“ซัมซุง” ขับเคลื่อนตลาดสมาร์ทโฟนด้วย Educated + Experienced ยกระดับลูกค้าให้เป็น Smart Users


เมื่อตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยเติบโตและสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้ครอบคลุมทั้ง 100% โดยมีการถือครองเฉลี่ยมากกว่าคนละ 1 เครื่อง ขณะที่การเติบโตของตลาดยังโตได้ต่อเนื่องในลักษณะของ Single Digit แต่ในมุมของ Market Leader อย่าง “ซัมซุง” มองว่า การใช้งานของ Users คนไทย ยังใช้ประโยชน์จากมือถือแต่ละเครื่องได้ไม่เต็มศักยภาพทั้งที่บางคนต้องใช้เงินหลายหมื่นบาทในการซื้อสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่อง แต่กลับใช้งานแค่โทรเข้า-ออก และเล่นโซเชียลมีเดียเท่านั้น

สมาร์ทโฟนโตด้วย Educated & Experienced

“ทุกวันนี้เราซื้อมือถือมาในราคาแพง แต่ส่วนใหญ่ยังใช้งานไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป บางคนซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องละหลายหมื่นบาท แต่ใช้งานแค่การโทรเข้า-ออก Social, Search โดยที่การพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ของสมาร์ทโฟนขยับไปไกลมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เราต้องพยายาม Educated ผู้บริโภคให้ก้าวทันและสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์มากขึ้น” คำกล่าวของ คุณวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

พร้อมกล่าวเสริมว่า ความสำคัญของสมาร์ทโฟนต่อชีวิตผู้ใช้งานในปัจจุบันยังเป็นมากกว่าแค่โทรศัพท์มือถือ แต่กลายเป็นLife Companion” ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้บริโภค อยู่กับผู้บริโภคเกือบ 24 ชั่วโมง เป็นสิ่งแรกที่จะหยิบหลังจากตื่นนอนและจะถูกวางเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนเข้านอน ขณะที่ฟังก์ชั่นการใช้งานก็มีมากกว่าแค่การโทรหรือเล่นโซเชียลมีเดีย แต่ยังเป็นทั้งสิ่ง Entertain ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม บางคนใส่ Key Card, Credit Card, Mobile Banking ลงไปในเครื่อง รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือในการทำงาน หรือประกอบอาชีพของใครอีกหลายๆ คนด้วย

“ความสำคัญของสมาร์ทโฟนต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ซัมซุงในฐานะผู้นำตลาดต้องพยายาม Educated เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่ามือถือแต่ละเครื่องทำอะไรได้บ้าง ความตั้งใจของเราคือ ทำให้ผู้ใช้งานได้ประโยชน์จากการใช้งานสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่องได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานแต่ละประเภท และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการจัดเก็บข้อมูลสำคัญต่างๆ ทำให้เราต้องพัฒนาทั้งเทคโนโลยีด้าน Security รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการเทรนนิ่งพนักงานเพื่อความพร้อมในการถ่ายทอดประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าต่อไป”

การยกระดับผู้ใช้งานสู่การเป็น Smart Users เพื่อให้สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนเพื่อการอำนวยความสะดวกสบาย สนุกสนาน และมีความปลอดภัยจึงเป็นทิศทางในการ Drive ตลาดของซัมซุง โดยเฉพาะการใช้งานที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น หากผู้บริโภคพัฒนาไม่ทันหรือเกิดความผิดพลาดจากการใช้งาน จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและไม่กล้าที่จะใช้งานทำให้เป็นข้อจำกัดในการขยายตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคคนไทยที่ส่วนใหญ่การใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะยังอยู่ในกลุ่มเบสิคทั่วๆ ไปเป็นหลัก ซึ่งในฐานะผู้นำตลาดเรื่องของการ Educate เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานของผู้บริโภคจึงเป็นอีกหนึ่งหน้าที่หลักของซัมซุงเช่นเดียวกัน

