เพซ ขายสิทธิ์แฟรนไชส์ “ดีน แอนด์ เดลูก้า” ให้ Lagardère Travel Retail เจาะตลาดนักท่องเที่ยว และเครือซีพี บุกตลาดจีน [PR]

แม้ว่า บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PACE จะหั่นธุรกิจหลายๆ ส่วนของโครงการมหานคร  ออกขายให้กับกลุ่มคิงเพาเวอร์  แต่ในมือก็ยังคงมีธุรกิจสำคัญบริหารงานอยู่ อย่างเช่น ร้านอาหาร “ดีน แอนด์ เดลูก้า” (DEAN&DELUCA) แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ระดับไอคอนจากนิวยอร์ค ซึ่งล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับ Lagardère Travel Retail ให้เอ็กซ์คลูซีฟแฟรนไชส์เพื่อดำเนินการขยายร้าน ดีน แอนด์ เดลูก้า ในจุด Travel Retail ทั่วโลก ตั้งเป้าเปิด 150 สาขา ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มจาก 2 สาขาแรกที่สนามบินนานาชาติ ฮ่องกง ซึ่งได้เปิดให้บริการเมื่อต้นเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา

สำหรับ  Lagardère Travel Retail ถือเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจรีเทลการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ปัจจุบันบริษัทฯมีร้านค้าประมาณ 4,400 ร้านในหมวดหมู่สินค้าเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ดิวตี้ฟรี และธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ในสนามบิน สถานีรถไฟ รวมถึงพื้นที่สัมปทานการท่องเที่ยวอื่น ๆ จำนวน 800 ร้าน ใน 34 ประเทศทั่วโลก โดย ดีน แอนด์ เดลูก้า จะเข้ามาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจอาหารในสนามบินของ Lagardère Travel Retail

คุณสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  เจ้าของแบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า ทั่วโลก  เล่าว่า “นับตั้งแต่การเข้าซื้อแบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้าเมื่อปี 2557 เราได้คิดค้นพัฒนารูปแบบธุรกิจและต่อยอดความแข็งแกร่งและชื่อเสียงของแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนานให้เติบโตไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรีเทลอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ ร้านในรูปแบบมาร์เก็ตและคาเฟ่ ซึ่งทุกวันนี้แบรนด์ดีน แอนด์ เดลูก้า ได้รับการยอมรับและชื่นชอบจากนักชิมและคอกาแฟทั่วโลกเป็นอย่างมาก”

ปัจจุบันธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกให้กับหลาย ๆ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งรวมถึงธุรกิจรีเทลอาหารและเครื่องดื่ม ดังที่เห็นได้จากความสำเร็จของ ดีน แอนด์ เดลูก้า ที่ได้เปิดให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้ง 2 สาขาที่สามารถทำยอดขายและรายได้มากกว่าสาขาอื่นๆที่อยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยความร่วมมือนี้ ดีน แอนด์ เดลูก้าจะสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ไปทั่วโลกโดยอาศัยเครือข่ายของ Lagardère Travel Retail โดยที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจและการเงินในระยะยาวกับเรา ทาง Lagardère Travel Retail ยังได้แสดงความสนใจที่จะนำสินค้ารีเทลแบรนด์ดีน แอนด์ เดลูก้าไปขายในโลเคชั่นต่างๆที่ทางบริษัทฯมีเน็ตเวิร์คทั่วโลกอีกด้วย

“ความร่วมมือกับ Lagardère ซึ่งเป็นบริษัทระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญและประสบความสำเร็จในการดำเนินงานร้านอาหารในสนามบินและขนส่งสาธารณะทั่วโลก รวมถึงการบริหารจัดการที่มีมาตรฐานระดับสูง ทำให้เรามั่นใจว่า Lagardère ในฐานะพันธมิตรด้านเอ็กซ์คลูซีฟแฟรนไชส์ของเรา จะไม่เพียงแค่สร้างแบรนด์ให้ขยายไปในระดับโลกเท่านั้น แต่จะยังช่วยรักษาคุณภาพและมาตรฐานอันเป็นเลิศของ ดีน แอนด์ เดลูก้า ไว้ได้อีกด้วย” นายสรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

Dag Rasmussen ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lagardère Travel Retail เล่าว่า “ความก้าวหน้าของเราในด้าน Foodservices นั้นมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ ดีน แอนด์ เดลูก้านั้นชี้ให้เห็นแล้วว่าเราบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯในการตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทาง ของสนามบิน และของ  แบรนด์ที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจ เราต้องขอขอบคุณคุณสรพจน์และแบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า ที่ให้ความไว้วางใจแก่ Lagardère Travel Retail ในการต่อยอดแบรนด์ระดับโลกนี้ไปในส่วนของธุรกิจ travel retail และเรามั่นใจว่าเราจะสามารถส่งมอบความสำเร็จอย่างที่ ดีน แอนด์ เดลูก้า ตั้งความหวังไว้ได้”

สำหรับร้านทั้ง 2 สาขาที่เปิดให้บริการที่สนามบินฮ่องกงเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้น เป็นร้านแฟรนไชส์ในคอนเซปต์ใหม่ที่คงความเป็น ดีน แอนด์ เดลูก้า พร้อมให้บริการอาหารและสินค้าที่คัดสรรมาสำหรับผู้โดยสารสายการบินโดยเฉพาะ รวมถึงอาหารกล่องสไตล์เบนโตะหลากหลายเมนู ในรูปแบบ Grab and Go ที่ถือเป็นทางเลือกคุณภาพเมื่อเทียบกับอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบิน

โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่จำหน่ายที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงได้รับการคัดสรรอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิช ขนมปังต่าง ๆ สลัด พาสต้า รวมไปถึงกาแฟและเครื่องดื่มชนิดพิเศษที่ได้รับการตระเตรียมอย่างปราณีตพิถีพิถัน ณ จุดขาย พร้อมสินค้ารีเทลที่เป็นที่ชื่นชอบอื่น ๆ ให้ลูกค้าเลือกซื้อก่อนขึ้นเครื่องอีกด้วย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพซ ได้เซ็นสัญญากรอบข้อตกลงในการให้สิทธิแฟรนไชส์หลักแต่เพียงผู้เดียวของ ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ แก่ Kinghill Overseas Holding Limited (Kinghill) บริษัทย่อยในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในเปิดร้าน ดีน แอนด์ เดลูก้า ในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยตั้งเป้าขยาย 500 สาขา ภายในระยะเวลา 5 ปีด้วย

ปัจจุบัน ดีน แอนด์ เดลูก้า มีสาขาทั่วโลกจำนวนทั้งสิ้น 72 สาขา โดยแบ่งเป็นสาขาที่เป็นแฟรนไชส์ จำนวน 34 สาขา ใน 10 ประเทศ  และเพซฯ เป็นเจ้าของกิจการในสหรัฐอเมริกา จำนวน 6 สาขา ในประเทศไทยจำนวน 11 สาขา และยังถือหุ้นร้อยละ 50 ใน ดีน แอนด์ เดลูก้า แบบคาเฟ่ที่ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 21 สาขา อีกทั้งยังมีแผนขยายสาขาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดย สาขาที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ สาขา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคม 2561