“ฟิตเนส เฟิรส์ท” เดินเกมรุกปรับกลยุทธ์ขยายธุรกิจ เปิดรวด 4 คลับใหม่พร้อมส่งแบรนด์ Celebrity Fitness เปิดตัวในไทยปีนี้ [PR]

 

 

นายมาร์ค เอลเลียต บิวคานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย เตรียมเปิดคลับใหม่ถึง4แห่งในปีนี้เริ่มที่ คลับเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ซึ่งถือเป็น Fitness Arena ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเปิดให้บริการแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ตามด้วย โซนเซ็นทรัลเวิลด์ ในเดือนสิงหาคม และคลับเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ในเดือนกันยายน และ คลับไอคอน ที่ไอคอนสยาม ที่จะเปิดปลายปีนี้ ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ในฐานะผู้นำธุรกิจด้วยจำนวนคลับมากที่สุดถึง 32 คลับในสิ้นปีนี้“และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เราเปิดตัวคลับใน 2 คอนเซ็ปต์ใหม่นั่นคือ Zone และ Club Class”

คอนเซ็ปต์ “Zone” จะเปิดตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นที่แรก ในชื่อ “โซนเซ็นทรัลเวิลด์” ที่จะยกระดับประสบการณ์ของผู้รักการออกกำลังกาย และยกระดับมาตรฐานฟิตเนสคลับในประเทศไทยไปอีกขั้นด้วยการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ในคลับเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกพร้อมด้วย 8 สตูดิโอและโซนออกกำลังกาย ที่จะช่วยให้สมาชิกได้เพลิดเพลินไปกับโปรแกรมและอุปกรณ์ออกกำลังกายล่าสุดที่จัดเต็มไว้ที่คลับแห่งนี้

คอนเซ็ปต์ “Club Class” คลับสุดเอ็กคลูซีฟที่จะเติมเต็มคลับ Platinum และ Premium ที่มีอยู่เดิม โดยปีนี้จะเปิดตัว Club Class ถึง 2 แห่ง ได้แก่ Club ICON และ Club 39 โดย Club ICON ตั้งอยู่ที่ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าเมกะโปรเจ็คค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งคลับแห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมของนวัตกรรมและฟิตเนสเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 4,000 ตร.ม. พร้อมด้วย 5 สตูดิโอออกกำลังกายที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน โซนฟรีสไตล์สำหรับออกกำลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง พร้อมด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะทำให้ทุกคนได้ตื่นตาตื่นใจกับวิวเมืองที่สวยงาม และ Club 39 ฟิตเนสสาขาแรกของฟิตเนสเฟิรส์ทที่จะอัพเกรดขึ้นเป็น Club Class ในปีนี้เช่นเดียวกัน

สำหรับปี 2560 ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ยังคงสร้างผลงานได้โดดเด่นทั้งผลประกอบการทางธุรกิจและการคว้ารางวัลมาตรฐานระดับโลก ด้วยจำนวนคลับ 28 แห่ง สมาชิกรวมกว่า 78,000 คน มีสมาชิกเข้าใช้บริการในคลับสูง 6.3 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมามีคลาสออกกำลังกายให้ใช้บริการมากถึง 17,000 คลาสต่อเดือนรวมถึงการคว้ารางวัล Best Employers Thailand 2017 จาก Aon Hewitt ซึ่งถือเป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน

และในปี 2561 ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทยตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 6.3% รวมถึงรายได้จาก Personal Trainer หรือครูฝึกเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 14.6%และจะเพิ่มคลาสให้สมาชิกได้ใช้บริการมากถึง 18,500 คลาสต่อเดือนโดยคาดว่าจะมีสมาชิกเข้าใช้บริการในคลับสูงถึง6.7ล้านครั้งในปีนี้

การรุกธุรกิจในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่จะมุ่งเน้นการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายในทุกไลฟสไตล์ในแต่ละโลเคชั่น รวมถึงการยกระดับการบริการที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ซึ่งคอนเซ็ปต์คลับที่แตกต่างกันออกไป จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างประสบการณ์การให้บริการที่แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้” นายมาร์ค กล่าวเสริม

ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ จะมีการนำแบรนด์ Celebrity Fitness เข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ “Fitness First Asia” บริษัทแม่ของฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย ได้ควบรวมกิจการกับ “Celebrity Fitness” ในปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของ“Evolution Wellness” ที่มีเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจฟิตเนสที่มีเครือข่ายมากที่สุดในเอเชีย และในปีนี้จะเดินหน้ารุกขยายธุรกิจทั่วภูมิภาคผ่านแบรนด์ฟิตเนส เฟิรส์ท และ เซเลบริตี้ ฟิตเนส อย่างเต็มรูปแบบ

ด้วยจุดแข็งของทั้ง ฟิตเนส เฟิรส์ท และ เซเลบริตี้ เชื่อว่าทั้งสองแบรนด์จะเสริมซึ่งกันและกัน และด้วยจำนวนคลับที่มีมากที่สุดจะยิ่งทำให้สมาชิกสามารถเข้าถึงการใช้บริการได้สะดวกยิ่งขึ้นอีกทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกในการเข้าใช้บริการไม่ว่าจะเป็นคลับที่อยู่ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

“เซเลบริตี้ ฟิตเนสถือเป็นผู้นำฟิตเนสคลับอันดับหนึ่งที่มีสาขามากที่สุดในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ด้วยจุดเด่นของการสร้างประสบการณ์ในคลับที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดดเด่นด้วยคลาสออกกำลังกายซิกเนเจอร์ที่มีมากมายและไม่เหมือนใครและบรรยากาศในคลับที่โฉบเฉี่ยวมีชีวิตชีวาเชื่อว่าการเปิดตัวแบรนด์เซเลบริตี้ ฟิตเนส ในครั้งนี้จะสร้างมิติใหม่ให้กับวงการฟิตเนสไทยอย่างแน่นอนซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการจัดกิจกรรม Open House เพื่อรับสมัครทีมงานในทุกตำแหน่งเพื่อร่วมทำงานในฝั่งทีมบริหารและงานด้านการจัดการภายในคลับ ซึ่งถือเป็นการสร้างงานให้กับคนไทยสู่องค์กรชั้นนำ และร่วมเป็นหนึ่งในสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการฟิตเนสในประเทศไทย” นายมาร์คกล่าวในตอนท้าย