ผ่ากลยุทธ์ SB Design Square ตอกย้ำผู้นำเฟอร์นิเจอร์ จับเทรนด์ Personalized เนรมิตได้ทุกห้องตามใจผู้บริโภค

 

ปัจจุบันตลาดเฟอร์นิเจอร์มีขนาดใหญ่มูลค่าถึง 50,000 ล้านบาท และในปีนี้ยังคาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 10% จากปัจจัยบวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่ที่อยู่อาศัยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะโอนกรรมสิทธิ์ส่งมอบให้กับลูกค้าเป็นจำนวนมาก  ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจก็มีแนวโน้มดีขึ้น จึงทำให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์จะเติบโตและกลายเป็นเค้กก้อนใหญ่ ที่ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กและรายใหญ่ พุ่งเป้าเข้ามาขยายธุรกิจและทำตลาดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากเค้กก้อนนี้

แม้ว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์จะมีขนาดใหญ่  แต่การจะช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดมาครอง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีคู่แข่งทางการตลาดหลายราย ทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติ ที่เข้ามาทำตลาด ยิ่งปัจจุบันผู้บริโภคก็มีไลฟ์สไตล์การซื้อเฟอร์นิเจอร์เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เพราะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ง่าย ทำให้สามารถเปรียบเทียบราคาและสินค้าของแต่ละแบรนด์ ได้จาก Big Data บนโลกอินเตอร์เน็ตที่มีมหาศาล ผู้บริโภคจึงมีทางเลือกมากมาย แต่ที่สำคัญผู้บริโภคยุคปัจจุบัน  มีความต้องการที่หลากหลายและมีความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้นหรือ Personalization การทำตลาดเพียงแค่ใช้กลยุทธ์ 4P จึงไม่เพียงพอแล้ว แต่การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้แบบตรงจุดโดนใจ สินค้ามีคุณภาพ ราคาเหมาะสม และการบริการที่ประทับใจ เป็นจุดที่ผู้บริโภคต้องการมากกว่า

เมื่อข้อมูล Consumer insight พบว่าผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายและแตกต่างกันไป  (Uniqueness)  แบรนด์สินค้าและนักการตลาดจึงต้องหากลยุทธ์มาตอบโจทย์ดังกล่าว เพื่อที่จะได้ส่วนแบ่งทางการตลาด และคว้าชัยชนะในการแข่งขันทางธุรกิจ เช่นเดียวกับ SB Design Square ที่มองเห็นข้อมูล Consumer insight ซึ่งพบว่าผู้บริโภคปัจจุบันต้องการอยู่อาศัย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ตนเองคิดและฝันไว้ และเฟอร์นิเจอร์ก็ถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญ  ที่จะสร้างให้บรรยากาศที่อยู่อาศัย  เป็นไปตามที่ผู้บริโภคต้องการจะใช้ชีวิตตามที่คิดและฝันไว้ แนวทางการทำตลาดตลอดปี 2561 ของ SB Design Square จึงอยู่ภายใต้กลยุทธ์หลัก “อยากอยู่แบบไหน ได้อยู่แบบนั้น” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เป็นกลยุทธ์รับมือกับสภาพการแข่งขันที่ดุเดือดและรุนแรงด้วย

ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว SB Design Square มีเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญ  คือ  SB Interior Team ทีมงานที่จะมาสร้างสรรค์ให้ความคิดและความฝันของผู้ที่ “อยากอยู่แบบไหน ได้อยู่แบบนั้น” ออกมาเป็นจริง และยังช่วยในการแก้ไขปัญหาของผู้บริโภค  ที่บางครั้งอาจจะขาดความรู้ในการออกแบบที่อยู่อาศัย  ให้ได้ออกมาตามความต้องการ   ซึ่ง SB Interior Team จะเข้ามาเป็นทีมที่ปรึกษาในการออกแบบ เลือกสินค้าและเฟอร์นิเจอร์ให้กับผู้บริโภคให้ได้ตามที่ต้องการ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นภาพและเข้าใจการทำงานของ SB Interior Team อย่างชัดเจน  SB Design Square จึงปล่อยคลิปวิดีโอการแปลงโฉมห้อง นอนสุด(น)รก ของ “เจนนี่  ปาหนัน” พิธีกรสาวสองสุดฮาและมากความสามารถ ให้ใหม่เอี่ยมเหมือนอย่างที่ฝันเอาไว้ ทั้งมีดีไซน์และใช้งานได้จริง ซึ่งถือเป็นคลิปวิดีโอที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากบรรดาลูกค้าที่ชื่นชอบการปรับโฉมห้อง (น) รกให้กลายเป็นห้องสวรรค์ กับแนวคิด Re-decoration ที่เห็นความแตกต่างระหว่าง Before – After  ได้อย่างชัดเจน (อ่านต่อที่นี่)

