Swensen’s ทนไม่ไหว ส่งเมนู “สังขยาใบเตย โทสต์” เสริมทัพชิงเม็ดเงินขนมหวาน

หลังจากที่ Swensen’s (สเวนเซ่นส์) เคยส่งเมนู “Bingsu”(บิงซู) มาทดลองตลาดในประเทศไทย และสร้างกระแสความตื่นเต้นให้กับแบรนด์พักใหญ่ (อ่านต่อคลิกที่นี่) ล่าสุดสเวนเซ่นส์ ใช้กลยุทธ์เดิมกับการคลอดเมนูแปลกใหม่ ให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นกับ “สังขยาใบเตย โทสต์” รวมทั้งเมนูจานร้อนอื่นๆ โดยชิมลางทดลองสาขาแรกและสาขาเดียวที่ เซ็นทรัลเวิลด์

ข้อมูลของ Euro Monitor ระบุว่า ตลาดขนมหวานและขนมอื่นๆ ของประเทศไทยในปี 2017 มีมูลค่าอยู่ที่ 9,974.3 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 2016 ที่มีมูลค่า 8,311.9 ล้านบาท ซึ่งถือว่าตลาดมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทุกปีในช่วง 5 ปีหลัง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางเลือกที่มีมากขึ้น ทั้งจากแบรนด์ดังในต่างประเทศที่เดินหน้าเข้ามาบุกตลาดเมืองไทย รวมทั้งการที่ผู้ประกอบการไทยจับเทรนด์ต่างประเทศมาดัดแปลงเป็นขนมให้เข้ากับผู้บริโภคคนไทยและเปิดแบรนด์แข่งขันกันอย่างดุเดือด

เกมจับคู่ไอศกรีมกับสารพัดเมนูฮิต

นั่นทำให้ ผู้เล่นรายเดิมแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยดีอยู่แล้วอย่าง “สเวนเซ่นส์” ต้องสร้างสีสัน มีมูฟเมนต์แปลกใหม่ให้กับตัวเอง จนเป็นที่มาที่ระยะหลัง เราจึงเห็นเมนูแปลกๆ ที่จับเอาไอศกรีม สินค้าหลักของตัวเองไปฟีเจอร์ริ่ง จับคู่ แปลงร่างเป็นขนมที่ทานเคียงข้างกับเมนูอื่น เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดให้กลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าเขาฮิตอะไรกัน ไอศกรีมสเวนเซ่นส์ขอมีเอี่ยวด้วย

และสดๆ ร้อนๆ กับเมนูที่ไอศกรีมสเวนเซ่นส์ ถูกนำไปจับคู่กับ “โทสต์” และนอกจากนี้ยังมีกิมมิคที่ไส้ข้างในพยายามใส่ความไทยด้วย “สังขยาใบเตย” ซึ่งในขณะนี้อยู่ในช่วงทดลองตลาด มีที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ สาขาเดียว แต่จากกรณีของบิงซู ที่ในตอนแรกมีเพียง 3 สาขา ก่อนจะขยายไปที่สาขาอื่นๆ ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า ถ้าหากว่ามีเสียงตอบรับที่ดี เมนูนี้ก็พร้อมให้ลิ้มลองกันในสาขาอื่นๆ แน่นอน ซึ่งทีมงาน BrandBuffet ลองด้วยตัวเองมาแล้ว พบว่า อร่อยทีเดียว สังขยาหอม ไส้ทะลัก จับคู่กับไอศกรีมที่เป็นจุดเด่นของสเวนเซ่นส์ได้ดี ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 179 บาท ซึ่งวันนี้เพิ่งขายเป็นวันที่ 2

นอกเหนือจากเมนู “โทสต์” ที่โดดเด่นสุดๆ แล้ว ร้านไอศกรีมในเครือไมเนอร์แบรนด์นี้ ยังเพิ่มเมนูจานร้อนเข้ามาด้วย ดูเหมือนว่าจะเป็นความพยายามก้าวเข้าสู่เมนู “กาแฟ” มากขึ้นอย่างจริงจังมากขึ้น นอกเหนือจากที่มีอยู่เดิม ซึ่งก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าจะพัฒนารูปแบบไปในทิศทางใด รวมทั้งอาหาร “จานร้อน” ที่ก็เป็นความพยายามทดลองเมนู “เครป” และ “บัตเตอร์เค้ก” ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน 

นับเป็นสีสันในวงการการตลาด ที่เจ้าตลาดร้านไอศกรีมซึ่งมีถึง 330 สาขา อดรนทนไม่ไหว ต้องปรับตัวสู้กับสารพัดเมนูขนมในตลาด จนเกิดเป็นการจับคู่เมนูต่างๆ กับสินค้าที่เป็นไฮไลต์ เพื่อรักษาสร้างคาแร็กเตอร์ของตัวเองเอาไว้ ขณะเดียวกันก็สามารถลื่นไหลไปตามรสนิยมความชื่นชอบของผู้บริโภค นี่คือกรณีศึกษาที่นักการตลาด และคนทำร้านอาหารต้องเรียนรู้…