มิตซูบิชิ เฮฟวี ดิวตี้ Come back เขย่าตลาดแอร์ด้วย Jet Flow เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องบินเจ็ท


ถือเป็นบริษัทที่มีอายุยาวนานอีกหนึ่งบริษัท สำหรับ มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ บริษัทข้ามชาติทางด้านอุตสาหกรรมหนักและวิศวกรรมของญี่ปุ่น หนึ่งบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ซึ่งหากย้อนกลับไปที่ปี 1884 ก่อนที่จะเกิดธุรกิจของมิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์  กลุ่มมิตซูบิชิ ได้เริ่มต้นธุรกิจขึ้น ด้วยการทำโรงงานเครื่องจักรกลและอู่ต่อเรือนะงะซะกิ

ต่อมาอีก 3 ปีได้ก่อตั้งโรงงาน Mitsubishi Heavy Industries – Yokohama Machinery Works เพื่อดำเนินซ่อมบำรุงเรือ จนกระทั่งปี 1914 ได้มีการตั้งโรงงาน Mitsubishi Heavy Industries – Shimonoseki Shipyard & Machinery Works เพื่อผลิตเครื่องจักรกลอุตสาหกรรมและเรือขนส่งสินค้า และต่อมาในปี 1934 ได้ควบรวมกิจการกับบริษัทในโคะเบะ และเปลี่ยนเป็นชื่อ มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์  บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นยุคนั้น  เนื่องจากธุรกิจที่ทำมีทั้งการผลิตทั้งเรือ, เครื่องบินใบพัด, รถราง  และเครื่องจักรกลหนัก

ภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2  มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ได้แตกออกเป็น 3 บริษัท คือ บริษัท มิตซูบิชินะงะซะกิ หรือบริษัท เวสต์เจแปนเฮฟวีอินดัสทรีส์ , อู่ต่อเรือในนะงะซะกิหรือบริษัทวิศวกรรมและอู่ต่อเรือมิตซูบิชิ  และอู่ต่อเรือในโคเบะ  หรือบริษัท เซ็นทรัลเจแปนเฮฟวีอินดัสทรีส์  ซึ่งต่อมาในปี 1964 บริษัททั้ง 3 แห่งได้ควบรวมเป็นบริษัทเดียว ภายใต้ชื่อ มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ มีธุรกิจที่ดูแลอยู่หลายกลุ่มไม่ว่าจะเป็น ยานอวกาศ, ขีปนาวุธ, จรวด, ตอร์ปิโด, อากาศยาน, รถหุ้มเกราะ, เครื่องยนต์, ชิ้นส่วนยานยนต์, รถยก, อุปกรณ์ไฮโดรลิก, หุ่นยนต์, เรือพลเรือน, เรือรบ หรือเครื่องปรับอากาศ  จากหลากหลายของธุรกิจที่ได้ทำ ส่งผลให้ปี 2015 มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 27 ของญี่ปุ่น

สำหรับประเทศไทย มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจเมื่อปี 2533 ด้วยการจับมือร่วมกับกลุ่มบริษัทมหาจักร เพื่อก่อตั้งบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ มหาจักร แอร์ คอนดิชั่นเนอร์ส จำกัด หรือ MACO เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตเครื่องปรับอากาศ  โดยการก่อตั้งโรงงานผลิตสินค้าขึ้นบนเนื้อที่ 50ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง

ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านของงานอุตสาหกรรมและวิศวกรรมที่สะสมมา ทำให้ปัจจุบัน มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำ ด้วยการมีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศคุณภาพมากกว่า 20 ล้านยูนิต ภายใต้ชื่อ “Mitsubishi Heavy Industries”

ระยะเริ่มแรกของการทำตลาดจะเน้นการส่งออกสินค้าไปทำตลาดในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาได้ขยายตลาดไปอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ของ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่  ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งตลาดในประเทศไทย และต่างประเทศ  เนื่องจากสินค้ามีจุดเด่นในด้านของการใส่ใจคุณภาพและสิ่งแวดล้อม  จึงทำให้ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ สามารถขยายตลาดส่งออกครอบคลุมทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ เอเชีย หรือออสเตรเลีย

ความสำเร็จที่ได้รับดังกล่าว ทำให้ บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ เทอร์มอล ซิสเต็มส์ จำกัด (MTH) ในเครือกลุ่มบริษัท MHI เร่งขยายกำลังการผลิตที่ บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ส์ มหาจักร แอร์ คอนดิชั่นเนอร์ส จำกัด เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับความต้องการจากทั่วโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น ด้วยการลงทุนขยายเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการผลิตของโรงงานที่ 1 และ 2 สำหรับการประกอบและการผลิตชิ้นส่วน

นอกจากนี้  ยังได้ทำการก่อสร้างโรงงานที่ 3 และโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าควบคู่กันไป  โดยในส่วนของโรงงานดังกล่าวจะทำการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแผ่นโลหะสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ สำหรับโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าจะประกอบแผงวงจรไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญของเครื่องปรับอากาศ  จากแนวทางดังกล่าวจะทำให้ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่  มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 2.7 ล้านยูนิต ภายในปี 2563

