ฟันธงแล้ว! Facebook ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล Premier League ในไทย

Facebook แสดงความตั้งใจในการเข้าสู่สังเวียนถ่ายทอดสดกีฬาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยว่าจ้าง CEO ของ Eurosport อย่าง Peter Hutton มาเป็นหัวหน้าทีมต่อรองกับการถ่ายทอดสดทั่วโลก ซึ่งดูเหมือนว่า Hutton จะทำสำเร็จ ล่าสุดตกลงสัญญากับพรีเมียร์ลีก ด้วยมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ (หรือกว่า 8.78 พันล้านบาท) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมาได้

โดยดีลนี้ จะมีผลในฤดูกาลปี 2019-2020 ใน 4 ประเทศของเอเชีย ประกอบด้วย ไทย เวียดนาม กัมพูชา และ ลาว ซึ่งเป็นประเทศที่ติดตามฟุตบอลจากเกาะอังกฤษอย่างเหนียวแน่น ข้อมูลจาก The Times ระบุว่า มูลค่า 200 ล้านปอนด์ ทำให้ Facebook สามารถถ่ายทอดสดตลอดฤดูกาล 380 แมทช์ ซึ่งมากกว่าที่ BeIN Sports และ Fox Sports Asia ผู้ชนะลิขสิทธิ์รายเดิมเสนอซะอีก

ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Business Model ของการหารายได้จากเฟซบุ๊ก เมื่อได้รับลิขสิทธ์นี้มาจะเป็นอย่างไร เก็บค่าสมาชิกจากผู้ใช้งาน ซึ่งเราได้เห็นความพยายามของเฟซบุ๊กที่จะจับมือกับสถาบันการเงินของไทย อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งเปิดตัวการจ่ายเงินจับจ่ายซื้อสินค้าบนเฟซบุ๊ก โดยจ่ายเงินผ่านธนาคารกสิกรไทย(K Bank) มาแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กมีแผนรุกคืบในเรื่องการของทำการค้าบนแพล็ตฟอร์มตัวเองอย่างจริงจังในประเทศไทยแล้ว หลังจากเริ่มต้นในต่างประเทศมาพักใหญ่

ในเรื่องนี้ คุณชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) แสดงความคิดเห็นในสเตตัสเฟซบุ๊กของเขาว่า

หรือโมเดลที่ให้รับชมฟรีแต่แลกกับการมีโฆษณาขั้นหรือแทรกเข้ามา และโฆษณาจะเป็นรูปแบบไหน เช่น โฆษณาภาพนิ่งโปร่งใสปรากฏโลโก้บนพื้นสนาม เพื่อให้กลืนไปกับคอนเทนท์ ซึ่งตอนนี้โฆษณาที่เข้ามาแทรกระหว่างคลิปที่เรารับชมกันก็มีให้เห็นแล้วเช่นกัน

ความท้าทายของเฟซบุ๊กยังมีอีกมากมาย ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่ปัจจุบันนี้การทำ Facebook Live กำหนดความละเอียดของภาพที่ 720 p เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบกับเจ้าของลิขสิทธ์เดิมอย่าง  BeIN Sports ที่ร่วมมือกับ True Vision แล้วก็ทำให้มีอรรถรสในการชมผ่านโทรทัศน์ดีกว่า สอดคล้องกับแนวโน้มผู้บริโภคก็จะซื้อทีวีจอใหญ่ และคมชัดเพิ่มขึ้น ดังนั้นการทำให้การชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแบบสดๆ มีประสบการณ์ดีที่จึงเป็นเรื่องที่เฟซบุ๊กต้องแก้โจทย์ให้ได้

นอกจากนี้ยังมีโจทย์เรื่องของ Localization เช่น ทีมพากย์ และการสร้างสรรค์คอนเทนท์ การตลาดอื่นๆ เป็นเวอร์ชั่นท้องถิ่นของทั้ง 4 ประเทศ เรียกได้ว่าเป็นงานช้างที่เฟกซบุ๊กต้องกระโดดลงมาทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องเท่านั้นจึงจะแจ้งเกิดในสมรภูมินี้ 

ที่ผ่านมา Facebook ได้ถ่ายทอดสดแมทช์ของ MLS และ La Liga มาแล้ว แต่ดีลนี้ถือเป็นการผลักดันเข้าสู่กีฬาอย่างจริงจัง และราคาแพงกว่า แนวโน้มดังกว่า เป็นสิ่งที่เราจะเห็นได้จากบริษัทฝั่งบริษัทเทคโนโลยีทั้งหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Amazon Prime ที่พยายามทำดีลคล้ายกันนี้กับพรีเมียร์ลีก รวมทั้งที่ผ่านว่า Richard Scudamore ซีอีโอซึ่งกำลังจะอำลาตำแหน่งของพรีเมียร์ลีก ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมามีความพยายามจะจับมือกับ YouTube และ Netflix เพื่อเผยแพร่คอนเทนท์ หรือถึงขั้นถ่ายทอดสดเลยทีเดียว 

สำหรับคอกีฬา คอนเทนท์ “กีฬา” มีเสน่ห์เฉพาะ การรับชม “สด” เท่านั้น จึงจะได้ฟีลลิ่งขั้นสุด การดูไฮไลต์หรือมาดูย้อนหลัง(ซึ่งสมัยนี้ยากเหลือเกินที่คุณจะหลบหลีกสปอยด์ผลไปได้) ไม่สามารถทดแทนความรู้สึกของการลุ้นฟุตบอลลูกกลมๆ ซึ่งผลลัพธ์ออกได้ทุกหน้า แตกต่างกับรายการเกมโชว์ ละคร ที่สามารถย้อนดูแล้วยังฟินกับความจิ้นของพระ-นาง หรือชื่นชมสกิลการร้องเพลงของคนที่คุณชื่นชอบได้อยู่เรื่อยๆ ดังนั้น “กีฬา” จึงเป็นเอนตอร์เทนเมนต์ คอนเทนท์ที่มีมูลค่าสูง และมีความพิเศษเฉพาะตัวจริงๆ ในส่วนของมีเดีย นี่คืออีกขีดขั้นของความเปลี่ยนแปลง ที่จะย้ายแพล็ตฟอร์มการรับชมกีฬามาสู่สกรีนอื่นๆ อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ “ทีวี” อีกต่อไป และเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ

Source