เทคโนโลยี-เครือข่าย-ดีไวซ์ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด

ปัจจุบันตลาดสมาร์ทโฟนมี Penetration มากกว่า 100% ด้วยอัตราการเติบโตในระดับ 1 หลัก การจะผลักดันตลาดในเชิงปริมาณอาจจะเป็นข้อจำกัดที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ขณะที่การ Educate เพื่อยกระดับผู้บริโภคสู่การเป็น Smart Users จะเป็นอีกหนึ่งมิติที่มีส่วนในการขยายให้ตลาดเติบโตในด้าน Value ได้มากขึ้น โดยเฉพาะหากผู้บริโภคใช้งานในฟังก์ชั่นที่หลากหลายมากขึ้นก็จะมองหาดีไวซ์ที่รองรับการใช้งานที่ตอบโจทย์มากขึ้นเช่นกัน ทำให้ยกระดับไปสู่การเลือกซื้อโทรศัพท์ใน Range ที่สูงขึ้น

แต่นอกจากความ Smart ของ Users แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้ตลาดเติบโต อาทิ การพัฒนาของเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีเข้ามามากขึ้นและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากกว่าเดิม ทำให้มีคอนเทนต์ที่หลากหลาย ประกอบกับความมีประสิทธิภาพและการพัฒนาในเรื่องของเครือข่ายที่ส่งผลต่อการใช้งานของผู้บริโภค ที่จะนำมาสู่การพัฒนาดีไวซ์ให้มีฟังก์ชั่นและความสามารถในการรองรับคอนเทนต์และการทำงานที่หลากหลาย ได้อย่างสะดวกรวมทั้งมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเช่นกัน

“การเติบโตที่น่าจับตามองจะอยู่ในฟากของ Repurchase หรือการซื้อเครื่องใหม่มาทดแทนด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่าเพื่อรองรับเทคโนโลยีและคอนเทนต์ที่พัฒนามากขึ้น โดยปัจจุบันผู้บริโภคจะใช้โทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องประมาณ 18-36 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ จากที่ก่อนหน้าจะใช้เครื่องหนึ่งนานประมาณ 2 ปีกว่า แต่ในส่วนของการเปลี่ยนเครื่องใหม่อาจจะไม่ได้ถี่กว่าเดิมมากนัก เพราะผู้บริโภคบางคนจะพยายามใช้เครื่องเก่าต่อหากยังมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี รวมทั้งปัญหาที่ไม่รู้ว่าจะนำเครื่องเก่าที่ใช้งานอยู่ไปใช้ประโยชน์อะไรหรือนำไปเก็บไว้ที่ไหนหากเปลี่ยนเครื่องใหม่เร็วเกินไป”  

ขณะที่ซัมซุงจะให้น้ำหนักในการทำตลาดที่รองรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นในตลาด ทำให้ Line Up สินค้าในปัจจุบันเป็นสมาร์ทโฟนทั้ง 100% โดยยกเลิกการผลิตฟีเจอร์โฟนไปได้กว่า 1 ปีแล้ว จากที่ก่อนหน้าจะมีฟีเจอร์โฟนรุ่นเด่นในการทำตลาดอย่าง “ซัมซุงฮีโร่” โดยในส่วนของสมาร์ทโฟนจะยังรักษาคอนเซ็ปต์ “King of Segment” ด้วยการทำตลาดสมาร์ทโฟนครบทุกระดับทั้ง Basic, Mid Tier และ High End เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และรักษาการเติบโตของธุรกิจรวมทั้งสามารถรักษาการเป็นผู้นำในตลาดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟนถือเป็นหนึ่งใน Majority Business ที่ทำรายได้หลักให้กับทางกลุ่มซัมซุง

เปิด “ซัมซุง เอ็กซพีเรียนซ์ สโตร์” แห่งแรกในอาเซียน

มูฟเม้นต์ล่าสุดที่ช่วยตอกย้ำโฟกัสในเรื่องการ Educated และประสบการณ์ในการใช้งานของผู้บริโภค กับการเปิดตัว “ซัมซุง เอ็กซพีเรียนซ์ สโตร์” โปรโตไทพ์ใหม่ในการยกระดับแบรนด์ช็อปของซัมซุงให้ตอบโจทย์มากกว่าแค่การเป็นร้านสำหรับการเลือกซื้อโทรศัพท์มาสู่ Destination ในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ในกลุ่มมิลเลนเนียล ที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเป็น Personalized experience มากขึ้น ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้าน พร้อมบริการรูปแบบ Omnichannel ที่รวบรวมแพลตฟอร์มในการขายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน และถือเป็น Experience Shop Global Design แห่งแรกของประเทศรวมทั้งในภูมิภาคอาเซียน