สำหรับแผนการทำตลาดเครื่องปรับอากาศ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ ในประเทศไทยปีนี้ ยังคงเน้นไปที่การพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อดึงความสนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีรายได้สูงทั้งชายและหญิงอายุระหว่าง 25-45 ปี

จาก Positioning สินค้าที่วางไว้ในระดับบน ทำให้ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่  ต้องมีการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอยู่เสมอ และหนึ่งในนวัตกรรมที่นำมาเสนอให้กับลูกค้าในปีนี้ คือ การนำสุดยอดเทคโนโลยีและวิศวกรรมล้ำหน้ามาใส่ไว้ในเครื่องปรับอากาศ เพื่อความประหยัดทนทานทุกการใช้งาน

และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ภูมิใจนำเสนอ คือ  Jet Flow  เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้หลักการเดียวกับ เครื่องบินเจ็ท คือ การกระจายความเย็นได้ทั่วบริเวณห้องอย่างรวดเร็วขึ้น แม้ว่าจะเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ไม่กินกระแสไฟมาก และมีความทนทานใช้ได้นาน  เนื่องจากมีการนำระบบ Invertor มาใช้ช่วยให้ลูกค้าประหยัดไปจากการใช้งานทั้งระบบ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในตัวเครื่องปรับอากาศ

อย่างไรก็ดี เพื่อให้เครื่องปรับอากาศ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ปีนี้จึงได้มีการดึงดาราชื่อดังอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์  เพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารไปยังผู้บริโภคถึงคุณสมบัติของเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ ที่ทนทาน ประหยัดไฟ เย็นแรง เย็นเร็ว จนต้องร้อง โอ้!

ปัจจัยที่ทำให้ มิตซูบิชิ เฮฟวี่อินดัสตรี่ ตัดสินใจเลือก มาริโอ้ เมาเร่อ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ นอกจากจะนำมาช่วยในการสร้างแบรนด์สินค้าแล้ว ยังจะนำมาช่วยในการขยายฐานลูกค้าใหม่อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันในตลาดเครื่องปรับอากาศมีความรุนแรง เกือบทุกแบรนด์เครื่องปรับอากาศในไทยมีการใช้ดาราที่มีชื่อเสียงเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า  เพราะพรีเซ็นเตอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และยังช่วยให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าได้ง่ายขึ้น

นอกจากจะแข่งขันกันในด้านของตัวพรีเซ็นเตอร์แล้ว สินค้านวัตกรรมใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีการแข่งขันกันรุนแรงในปีนี้ โดยเฉพาะรุ่นที่มีระบบ Invertor เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความใส่ใจสุขภาพ การให้ความเย็นที่รวดเร็ว การใช้งานที่ยาวนาน  และการประหยัดไฟมากขึ้น จึงทำให้แต่ละแบรนด์ต่างออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่ระบบอินเวอร์เตอร์เข้ามาทำตลาดกันอย่างคึกคักตั้งแต่ปลายปี 2560 ที่ผ่านมา

จากการแข่งขันที่รุนแรงดังกล่าว หากสภาพอากาศเป็นใจให้ทำตลาด คาดการณ์กันว่าตลาดเครื่องปรับอากาศในปี 2561 นี้น่าจะอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 26,000 ล้านบาท และมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 1.3-1.4 ล้านเครื่อง หลังจากปี 2560 ที่ผ่านมาภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศติดลบไป 10%

สำหรับเครื่องปรับอากาศ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ นั้น กล่าวได้ว่าจากประสบการณ์ในการทำอุตสาหกรรมหนักมาไม่ว่าจะเป็น  ยานอวกาศ, ขีปนาวุธ, จรวด, ตอร์ปิโด, อากาศยาน, รถหุ้มเกราะ, เครื่องยนต์, ชิ้นส่วนยานยนต์, รถยก, อุปกรณ์ไฮโดรลิก, หุ่นยนต์, เรือพลเรือน, เรือรบ   จึงมั่นใจได้ว่า เครื่องปรับอากาศของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ จะมีความทนทานเป็นพิเศษ  ด้วยวัสดุและเทคโนโลยีในเครื่องปรับอากาศ ใน Function ต่างๆจะถูกพัฒนาจากวิศวะกรที่มีประสบการณ์  โดยจะสังเกตได้ว่า หลายๆบ้านที่ติด เครื่องปรับอากาศของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้  มักจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เป็น 10 ปีขึ้นไป  และจากความทนทานที่เป็นจุดแข็งนี้  ทำให้แอร์มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ กล้ารับประกันทุกชิ้นส่วนนานถึง 5 ปี

ถ้าเป็นเครื่องปรับอากาศต้อง มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ 

“เย็นเร็ว ทนทาน ประหยัดไฟ”