นอกจากนี้ ยังเสริมต่อด้วยคลิปวิดีโอ การพลิกโฉมท้องพระโรงลิเก ของคณะ “นพพล ปฐมพร” ที่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมฉากโรงลิเกในรูปแบบเดิมที่เคยคุ้นตา ให้กลายเป็นโรงลิเกที่โมเดิร์นสุดหรู เปรียบเสมือนห้องที่หรูหราของบ้านหลังหนึ่งเลยทีเดียว โดยสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์  เพื่อเป็นเคสตัวอย่างให้กลุ่มเป้าหมายได้เห็นภาพที่ชัดเจน และเข้าใจการทำงานของ SB Interior Team  มากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังได้ใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing  ที่เรียกว่า Designer Connect  มาช่วยกระตุ้นความต้องการและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค เพราะ SB Design Square   มองว่า Designer  คือ ผู้ที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกเฟอร์นิเจอร์เพื่ออยู่อาศัยของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี  จึงลอนซ์แคมเปญ “ 52 WEEKS OF DESIGN by SB DESIGN SQUARE ” ด้วยการดึง 52 อินทีเรีย ดีไซน์เนอร์ชั้นนำของเมืองไทย  ผู้มากฝีมือและประสบการณ์มาแชร์ไอเดียแต่งบ้านสไตล์ต่างๆ  บนเว็บไซต์ www.sbdesignsquare.com และช่องทางสื่อออนไลน์อื่นๆ  เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านให้กับผู้บริโภค  เป็นการต่อเติมความฝันของผู้บริโภคที่อยากอยู่อาศัยในแบบฉบับของตัวเอง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา SB Design Square ได้สร้างแรงบันดาลใจผ่านอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ ไปแล้วถึง 20 คนตลอด 20 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว  อาทิ คุณพลัช ไพนุพงศ์  อินทีเรียร์ ดีไซน์เนอร์ที่มากฝีมือและประสบการณ์ที่ยาวนานถึง 18 ปี ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบตกแต่งโปรเจคต่างๆ ทั่วเอเชีย  และเจ้าของบริษัทออกแบบตกแต่งภายใน THAT’S ITH INTERIOR มีผลงานการันตีคุณภาพจำนวนมาก อาทิ  ASIA PACIFIC PROPERTY AWARDS ประเทศอังกฤษ 3 รางวัลในปี 2017 และอีก 1 รางวัล ในปี 2018  เป็นต้น ที่ได้มาแชร์ไอเดียการออกแบบตกแต่งห้อง อย่างเช่น การแต่งห้องน้ำและห้องครัว  ที่เน้นความ modern & simple เพราะจะทำให้ดูแลรักษาง่ายสบายตาและใช้ได้ยาวนาน หรือการเลือกใช้สีสัน ในการแต่งห้อง ควรให้สัดส่วน  70/30 โดยโทนสีหลักของห้องจะมีสัดส่วน 70% แล้วค่อยหยิบโทนอื่นๆ เข้ามาเพิ่ม 30%  เพื่อให้เกิดความน่าสนใจขึ้น เป็นต้น

และล่าสุดเพื่อสร้างความต่อเนื่องของแคมเปญ และตอกย้ำแนวคิด “อยากอยู่แบบไหน ได้อยู่แบบนั้น”  SB Design Square  จึงปล่อยภาพยนตร์โฆษณาล่าสุด เป็นการล้อเลียนภาพยนตร์ Fifty Shaded of Gray ที่เล่าเรื่องเสมือนว่าผู้ชมกำลังดูภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เพราะมีฉากและบรรยากาศที่มีเหมือนในภาพยนตร์เป๊ะๆ  ก่อนหักมุมในช่วงท้าย  ว่าห้องที่มีบรรยากาศเหมือนในภาพยนตร์นั้น  ถูกสร้างสรรค์โดย SB Interior Team ตามโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย แต่มีความเหนือชั้นกว่า ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน และไม่มีบางมุมของห้องที่ดีกว่าในภาพยนตร์ ไม่ว่าจะพื้นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด หรือที่เก็บของใต้โซฟา ที่เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นโดย SB Interior Team ที่ทำออกมาได้  ตรงตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยนั่นเอง

ระยะเวลาเพิ่งผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี  แต่ SB Design Square ก็เดินเกมการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง  ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าติดตาม  กับการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ ออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนและสวยงาม  ซึ่งเรายังเชื่อว่า SB Design Square ยังมีอาวุธทางการตลาดที่เตรียมจะหยิบออกมาใช้อีกเพียบ เพื่อตอบโจทย์  “อยากอยู่แบบไหน ได้อยู่แบบนั้น” และเดินหน้ารักษาการเติบโตของปีนี้ในอัตรา 10% และปิดยอดขายที่ 7,800 ล้านบาท