ความสัมพันธ์ 8 ปี สิงห์-เชลซี วิธีปั้นแบรนด์ไทยในสนามฟุตบอลระดับโลก เกิดทั้งใน-นอกประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อ  8 ปีก่อน นับว่าเป็นความฮือฮาอีกครั้งในวงการตลาดและกีฬา เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จับมือเป็น Global Partner กับสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่าง “เชลซี” และนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา คนไทยก็รับรู้ และได้รับชมฟุตบอล รวมทั้งได้ร่วมกิจกรรมดีๆ มากมาย อันเป็นผลพลอยได้จากความร่วมมือของ 2 สิงห์ และเพื่อฉลองความสำเร็จร่วมกันของ 2 แบรนด์ จึงมีกิจกรรมมากมาย ทั้งในประเทศและการบุกตลาดต่างประเทศ

“เอเชีย” โลเคชั่นสำคัญของทีมในยุโรป เชื่อมด้วยวัฒนธรรม

เป็นเรื่องปกติของวงการฟุตบอลปัจจุบันที่มักจะใช้ช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับแฟนๆ ของสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง แต่ยังมีโอกาสสัมผัสประประสบการณ์ร่วมกับการแข่งขันไม่มากนัก ดังนั้นการสื่อสารเพื่อให้เกิดความใกล้ชิดมากขึ้นจึงเป็นเรื่องจำเป็น สำหรับทีม “เชลซี” มีการใช้คลิปวิดีโอโดยนักเตะของเชลซี โดยให้ความสำคัญกับเทศกาลที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของคนไทย เช่น กล่าวคำอวยพรเนื่องในวันสงกรานต์ เป็นภาษาไทย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่แสดงออกมุมน่ารักๆ ของนักเตะที่แฟนบอลไม่เคยได้เห็นในสนาม ที่สิงห์เป็นสื่อกลางนำเสนออยู่เรื่อยๆ อย่างคลิปที่ให้ 3 หนุ่ม César Azpilicueta, Danny Drinkwaterและ โกล์มือหนึ่ง Thibaut Courtois ได้มาทดลองทำอาหารไทย รวมทั้งแข่งกันเปิดฝาเครื่องดื่มของสิงห์ ในสไตล์ของนักบอลที่ชาเลนท์ต้องไม่ธรรมดา

นับว่าเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่แฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งเป็นลีคที่มีแฟนบอลสูงสุดของโลกได้มีโอกาสเห็นนักเตะที่ชื่นชอบมากขึ้น ส่วนสิงห์เองก็ได้นำเสนอวัฒนธรรมของไทย ให้ผู้ชมระดับอินเตอร์ เชลซีเองก็ขยายฐานแฟนคลับในเอเชีย ซึ่งหลายประเทศมีประเพณีคล้ายคลึงกัน นับว่าความร่วมมือในครั้งนี้ สร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายเสมอมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอบอลชาวไทย ที่เราได้เห็นฟอร์มของเชลซีแบบสดๆ ในประเทศ ในแมตช์ที่ทีมฟุตบอลเชลซีเดินมาเตะนัดพิเศษเพื่อฉลอง 80 ปี ของ บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น (Singha 80th Anniversary Cup) รวมทั้งกิจกรรม Chelsea Trophy tour 2017 อดีตนักเตะที่ขึ้นแท่นตำนานของสโมสรอย่าง เปาโล แฟร์เรร่า อดีตปราการหลังทีมชาติโปรตุเกส และปัจจุบันเป็นทูตของสโมสร มาพบปะกับแฟนๆ พูดคุยระหว่างแมตช์แบบตัวเป็นๆ  รวมทั้งนำถ้วย แชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งแฟร์เรร่าเคยชูถ้วยนี้มาแล้ว 3 ครั้งเมื่อยังเป็นนักเตะ มาให้แฟนบอลได้ถ่ายรูปคู่ด้วย

กิจกรรมเพียบ กิน-ดื่ม-เตะ ครบ!  

