แสนสิริ ยกระดับสร้าง Brand Loyalty ส่งหมัดเด็ด SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ยิ่งอยู่ยิ่งสบาย

เป็นถึงผู้นำพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ พร้อมทั้งยังเป็นผู้นำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาสู่แวดวงธุรกิจอสังหาฯ อยู่เสมอ โดยเฉพาะการเติมเต็มเรื่องของไลฟ์สไตล์ให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน ในทุกโครงการ เนื่องจาก “แสนสิริ” ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองข้าม Beyond Product ให้ความสำคัญมากกว่าแค่การส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพ ให้แก่ลูกค้าแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับการมอบ Service ที่ดีผ่านการให้บริการหลังการขายแก่ลูกบ้านมาอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี แล้ว

ต่อยอดสู่การสร้าง Beyond CRM

ที่ผ่านมาแสนสิริให้ความสำคัญกับการมอบบริการหลังการขายที่ดีให้แก่ลูกบ้านทุกคนมาโดยตลอด ไม่เพียงแค่ส่งมอบบ้านแต่ละหลังให้ถึงมือเจ้าของบ้านได้อย่างเรียบร้อยเท่านั้น แต่ยังดูแลความเป็นอยู่ให้แก่ลูกบ้านในทุกๆ โครงการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการส่วนกลาง หรือการอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกบ้านแสนสิริที่มีมากกว่า 80,000 ครอบครัวในปัจจุบัน จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี  สะท้อนถึงมาตรฐานของแสนสิริที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกบ้านไม่ต่างจากการดูแลคนในครอบครัว และยังคำนึงถึงการมอบคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีในฐานะลูกบ้านของแสนสิริ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้ด้วยเช่นกัน

และเพื่อการเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม ตามแนวคิด Complete Your Living Experience ที่สะท้อนความมุ่งมั่นที่แสนสิริสามารถเป็นผู้เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านของลูกบ้านได้มากยิ่งขึ้น แสนสิริจึงได้เพิ่มบริการใหม่ SANSIRI MOVEIN EXPERIENCE เพื่อสร้างประสบการณ์ในการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากสามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งในมิติของ Product และ Service การขยับมาสู่โจทย์ที่ใหญ่กว่าในเรื่องของประสบการณ์จึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและสำคัญต่อไปของแสนสิริ พร้อมทั้งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้าน Lifestyle ในธุรกิจอสังหาให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญยังได้เห็นภาพของการทำ CRM เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกบ้านที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากแค่การดูแลชีวิตนอกบ้านผ่านการดูแลบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลาง มาสู่การดูแลไปจนถึงการใช้ชีวิตในบ้าน เพื่อให้ลูกบ้านทุกคนได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด เป็นการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าและแตกต่างจากผู้พัฒนาโครงการรายอื่นๆ ซึ่งยังไม่มีรายใดในตลาดสามารถทำได้มาก่อน

สำหรับบริการ SANSIRI MOVEIN EXPERIENCE เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ บนแอปพลิเคชั่น Home Service ที่จะช่วยทำให้ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกผ่านสมาร์ทโฟน รวมทั้งสามารถใช้บริการจากเว็บไซต์ได้ด้วย เพื่อความสามารถในการเข้าถึงได้จากหลากหลายช่องทาง โดยจะมีบริการเฟสแรกอยู่ใน 4 กลุ่มสำคัญ ที่มักจะเป็น Pain Point หรือปัญหาสำคัญในการย้ายบ้านใหม่ในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็น

1.บริการในการขนย้าย (Moving Service)

2.บริการทำความสะอาด (Cleaning Service)

3.บริการออกแบบและตกแต่งเพิ่มเติม (Design Service) และ

4.บริการอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมต่างๆ (Easy Living) ซึ่งการมีบริการมอบให้อย่างครบถ้วนยังเป็นการช่วยยกระดับ Home Service ของแสนสิริจากการเป็นแค่แอปพลิเคชันมาสู่การเป็น Living Platform อีกด้วย

หมดยุคดูแลแค่ส่วนกลาง แต่ต้องเข้าถึงในบ้าน 

คุณอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  อธิบายถึงการมอบบริการ SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ให้แก่ลูกบ้านแสนสิริที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจเป็นลูกบ้านแสนสิริ เพราะก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในโครงการก็ต้องขนย้ายจากที่อยู่เดิม ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้บริการในการขนย้ายจากผู้ให้บริการมืออาชีพ เพราะของบางอย่างมีความสำคัญมากกว่าแค่มูลค่า แต่ยังมีผลทางจิตใจต่อเจ้าของด้วย ภายหลังเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วก็อาจจำเป็นต้องทำความสะอาดบ้านเพิ่มเติม หรือในบางโครงการที่ไม่ได้มีการตกแต่งไว้ เจ้าของบ้านอาจจะอยากตกแต่งเพิ่มเติมหรือต้องการเฟอร์นิเจอร์บางอย่างเพิ่มมากขึ้น ก็จะต้องการบริการด้านออกแบบตกแต่ง รวมทั้งเมื่อเข้ามาอยู่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องการความสะดวกสบายในการอยู่อาศัย เช่น บริการการช้อปปิ้งออนไลน์ หรือสำหรับผู้มีสัตว์เลี้ยง แสนสิริก็มีพาร์ทเนอร์ในการให้บริการเช่นกัน

“การเลือกบริการต่างๆ ในเฟสแรก มาจากการสอบถามและสำรวจความต้องการของลูกบ้าน รวมทั้งคัดเลือกพาร์ทเนอร์เพื่อเข้ามาให้บริการก็ล้วนแต่เป็นผู้ให้บริการชั้นนำจากแต่ละกลุ่มทั้งสิ้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับทุกบริการที่ดีจากผู้ให้บริการมืออาชีพ โดยในเฟสแรกจะมีพาร์ทเนอร์เข้ามาให้บริการใน 4 กลุ่ม รวม 7 ราย ก่อนที่จะทยอยเพิ่มพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ต่ำกว่า 10 รายในปีต่อไป ซึ่งนอกจากความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการต่างๆ ทั้งหมดผ่าน Home Service Application หรือเว็บไซต์ได้แล้ว ยังได้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าในฐานะที่เป็นลูกบ้านแสนสิริ ด้วยอัตราค่าบริการในราคาพิเศษหรือบริการพิเศษต่างๆ มากกว่าลูกค้าทั่วไปอีกด้วย”

สำหรับพาร์ทเนอร์จากทั้ง 4 กลุ่มบริการบน SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ประกอบด้วย

MOVING SERVICE : บริการขนย้ายแบบ One Stop Service ด้วยทีมงานมืออาชีพจาก V PACK & MOVE หรือ SB FURNITURE ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะ

CLEANING SERVICE : บริการทำความสะอาดครั้งใหญ่ทั้งก่อนและหลังการย้ายจาก DO4YOU ที่ให้บริการทำความสะอาดบ้าน รวมไปถึงการซักรีดเสื้อผ้า และจาก SB FURNITURE ที่มีทั้งบริการทำความสะอาดบ้านและกำจัดฝุ่น

DESIGN SERVICE : บริการออกแบบ ตกแต่ง รวมทั้งการ Renovate สำหรับผู้ต้องการปรับปรุงบ้านใหม่ ในงบประมาณที่ไม่บานปลาย ทั้งจาก SCG, SB FURNITURE รวมทั้ง ESYBUILD พร้อมสิทธิพิเศษหลากหลายสำหรับลูกบ้านแสนสิริ

EASY LIVING : การให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตต่างๆ ของลูกบ้านให้เป็นเรื่องง่ายๆ ทั้งการช้อปปิ้งสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน หรือวาระพิเศษต่างๆ พร้อมบริการส่งให้ถึงประตูบ้านจาก วิลล่า มาร์เก็ต เมื่อสั่งซื้อครบ 1 พันบาท ซึ่งยังไม่เคยมีบริการแบบนี้ให้กับที่ไหนมาก่อน รวมไปถึงการดูแลสัตว์เลี้ยงซึ่งมีความสำคัญไม่ต่างไปจากสมาชิกคนหนึ่งในบ้านจาก โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ตั้งแต่บริการอาบน้ำ ตัดตกแต่งขนสุนัข บริการฉีดวัคซีนถึงบ้าน ไปจนถึงการจองบริการว่ายน้ำ

มากกว่าย้ายบ้านใหม่ แต่ได้ครบทุก Living Experience

สิทธิประโยชน์ต่างๆ จากการเป็นลูกบ้านแสนสิริ ผ่านแต่ละบริการจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำ เป็นสิ่งที่แสนสิริพยายามตอกย้ำและแสดงให้เห็นถึงการเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของลูกบ้านทุกราย เพื่อรักษา Engagement ระยะยาวทั้งในกลุ่มลูกค้าเดิม ที่เมื่อมีความพอใจบริการและมีความสุขในการใช้ชีวิตอยู่ในโครงการต่างๆ ของแสนสิริแล้ว ในอนาคตเมื่อมองหาบ้านหลังใหม่ โครงการจากแสนสิริก็จะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนกลุ่มนี้นึกถึง หรือแม้แต่การส่งต่อความเชื่อมั่นไปสู่เจนเนอเรชั่นต่อไป เช่น ลูกค้าในกลุ่มครอบครัวที่เมื่อลูกเติบโตและสามารถไปสร้างครอบครัวได้เองก็จะมีโอกาสเลือกอยู่กับแสนสิริต่อเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันยังสามารถขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่ม New Generation ที่เป็นกลุ่มของคนฉลาดเลือก มองหาความคุ้มค่า ชอบความสะดวกสบายไม่ยุ่งยาก และยังคุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ดังนั้น การย้ายเข้ามาเป็นลูกบ้านของแสนสิริ แล้วพบว่าได้มากกว่าแค่การย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการบริหารจัดการส่วนกลางที่แสนสิริมีความแข็งแรงและสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคได้ดี รวมทั้งจากบริการใหม่อย่าง SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE ก็จะเป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญในการดึงดูดลูกค้ากลุ่ม New Generation ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะในแต่ละปีจะมีลูกบ้านใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาประมาณ 5,000 ราย ทั้งจากบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด ทำให้ในอีก 2-3 ปีจะมีจำนวนลูกบ้านเพิ่มขึ้นได้ถึงกว่า 1 แสนครอบครัว

Family relaxing in the living room with digital tablet

ในอนาคตแสนสิริยังจะเพิ่มบริการต่างๆ ให้แก่ลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากพาร์ทเนอร์ที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่าร้อยรายในทุกๆ กลุ่ม รวมทั้งความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ผ่าน Home Service Application เพื่อสร้างเป็น Living Platform ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของลูกบ้านและสามารถเติมเต็มทุกๆ ประสบการณ์ในการใช้ชีวิต เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการตอบโจทย์ Living Experience ได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกๆ ครั้งที่ผู้บริโภคต้องการซื้อบ้านหรือย้ายบ้านใหม่ ชื่อของแสนสิริจะเป็นช้อยส์แรกที่ผู้บริโภคต้องนึกถึง โดยมีบริการ SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE เข้ามาเป็นตัวนำร่องในการทำให้แสนสิริเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้ในหลากหลายมิติมากยิ่งขึ้นอย่างจับต้องได้ และสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกในหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้งบน  Home Service Application และผ่านเว็บไซต์  siri.ly/f2vcn