‘พาที สารสิน’ กับการเดินทางครั้งใหม่ที่ต้องฝันให้ไกล ไปให้สูงกว่าบริหารแอร์ไลน์ สู่การสร้าง Global Platform ธุรกิจท่องเที่ยว

เพราะประสบการณ์ในการเดินทางที่ไม่น้อยไปกว่าใครในโลก โดยเฉพาะประสบการณ์จากการทำงานสายการบินมายาวนานถึง 14 ปี ทำให้ในแต่ละปีต้องเดินทางรอบโลกไม่ต่ำกว่า 2.5 รอบต่อปี ประกอบกับความสัมพันธ์ใน Travel Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นทั้งสายการบินต่างๆ จากทั่วโลก หรือเชนโรงแรมระดับ Top List ของโลกอีกราวๆ 34 เชนทั่วโลก

ทำให้ คุณดุ๋ง -พาที สารสิน อดีต CEO สายการบินนกแอร์ สามารถ Offer ความแตกต่างและประสบการณ์ที่เหนือกว่า เพื่อตอบโจทย์ในการเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้ง ผ่านการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยการเปิด Online Travel Agent (OTA) โดยเป้าหมายครั้งนี้คือ การท้าชนกับ Global Platform ชั้นนำของโลกที่ให้บริการอยู่ในตลาดขณะนี้

เพราะประเทศไทยคือ Travel Destination

การเข้ามาในธุรกิจนี้ เพราะคุณดุ๋งมองเห็นโอกาสจากศักยภาพในธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย ทั้งในฐานะที่เป็นหนึ่ง Destination ของนักเดินทางจากทั่วโลก และยังเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 20-30% ในแต่ละปี แต่กลับไม่มีแพลตฟอร์ม OTA ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่นักเดินทางในปัจจุบันนิยมใช้เป็นตัวกลางในการอำนวยความสะดวกทั้งการจองตั๋วเดินทาง หรือที่พักต่างๆ ที่พัฒนาโดยคนไทยเลย

ประกอบกับประสบการณ์จากการเป็นผู้บริหารสายการบิน และในฐานะที่เป็นผู้บริโภคที่ใช้งานจริงเองด้วย ทำให้มองเห็น Pain Point ในการให้บริการของ OTA ในปัจจุบันเน้นการแข่งขันในเรื่องของราคาเป็นหลัก ทำให้ส่วนใหญ่เน้นการนำเสนอด้วยราคาที่ต่ำเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงประสบการณ์ในการเดินทางทั้งความสะดวก และความประทับใจต่างๆ ที่ผู้เดินทางจะได้รับในแต่ละครั้ง รวมทั้งในการนำเสนอแต่ละครั้งก็จะให้ตัวเลือกมาให้เป็นจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

Pain Point เหล่านี้จึงกลายมาเป็นช่องว่างและนำมาสู่การพัฒนาแพลตฟอร์ม OTA ครั้งแรกโดยคนไทย ในชื่อ Really Really Cool (เรียลลี เรียลลี คูล) เพื่อเข้ามาเติมเต็มในจุดที่ตลาดยังไม่มีใครที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการให้แก่ผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการโฟกัสที่ประสบการณ์ที่ผู้เดินทางจะได้รับในทุกๆ ทริป

มากกว่าแค่ OAT แต่เป็น Analytics Platform

การลงทุนเบื้องต้นใน Really Really Cool ภายใต้ทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 30 ล้านบาท โดยมีคุณดุ๋ง พาที เป็นทั้งเจ้าของและ Co-founder จากการเป็นผู้หุ้นหลักในสัดส่วน 60% ร่วมกับกลุ่มเพื่อน โดยน้ำหนักการลงทุนหลักๆ จะเน้นใช้ในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาการให้บริการ โดยเฉพาะการพัฒนาไปในระดับที่สามารถตอบโจทย์ได้แบบ Customize ที่เป็นรายบุคคล เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากแพลตฟอร์มทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI  หรือ Chat Bot มาใช้ เพื่อสร้างความแตกต่างและตอกย้ำให้ภาพของการเป็น Analytics Platform ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

ที่สำคัญจะเน้นการต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาใช้ในแพลตฟอร์มอีกอย่างน้อย 2-3 รายการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปถึงระดับบุคคล โดยให้บริษัทในเครือข่ายของบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาช่วยพัฒนา และคาดว่าจะเริ่มนำมาทดลองใช้ได้ในราวเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