ไม่ใช่แค่เรื่องของการสื่อสารเท่านั้น ยังมีกิจกรรมต่อยอดอื่นๆ เพื่อให้ความเป็นพันธมิตรระหว่าง “สิงห์” กับ “เชลซี” มีความชัดเจนมากขึ้นในความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมาย ผูกโยงกิจกรรมแนวสปอร์ตเข้ากับกิจกรรมLife Style อย่างดนตรี จนเป็นที่มาของการลุยทั้ง On Ground และ Online ผ่านงาน SINGHA MATCH DAY’ ในวันที่เชลซีเตะกับทีมใหญ่ เช่น Manchester United VS Chelseaหรือเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ Chelsea VS Tottenham Hotspurยังมี Manchester City VS Chelseaและแมตช์ล่าสุดช่วงท้ายฤดูกาลLiverpool VS Chelseaก็มีกิจกรรมอีกเช่นกัน เรียกได้ว่าบิ๊กแมตช์ที่เชลซีฟาดแข้งกับทีมใหญ่ แฟนบอลต้องมีสถานที่รวมตัวกันเพื่อเชียร์ทีมโปรด

ส่วนช่องทางออนไลน์ก็มีการเก็บสะสมคะแนนSINGHA REWARDSเอาฝาน้ำดื่มสิงห์แลกแต้มลุ้นรับ “เสื้อพร้อมลายเซ็นนักเตะChelseaครบทีมสุดExclusive” ผ่านทางแอปพลิเคชั่น LINE ที่ง่ายกับผู้บริโภค (อ่านต่อ คลิก) ว่าอาศัยคอนเนกชั่นระหว่างแบรนด์กับซูเปอร์สตาร์ได้อย่างคุ้มค่า

และเมื่อเจาะลึกถึงคอบอลตัวจริง ความร่วมมือของสิงห์ คอร์เปอเรชั่น กับเชลซียังส่งผลดีต่อวงการฟุตบอลไทย เมื่อ SINGHA Football League ‘เปิดประสบการณ์จริงของนักเตะหัวใจสิงห์ที่ Stamford Bridge’ จัดการแข่งขันฟุตบอลสมัครเล่นในร่ม 7 คน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลังจากนั้นก็ให้ทีมที่ชนะได้มีโอกาสเข้าร่วมฝึกซ้อมถึงสนามค็อปแฮ่ม สนามซ้อมของเชลซี ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีกิจกรรมเปิดคลินิคสอนฟุตบอลที่ Grand Soccer Pro อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา สิงห์เองก็สนับสนุน Sport Marketing ผ่านนักกีฬาไทยหลายคน เพื่อให้มีโอกาสเข้าแข่งขันรายการสำคัญ การมอบประสบการณ์ให้ไปเจอกับนักฟุตบอลมืออาชีพที่มาถ่ายทอดเทคนิคการเล่นด้วยตัวเอง ก็นับเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่มีคุณค่าสำหรับคนเล่นกีฬา

ต่อยอด เมนูไทย– เครื่องดื่มของไทย

ในตลาดที่ประเทศอังกฤษ ทางสิงห์ได้ส่งเมนูพิเศษSINGHA and Chelsea ‘Combo SET’ จำหน่ายตามร้านอาหารไทยในกรุงลอนดอนแบบExclusiveโดยเมนูดังกล่าวนำเสนอผ่าน  César Azpilicueta, Danny Drinkwater และThibaut Courtois 3 นักเตะที่ร่วมกิจกรรมกับสิงห์เสมอมา ไม่ใช่แค่ทำให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จัก แต่ส่งวัฒนธรรมอาหารของไทย ออกแบบกันเป็นเซ็ทเมนูที่ถูกดีไซน์มาแล้วว่าเข้ากัน นอกเหนือจากการจำหน่ายเครื่องดื่มของสิงห์ในสนามแสตมฟอร์ด บริดจ์ ไปจนถึงการที่แบรนด์ไทยโดดเด่นอยู่ท่ามกลางมนต์ขลังของสังเวียนฟาดแข้งแห่งนี้มาอย่างยาวนาน 8 ปี ซึ่งนับว่าเป็นการต่อสัญญาครั้งที่ 3  แล้ว นั่นย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือเป็นไปอย่างดีเยี่ยม และก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย

ดีลที่เกิดขึ้นของแบรนด์ไทยอย่าง “สิงห์” กับสโมสรฟุตบอลระดับโลก “เชลซี” เมื่อสิงห์ 2 ตัวเดินเคียงข้างกัน สิ่งที่คนไทยจะได้รับไม่ใช่แค่ความบันเทิงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความภูมิใจที่วัฒนธรรมของไทยหลายอย่างถูกเผยแพร่ออกไปให้เกิดการรับรู้ในระดับสากลอีกด้วย และยังมีหลากหลายคอนเทนท์ที่รอให้แฟนบอลทั้งหลายได้ชม ครอบคลุมทั้งเรื่องกีฬาและไลฟ์สไตล์ เพื่อขยายการรับรู้ให้กว้างและง่ายขึ้น