“ซัมซุงเป็นผู้บุกเบิกการทำแบรนด์ช็อปในกลุ่มโทรศัพท์มือถือตั้งแต่เมื่อ 7-8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นในการใช้งานโทรศัพท์มือถือต่างจากปัจจุบัน ประกอบกับนโยบายที่ต้องการให้ผู้ใช้งานมีความเข้าใจและสามารถใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ได้เกิดประโยชน์สูงสุดและมี Security ประกอบกับตลาดประเทศไทยเป็นหนึ่งตลาดที่สำคัญในภูมิภาค ทำให้เริ่มพัฒนาซัมซุงเอ็กซ์พีเรียนช็อป โกลบอลดีไซน์ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีแผนจะขยายและรีโนเวทซัมซุงช็อปที่มีอยู่ 128 แห่ง ให้เป็นคอนเซ็ปต์เดียวกันนี้ในอนาคต โดยเบื้องต้นคาดว่าจะขยายได้ไม่ต่ำกว่า 10 แห่งภายในปีนี้”

สำหรับซัมซุง เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ โกลบอลดีไซน์ มีพื้นที่ 168 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสยามพารากอน บริหารโดยกลุ่มเจมาร์ท หนึ่งใน Key Dealer ของซัมซุง ที่มีจำนวนช็อปในความดูแลรวม 17 สาขา โดย คุณดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า การรีโนเวทซัมซุง เอ็กซ์พีเรียน ช็อป ใช้งบราว 40 ล้านบาท เพื่อสร้างเป็นแฟลกชิพสโตร์ต้นแบบในการมอบประสบการณ์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม ตามกลยุทธ์ Experiential Marketing หรือการตลาดที่เน้นการสร้างประสบการณ์สู่ผู้บริโภคโดยตรงเป็นหลัก ต่างจากการทําการดิสเพลย์สินค้าในรูปแบบเดิมๆ โดยซัมซุงเป็นแบรนด์หลักที่สร้างยอดขายให้กับทางเจมาร์ทโมบายมากที่สุด ด้วยสัดส่วนยอดขายมากกว่า 50% จากยอดขายโดยรวม

ทั้งนี้ รูปแบบการดีไซน์และการแบ่งโซนพื้นที่ภายในซัมซุง เอ็กซ์พีเรียน ช็อป แบ่งออกเป็น 8 โซน ประกอบด้วย

U-Bar โซนจัดเรียงสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่างครบครัน รูป U-Shape เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการทดลองสมาร์ทดีไวซ์ พร้อมส่วนจัดแสดงอุปกรณ์ส่วมใส่ Wearable ทุกสีทุกรุ่นให้ได้ทดลอง

Photo โซนเกี่ยวกับรูปภาพและการถ่ายภาพ แสดงประสิทธิภาพของกล้อง เลนส์ รวมถึงฟีเจอร์ในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของซัมซุง

VR 4D โซนที่จัดเต็มด้วยเก้าอี้ VR ให้ผู้บริโภคทดลองเล่นซัมซุง เกียร์ VR 4D โดยมี 4D Contents หลากหลายให้เลือก

Gaming โซนคนรักเกม ครบครันด้วยพื้นที่แสดงหน้าจอ และที่นั่งให้ผู้บริโภคทดลองเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ของซัมซุง

Music จัดแสดงอุปกรณ์หูฟัง และลำโพงบลูทูธไร้สายรุ่นล่าสุดของซัมซุง

Work โซนที่ดีไซน์คล้ายโต๊ะทำงาน จัดแสดงอุปกรณ์เสริม เช่น Samsung DeX สามารถเชื่อมต่อหน้าจอสมาร์ทโฟนกับหน้าจอพีซี ให้ผู้บริโภคทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

Accessories โซนโชว์เคสอุปกรณ์เสริมต่างๆ อย่างครบครันทุกรุ่นทุกสี เช่น เคสสมาร์ทโฟน และที่ชาร์จแบบไร้สาย ให้ผู้บริโภคทดลองใช้ให้  + Gear Sport (Wearable)

Service  พื้นที่สำหรับบริการและให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ เช่น อัพเดท ซอฟต์แวร์ของตัวเครื่องเพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ, ปรึกษาปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้งาน และ Smart Academy Training สอนการใช้งานตัวเครื่องแบบละเอียด เพื่อความเข้าใจแต่ละฟังชั่นในการใช้งาน