“เทคโนโลยีที่เราจะพัฒนามาใช้จะเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครใช้มาก่อน จะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถขยายสเกลการให้บริการไปสู่ภาพที่ใหญ่มากขึ้นในระดับโกลบอลได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเพื่อให้สามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกและง่ายยิ่งขึ้น และสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเจ้าของแพลตฟอร์มรวดเร็วขึ้น รวมทั้งเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้ดีมากขึ้น นำมาสู่การเพิ่มอัตราการใช้บริการซ้ำที่คาดว่าราวครึ่งหนึ่งหรือ 50% ที่เคยใช้งานจะกลับมาใช้บริการซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าความแตกต่างและความสามารถของ Really Really Cool จะทำให้เราขยับไปอยู่ในระดับเดียวกับผู้เล่นที่เป็น Global Platform ชั้นนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Priceline.com, Booking.com หรือ tripadvisor.com และจะก้าวไปรวมอยู่ในกลุ่ม Tops Guy เหล่านี้ในอีกไม่เกิน 3-4 ปีข้างหน้า”

สำหรับ Really Really Cool เริ่มให้บริการมาแล้วประมาณ 6 เดือน โดยเริ่มปักหมุดใน Destination ที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว “มัลดีฟส์” ซึ่งเป็นที่ท่องเที่ยวในฝันของหลายๆ คน และก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างสูง ทำให้เอื้อมถึงได้ยาก แต่เมื่อเริ่มส่งเสริมมากขึ้น ทำให้มีเซ็กเม้นต์ที่หลากหลาย รวมทั้งมีไฟลท์บินตรงจากประเทศไทยไปทุกวัน วันละ 3-4 เที่ยว และมีผู้ประกอบการโรงแรมของไทยหลายรายขยายการลงทุนเข้าไปมากขึ้นด้วย ทำให้สามารถนำเสนอแพกเกจที่คุ้มค่า และตอบโจทย์ประสบการณ์ได้ตามเป้าหมายของแพลตฟอร์ม ด้วยแพกเกจเริ่มต้น 3 วัน 2 คืน สุดคุ้มค่าในราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไป เพียง 49,900 บาท จากราคาตลาดที่อยู่ประมาณ 65,000 บาท ขณะที่จุดหมายใหม่ๆ ที่เตรียมขยายเพิ่มเติม เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย ฮาวาย เป็นต้น

เพราะทุกความสำเร็จ สร้างใหม่ได้เสมอ  

คุณดุ๋ง ให้เหตุผลในการเข้ามาปั้นธุรกิจใหม่อีกครั้งหลังจากลาออกจากการเป็นผู้บริหารสายการบินนกแอร์ ตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2560 รวมทั้งการลาออกจากทุกตำแหน่งและการเป็นหนึ่งในบอร์ดบริษัทมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับธุรกิจเดิมที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ ดังนั้น การปั้นธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จึงมาจากการใช้ Passion ทุน และ Connection ของตัวเองอย่างเต็มที่ เนื่องจาก ต้องการที่จะสร้างความสำเร็จครั้งใหม่ โดยเฉพาะในสิ่งใหม่ สิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อนในตลาด เพราะแม้จะเห็น OTA หลากหลายแพลตฟอร์มให้บริการอยู่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแค่การ Offerเพียงอย่างเดียว

แต่ที่ Realy Really Cool จะเพิ่มความต่างด้วยการ Recommend โดยเลือกช้อยส์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการแต่ละคนต้องการจากการเดินทางให้มากที่สุด ภายใต้เงื่อนไขของผู้เดินทาง ทั้งจำนวนคนในการเดินทาง ผู้ร่วมเดินทาง หรือแม้แต่วัตถุประสงค์หรือความต้องการที่จะได้จากการเดินทางในแต่ละครั้ง

“ความสำเร็จต่างๆ ที่เราเคยทำมาในอดีต เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว แต่เราเชื่อในความสามาถของเราว่าเราจะสามารถสร้างความสำเร็จหน้าใหม่ๆ ให้กับตัวเองได้ เพราะที่ผ่านมาทุกอย่างที่เราทำสำเร็จมาได้นั้น เราเริ่มมาตั้งแต่จุดที่เป็นศูนย์ จุดที่ยังไม่มีอะไร ดังนั้น แม้เราจะอยู่ใน Travel Ecosystem เช่นเดียวกับธุรกิจสายการบิน แต่เราจะไม่เข้าไปยุ่งหรือใช้ประโยชน์ใดๆ จากสิ่งเหล่านั้น นอกจากการเป็นพันธมิตรร่วมกันใน Destination ต่างๆ ที่เราขยายเพิ่มเติมออกไป และเราเชื่อว่าธุรกิจใหม่นี้มีศักยภาพในการเติบโต และจะเป็นอีกหนึ่ง Success Story ที่จะเกิดขึ้นทั้งกับตัวเรา และต่อประเทศไทยได้อีกครั้ง”

