ย้อนรอยดูกระแส OPPO กับความสำเร็จของซีรีย์ R เจาะลึกทำไมถึงประสบความสำเร็จและเป็นรุ่นที่ทุกคนรอคอย

 

นับว่าเป็นเวลานานเกือบ 10 ปีแล้วที่ OPPO ได้เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา OPPO ก็สามารถเข้ามาอยู่ในใจคนไทยได้เรื่อยๆ ด้วยการปล่อยโปรดักส์ที่ตอบโจทย์และมีคุณภาพออกมามากมาย และอีกหนึ่งโปรดักส์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี นั่นก็คือ R Series ซึ่งทันทีที่ R Series เข้ามาในไทย ต่างก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งรุ่น OPPO R5, OPPO R7 lite, OPPO R7 Plus, OPPO R Lites, OPPO R9s, OPPO R9s Plus, OPPO R9s Pro และ OPPO R9s Black Edition รวมทั้ง OPPO R15 Pro ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ต่างก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ

เรามาเริ่มกันที่โปรดักส์ ซึ่งโดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก กับคุณสมบัติภายใน ที่ถือว่าเทียบชั้นกับโทรศัพท์ที่ราคาใกล้เคียงในเวลานั้นๆ ไล่เรียงตั้งแต่ OPPO R5 ที่เปิดตัวในปี 2014 มาพร้อมดีไซน์บางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตรและหน้าจอที่มีความคมชัดระดับ Full HD และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซลมาพร้อมโหมด Beautify ปรับใบหน้าให้เนียนสวย และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ที่เพิ่มเทคโนโลยี VOOC Flash Charge เข้ามาซึ่งทันทีที่ปล่อยรุ่นนี้ออกมา ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีนับว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์มากๆ ในขณะนั้น ทั้งในเรื่องของดีไซน์และสเปค

ต่อมาในปี 2016 OPPO ได้นำ R Series กลับมาอีกครั้งซึ่งในปีนี้ได้นำเข้ามาถึง 2 ตัวด้วยกันนั่นคือ OPPO R7 Lite ที่มาพร้อมกับความบางเฉียบขนาด 6.3 มม. และจอกว้างขนาด 5 นิ้ว และ OPPO R7 Plus ที่มาพร้อมความบางเฉียบขนาด 7.75 มม. และจอกว้าง 6 นิ้ว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมดีไซน์สวยโดดเด่น และสเปคเครื่องที่ครอบคลุมการใช้งานอย่างลงตัวทั้ง Beautify ที่ช่วยให้การเซลฟี่สมบูรณ์แบบกว่าที่เคย และกล้องหน้าที่มีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลพร้อม Dual-LED Flash และการปลดล็อคแบบ Fingerprint และเทคโนโลยีชาร์จไว VOOC Flash Charge ซึ่งสำหรับรุ่นนี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดีและได้รับความนิยมอย่างมากเช่นเคย

สำหรับในปี 2017 OPPO นำเสนอ Series R อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับ OPPO R9s ที่เข้ามาพร้อมให้เลือกถึง 3 ตัวด้วยกันคือ OPPO R9s Plus ที่กล้องหน้าและกล้องหลังมีความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซลมาพร้อม Beautify 4.0 และการดีไซน์บางสวยพอดีมือ

และในรุ่น OPPO R9s Pro ที่ OPO มีหนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ อย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มาเป็นพรีเซนเตอร์ และทำการอัพเกรดกล้องหน้าเป็นกล้องหน้าเซลฟี่คู่ 16+8 ล้านพิเซล ที่มีมุมมองกว้างถึง 120 องศา พร้อม Beautify 4.0 มอบประสบการณ์ใหม่ให้กับการเซลฟี่

สำหรับ OPPO R9s Black Edition เปิดตัวมาด้วยการนำพระเอกสุดหล่ออย่าง เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และมาพร้อมกับการดีไซน์สีดำแบบคลาสสิคสุดเรียบหรู พร้อม กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล

 

Cr. www.gsmarena.com

และในปี 2017 OPPO R9s ก็เป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยที่มียอดขายอับดับ 1 ของโลก ในช่วง Quarter ที่1 อีกด้วย (Source : Strategy Analytics)

 

นอกจากนี้ยังมีแคมเปญสุดยิ่งใหญ่กับการเปิดตัว OPPO R9s Special Red Edition ซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมมินิซีรีย์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามอย่าง “My Secret Friend ปิ๊งรัก…นายอายนะ”  นำแสดงโดย 3 นักแสดงวัยรุ่นยอดนิยม “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร”, “พลอยชมพู-ญานนีน ภารวี ไวเกล” และ “ทอย-ปฐมพงศ์ เรือนใจดี” โดยมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจอย่างการบอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนลับคนพิเศษ ที่จะคอยอยู่เคียงข้างคุณในทุกๆ ช่วงเวลา และด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับความรักกุ๊กกิ๊กของเหล่าวัยรุ่น ที่มีความน่ารักความสดใส และลุ้นให้ตัวละครสมหวัง บวกกับเรื่องราวที่โดนใจวัยทีนทั้งหลาย เพราะอาจจะตรงกับสถานการณ์ ที่กำลังแอบรักใครอยู่ และกำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ถูกใจคนที่ชอบ จนทำให้เข้าถึงอารมณ์ และเชื่อมต่อความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี

 

 

ซึ่งแคมเปญนี้ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากเพราะนอกจากเรื่องราวความรักแล้ว OPPO ยังสื่อให้เห็นอีกว่า ผู้หญิงทุกคนควรมีความมั่นใจและภูมิใจในตัวตนของตัวเอง มากกว่าการเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้มินิซีรีย์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพียงแค่ตอนแรกที่ปล่อยออกไป ก็มียอดผู้ชมสูงถึง 2.7 ล้านวิวเลยทีเดียว  เป็นการเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังมีเสียงเรียกร้องจากบรรดาแฟนคลับให้เพิ่มตอนพิเศษอีกด้วย และจากความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ออปโป้ ติดอันดับ 3 และ 6 ใน Asia–Pacific YouTube Ads Leaderboard ประจำเดือนกรกฎาคม 2560

 

 

และในปี 2018 นี้ OPPO ก็จัดใหญ่กับ R Series ด้วย OPPO R15 Pro ที่ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุด ที่ขนทัพเทคโนโลยี AI มาช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นทั้ง AI Camera ที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ 20+16 ล้านพิกเซล และยังมี AI Portrait Mode ที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลมีลูกเล่นที่หลากหลายและใช้งานได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งมี AI Scene Recognition ที่สามารถแยกประเภทวัตถุต่างๆ ที่เราจะถ่ายได้ถึง 120 วัตถุ และกล้องหน้าก็มีความละเอียดถึง 20 ล้านพิกเซล มาพร้อม AI Beauty 2.0  มั่นใจในเรื่องเซลฟี่สวยเป็นธรรมชาติได้แน่นอน

นอกจากนี้ยังมี AI CPU ที่จะช่วยจัดสรรการใช้งานแบตเตอร์รี่ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเรา เช่น หยุดการทำงานของ Application ที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ เพื่อช่วยจัดสรรแบตเตอรี่ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี VOOC Flash Charge ที่มั่นใจว่าชาร์จแบตได้ไวและปลอดภัยมากๆ ชาร์จ 5 นาทีก็สามารถโทรคุยได้ต่อเนื่องถึง 2 ชม. เลย เรียกได้ว่าตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในทุกวันนี้ที่ต้องอาศัยความไวอย่างมากเลยทีเดียว

และในครั้งนี้ OPPO ได้ร่วมมือกับ Karim Rashid ดีไซเนอร์ชื่อดังเจ้าของฉายา “กวีพลาสติก” ที่ได้รับการยกย่องจากนิตยาร TIME ว่าเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ฉีกกรอบการออกแบบด้วยการดีไซน์แบบ 3D Glass ให้ความรู้สึกแวววาวมีเงาสะท้อนเหมือนกระจก มาพร้อมกับการไล่เฉดสีที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวของสองสีสุดฮ็อตอย่าง Ruby Red ที่ไล่ระดับได้อย่างลงตัวกับสีดำให้ความรู้สึกโดดเด่นและอบอุ่น กับสีม่วง Cosmic Purple ที่เต็มไปด้วยความสวยงาม มีเสน่ห์ และน่าหลงไหล แค่แวบแรกที่มองก็รู้สึกเหมือนถูกดึงดูดด้วยมนต์สะกด

 

 

ซึ่งทันทีที่มีการเปิดตัว OPPO R15 Pro ก็ได้รับการตอบรับที่ดีอีกเช่นเคย เรียกได้ OPPO เป็นแบรนด์ที่ สามารถสร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี เพราะ OPPO นั้นได้มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาความสามารถของกล้องที่มีคุณภาพและความละเอียดสูงสามารถตอบโจทย์คนชอบถ่ายภาพทั้งภาพเซลฟี่หรือภาพถ่ายไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี หรือจะเป็นการพัฒนาด้านการดีไซน์ที่มีความสวยงามหรูหราทันสมัยตอบโจทย์เทรนด์แฟชั่นในทุกๆ ช่วงเวลาอยู่เสมอ และยังมีเทคโนโลยี VOOC Flash Charge เทคโนโลยีชาร์จไว ที่มีความปลอดภัยอย่างมาก ซึ่งใช้เวลาและงบประมาณในการคิดค้นอย่างมากเพื่อสร้างสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้เพื่อมอบสิ่งดีๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และเป็นเวลากว่า 5 ปีที่ OPPO ได้ใช้เทคโนโลยี VOOC Flash Charge นี้ใน R Series และก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ OPPO เป็นที่นิยมและถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ OPPO ประสบความสำเร็จ และครองใจคนไทยหลายคนมานานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว