เครือ A&W, มิยาบิ เดินหน้าสร้างอาณาจักรธุรกิจอาหาร ซื้อแบรนด์ “คิทเช่น พลัส-บ้านครัวไทย” 63 สาขา ต่อยอดสู่เป้า Top 5 เมืองไทย

จาก Mission ของกลุ่ม NPPG บริษัท เอ็นพีพีจี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง มิยาบิ (Miyabi) จำนวน 3 สาขา มิสเตอร์โจนส์ออร์แฟเนจ (Mr.Jones’Orphanage) A&W (เอแอนด์ดับบลิว) ปัจจุบันมี 38 สาขา และ ดีนแอนด์เดลูก้า (Dean & Deluca) ซึ่งต้องการจะติด Top 5 ในกลุ่มธุรกิจอาหารของไทย ทำให้การดำเนินธุรกิจ นอกเหนือจากการขยายจำนวนสาขา แบรนด์ร้านอาหารในมือ ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นแล้ว แนวทางจะไปสู่เป้าหมายที่ว่า การทำ M & A  หรือ Mergers and Acquisitions ซึ่งหมายถึง การควบรวมและการซื้อกิจการ  ถือเป็นหนทางลัดสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น หากได้แบรนด์สินค้าดีๆ มีศักยภาพสร้างโอกาสเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ล่าสุด กลุ่ม NPPG ​ ได้ให้ บริษัท เอ็นพีพี ฟู้ด อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทุ่มงบประมาณ 80 ล้านบาทซื้อสิทธิในการเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหาร คิทเช่น พลัส และ บ้านครัวไทย ราคาซื้อขาย ของบริษัท คิทเช่น พลัส 999 จำกัด  โดยมีจำนวนร้านอาหาร คิทเช่น พลัส และ บ้านครัวไทย  จำนวน 63 สาขาทั่วประเทศไทย แบ่งเป็นร้านอาหาร คิทเช่น พลัส จำนวน 61 สาขา และร้านอาหารบ้านครัวไทย จำนวน 2 สาขา โดยส่วนใหญ่สาขาของร้านอาหาร คิทเช่น พลัส จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าโฮมโปร จำนวน 41 สาขา สถานีบริการน้ำมัน ปตท. จำนวน 7 สาขา และร้านอาหารบ้านครัวไทย ซึ่งมีจำนวน 2 สาขา จะตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. และสาขาที่เหลือจะตั้งอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ถือเป็นแผนงานตามยุทธศาสตร์ที่บริษัทได้วางแผนไว้ ที่จะเน้นสร้างแบรนด์ร้านอาหารที่มีประสิทธิภาพและมีศักยภาพสูง และบริหารแฟรนไชส์อย่างมืออาชีพ ช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ และอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อเนื่อง และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันการดำเนินธุรกิจระยะยาวให้กับบริษัท รวมถึงช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของบริษัท  และเงินปันผลจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทในอนาคตอีกด้วย  ส่วนแหล่งเงินที่นำมาใช้ซื้อกิจการครั้งนี้  มาจากเงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นเดิม และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน  และการซื้อกิจการแฟรนไชส์ร้านอาหารครั้งนี้จะไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท

“Mission ของธุรกิจอาหาร NPPG คือ เราจะนำเอาเมนูที่มีคุณค่าและหลากหลายออกสู่สาธารณชน และวางเป้าหมายภายใน 5 ปี ให้ธุรกิจอาหารมีความแข็งแกร่ง อนาคตจะต้องติด Top 5 ในกลุ่มธุรกิจอาหารของไทย  เพราะธุรกิจอาหารมีความเซ็กซี่ อย่างไรก็ตาม คนก็ยังกินอาหาร  แต่เราต้องตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้ได้ดี  เราจะพัฒนาแบรนด์ที่มีให้แข็งแกร่ง และอนาคตยังจะมีแบรนด์ใหม่มาเพิ่ม ด้วยการซื้อแบรนด์เข้ามาทำตลาด  เรามีความพร้อม เพราะกระแสเงินสดหลายร้อยล้านบาท”คุณธัญลักษณ์ ธิบดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการทั่วไปของแบรนด์ A&W ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในวันเปิดร้านสาขารูปแบบ Express