ซึ่งหากมองย้อนเส้นทางธุรกิจที่ผ่านมาของคุณดุ๋ง จะพบว่ามีประสบการณ์หลากหลายรูปแบบทั้งการเข้าไปเป็นผู้บริหารมืออาชีพในองค์กรชั้นนำระดับประเทศ โดยสามารถขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ด้วยการเป็นซีอีโอครั้งแรกในอายุเพียง 30 ปี ในสายงานครีเอทีฟและโฆษณาที่ สปา แอดเวอร์ไทซิ่ง พร้อมผลงานสร้างชื่อในการสร้างแบรนด์ดีแทคให้เป็นที่รู้จัก และการเปิดตลาดเบียร์ไฮเนเก้นในประเทศไทย ก่อนจะขึ้นมาเป็นผู้บริหารสายการบินนกแอร์  ซึ่งรวมแล้วคุณดุ๋งนั่งเก้าอี้ซีอีโอมาไม่ต่ำกว่า 24 ปีเลยทีเดียว

ในส่วนของการปั้นธุรกิจส่วนตัวนั้น มีทั้งก๋วยเตี๋ยวดุ๋งเด้งได้ ที่ตอนนี้เริ่มขยายสาขาและการลงทุนไปในต่างประเทศแล้ว รวมทั้งการเข้ามาสู่ในธุรกิจ OTA และการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากธรรมชาติ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท OrganiGo Group ซึ่งทุกธุรกิจที่คุณดุ๋งทำมาทั้งหมด คุณดุ๋งบอกว่าชอบทุกอย่างที่มีโอกาสได้ทำ และถือว่าทุกธุรกิจทำมาล้วนประสบความสำเร็จในแบบของตัวเอง

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เราต้องการสร้างสิ่งใหม่ ต้องการพิสูจน์ว่าสามารถสร้าง Something From Zero  ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะการทำในสิ่งที่สามารถ Represent ถึงความสามารถของคนไทยได้ เช่นในธุรกิจที่เป็นดาวเด่นอย่างการท่องเที่ยว แต่ทำไมเราไม่มี Global Agency ที่เป็นของคนไทย เรามองว่าเป็นเรื่องที่ควรต้องมี และเราจะเป็นคนทำขึ้นมาเอง ถ้าไม่มีใครทำ และเมื่อทำแล้วต้องดีกว่า และต้องแตกต่าง ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ทำ” 

อีกสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในความเป็น ดุ๋ง – พาที สารสิน คือ ความสามารถในการปั้นให้ตัวเองกลายเป็นแบรนด์ ทำให้ภาพของความเป็นพาที สารสิน มีความหมาย กลายเป็นอีกหนึ่ง Influencer ที่วิธีคิด คำพูด หรือการกระทำบางอย่างสร้างให้เกิดเอฟฟเฟ็กต์ในสังคมได้ ซึ่งเมื่อถามเจ้าตัวว่า คิดว่าภาพของตัวเองเด่นชัดที่สุดในด้านใด คุณดุ๋ง มองว่า ภาพของความเป็นนักธุรกิจ โดยเฉพาะภาพของผู้ที่อยู่ในแวดวงการบินยังชัดที่สุดในตอนนี้ เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมการบินมานาน

แต่ในอนาคตอันใกล้ ไม่น่าจะเกิน 3-5 ปีจากนี้ คุณดุ๋งจะเริ่มสร้างภาพจำใหม่ สร้างให้ภาพของการเป็นผู้สร้าง Global Platform อย่าง Really Really Cool หรือที่คุณดุ๋งเรียกสั้นๆ ว่า RRC เป็นภาพที่ชัดที่สุดเมื่อคนทั่วไปนึกถึงตัวเอง

ที่สำคัญยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่คุณดุ๋งคิดจะทำเร็วๆ นี้ คือ การเปิด Master Class ทางด้านธุรกิจที่เป็นหนึ่งในองค์ความรู้ที่มีอยู่ และคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นๆ โดยเฉพาะประสบการณ์ในการจัดการ Crisis Management ที่คุณดุ๋งมองว่า ตัวเองมีทักษะด้านนี้ไม่เป็นรองใคร โดยเฉพาะการแก้ไขหลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างที่นั่งเก้าอี้ซีอีโอมาตลอดกว่าทศวรรษ เป็นหนึ่งในบทพิสูจน์ความสามารถของคุณดุ๋งในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

Photo Credit: Patee Sarasin