล่อยให้โชคชะตามากำหนดเส้นทางตามสูตรสำเร็จของโลกยุคเก่า

อย่างไรก็ตาม “เส้นทาง” ที่จะช่วยสกัดความฝันเหล่านั้นให้กลายเป็นจริงได้นั้น จำเป็นต้องมีส่วนผสมจากการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม โดยเฉพาะกับการวางแผนที่สามารถช่วยตอบสนองการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และรวมถึงการเก็บออมเพื่อมอบผลประโยชน์ให้กับชีวิตในระยะยาว

ล่าสุด TVC ตัวใหม่จากกรุงเทพประกันชีวิต ที่ใช้ชื่อว่า “โชคชะตา” เป็นอีกหนึ่งโฆษณาที่สะท้อนมุมมองให้คนรุ่นใหม่และกำลังอยู่ในบริบทที่กล่าวมาข้างต้น ได้มีความหวังที่จะทำตามเป้าหมายและความฝันของตน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสร้างความสุขให้กับทุกชีวิต ภายใต้การวางแผนทางการเงินอย่างชาญฉลาด

โดยแนวคิดของโฆษณาดังกล่าว ถูกสะท้อนให้เห็นผ่าน 2 กลุ่มตัวละคร ที่ต่างวาระแต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน นั่นก็คือ “พวกเขาจะไม่ยอมให้โชคชะตามากำหนดชีวิตแต่เลือกที่จะกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง”

…คุณแม่เจ้าของร้านเสื้อผ้าที่อยากให้ลูกสาวได้เรียนบัลเล่ต์ตามความฝันของลูก
…คุณลุงเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ต้องการทำตามฝันด้วยการได้ไปเที่ยวปีนเขาที่ต่างประเทศ

สองเรื่องราวนี้ มีความต่างกันในเรื่องของวัย อาชีพ และเป้าหมายแต่จุดร่วมที่บรรจบเหมือนกัน คือ ฝันน้อยๆ ของพวกเขาถูกจำกัดไว้ด้วยการเงินที่บีบรัด จนไม่สามารถคิดเติมเต็มชีวิตที่อยากให้เป็นได้อย่างราบรื่น

จริงๆ แล้ว หากลองตีความเนื้อหาของโฆษณาดังกล่าว จะพบถึงมุมคิดมุมหนึ่งที่น่าสนใจว่า คนเราสามารถวางแผนการเงินให้ดีเยี่ยมได้ ไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อย หากเปิดใจและกล้าที่จะบริหารจัดการรายได้ส่วนหนึ่งเพื่อการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น กองทุนรวม หรือกองทุน LTF/ RMF หรือการปกป้องความเสี่ยงด้วยการทำประกันชีวิต เพราะจะได้ทั้งสิทธิ์คุ้มครองและได้เงินออม เป็นหลักประกัน เวลาเราเจ็บป่วย หรือแม้แต่เสียชีวิตคนข้างหลังก็ไม่เดือดร้อน แถมเงินที่หามาได้ก็อาจจะไม่ต้องเสียกับการนำมารักษาตัวเองและทำให้เราสามารถลุยไปยังเป้าหมายที่ตั้งใจไว้โดยไม่ต้องกังวลอะไร

สำหรับ รูปแบบการนำเสนอของโฆษณาชิ้นนี้ ไม่ได้เน้นความหวือหวา เน้นประเด็นดราม่าหรือแม้แต่ความตลกขบขันแบบสุดขั้วมาเป็นตัวเดินเรื่องแบบที่คุ้นชินกันในภาพของโฆษณาประกัน แต่เป็นการให้ความสำคัญกับแมสเสจผ่านเรื่องราวที่สื่อสารออกไป ย่อยให้ดูง่าย เน้นสภาพความเป็นจริงของความต้องการจากคนในสังคมที่มีพื้นฐานชีวิตคนละทาง จากนั้นก็ตามด้วยซีนของผู้ให้คำปรึกษาอย่างกรุงเทพประกันชีวิตเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่คนต้องการ เรียกว่าขายทั้งเรื่องราวและแบรนด์สินค้ากันแบบไม่ต้องปกปิด

อย่างไรก็ตาม หัวใจของโฆษณาชุดนี้ ไม่ได้ต้องการแค่ขายสินค้าแต่ต้องการให้คนได้เห็นความสำคัญของการทำประกันที่ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำความเข้าใจอีกต่อไป และหากเลือกลงทุนได้อย่างเหมาะสมก็จะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสานฝันของคุณไม่ให้เป็นแค่ฝันอีกต่อไป

แน่นอนว่าจุดเด่นของโฆษณาหลายๆ เรื่องที่ทำให้อินนอกจากเนื้อหาเรื่องราวที่กลมกล่อม ย่อยง่าย และสื่อตรงชัดแล้ว ยังมีองค์ประกอบของเรื่องราวที่ถ่ายทอดบนบทเพลงอมตะ “เย้ยฟ้าท้าดิน” ของคุณมงคล อมาตยกุล ออกมาเล่าและเรียบเรียงใหม่เพลงแสดงออกถึงปัญหาและความไม่ย่อท้อของลูกค้า 2 คนที่มีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกันได้อย่างโคตรอิน

สำหรับลูกค้าที่ไม่เชื่อในโชคชะตาและต้องการสานฝันให้ชีวิตในอุดมคติเป็นจริงได้…วันนี้การลงทุนในประกันชีวิต จึงเป็นอีกทางเลือกที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ ปัจจุบัน “บีแอลเอ FA 3B” ที่ปรึกษาด้านการเงินจากกรุงเทพประกันชีวิต เตรียมพร้อมโซลูชั่นทางเลือกใหม่มากมาย เพื่อช่วยเติมเต็มฝันในการใช้ชีวิตด้วยนวัตกรรมการคิดและการวางแผนให้ทุกเป้าหมายทางการเงินส่วนบุคคลเป็นจริงได้ แบบครบวงจร

ถ้าคุณพร้อมจะเติมเต็มฝันให้เป็นจริง สามารถสอบถามรายละเอียด บีแอลเอ FA 3B ได้ที่ โทร. 02-777-8888 หรือคลิกเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkoklife.com/BLAFA