มูลนิธิเอสซีจีลงพื้นที่ลำปาง ขับเคลื่อนศิลปะสัญจร รวมพลังพนักงานจิตอาสามอบอาคารเรียนให้น้อง

มูลนิธิเอสซีจี ยึดถือและให้ความสำคัญกับเรื่อง “เชื่อมั่นในคุณค่าของคน”  ซึ่งเป็นหนึ่งในอุดมการณ์สี่ที่เอสซีจียึดเป็นแนวทางในการดำเนินงานมาตลอดกว่า 104 ปี เพราะตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาคนว่าเป็นรากฐานของการพัฒนาที่แท้จริง ทำให้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จะได้เห็นการขับเคลื่อนกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ จากทางมูลนิธิเอสซีจีจะเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งคนที่ทั้ง “เก่งและดี” เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป

แต่ละปีมูลนิธิเอสซีจีจะใช้งบสำหรับการพัฒนาและดูแลสังคมไม่ต่ำกว่าร้อยล้านบาท เพื่อกระจายการพัฒนา มอบความช่วยเหลือและยกระดับศักยภาพของคนในชาติ ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ทั้งในกลุ่มของการสนับสนุนด้านการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน การส่งเสริมให้เกิดผู้นำรุ่นใหม่ในชุมชน เพื่อสร้างจิตสำนึกและกระตุ้นการพัฒนาท้องถิ่นของตัวเอง รวมทั้งการสนับสนุนและกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนมีพลังแห่งจิตอาสา มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ต่อสังคม เพื่อช่วยเหลือผู้คนและสังคมโดยรอบให้ดียิ่งขึ้น

คุณปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาในสังคมของมูลนิธิเอสซีจี  ที่จะเน้นการพัฒนาที่เริ่มต้นตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการศึกษา เพราะเชื่อว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคน เพราะการสร้างให้คนมีศักยภาพและมีคุณภาพจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป โดยจะเน้นการพัฒนาคนอย่างหลากหลายและครอบคลุมทุกช่วงอายุ ทั้งในเรื่องของการมอบทุนการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ของเด็กและเยาวชน รวมทั้งการส่งพี่เลี้ยงไปคอยดูแลและให้คำปรึกษาเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง

“เราพยายามกระจายการส่งเสริมและสนับสนุนเด็กและเยาวชนในหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กประถม มัธยม ไปจนถึงมหาวิทยาลัย รวมทั้งในกลุ่มของสายวิชาชีพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่กระจายเป็นวงกว้างออกไปอย่างครอบคลุมมากที่สุด และพยายามขยายพื้นที่ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อเปิดโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนในการมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ รวมทั้งการเปิดโอกาสทางด้านวิชาชีพ ด้วยการให้พื้นที่สำหรับฝึกฝนทักษะต่างๆ ในด้านที่เรียนมา ผ่านการฝึกงานทั้งในเครือเอสซีจี หรือจากเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ โดยเชื่อว่าการพัฒนาที่ทำให้เกิดคนที่มีคุณภาพมาหนึ่งคน เท่ากับเป็นการสร้างฐานที่แข็งแรงของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางในการช่วยเหลือประเทศชาติในเวลาต่อมาได้อย่างมากมาย”

 นำร่องศิลปะสัญจรกับยุวศิลปินไทย  

การส่งเสริมความสามารถทางด้านศิลปะในกลุ่มเยาวชน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มูลนิธิเอสซีจีให้การสนับสนุน ผ่านการจัดโครงการรางวัลยุวศิลปินไทย Young Thai Artist Award ซึ่งจัดต่อเนื่องมาถึง 13 ปีแล้ว โดยล่าสุดในปีนี้ได้เพิ่มความพิเศษด้วยการนำผลงานของน้องๆ ที่ชนะเลิศในแต่ละด้าน รวมทั้งรางวัลอื่นๆ ไปจัดแสดงในภูมิภาคเป็นครั้งแรก โดยเลือกมาสัญจรที่ ที่หอศิลปะและการแสดงนครลำปาง บ้านบริบูรณ์ จ. ลำปาง เนื่องจากเป็นเมืองของแหล่งศิลปะล้านนาที่โดดเด่น และเป็นการขยายผล เพิ่มเวทีให้ยุวศิลปินของไทยมีโอกาสในการเผยแพร่ผลงานได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มการยอมรับสร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้แก่น้องๆ ศิลปิน รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่จะได้พบศิลปินในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด ในการต่อยอดพัฒนาผลงานและเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับโครงการรางวัลยุวศิลปินไทย Young Thai Artist Award ถือเป็นเวทีประกวดศิลปะระดับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ที่มีความสามารถและมุ่งมั่นที่ต้องการสร้างสรรค์งานศิลป์ ได้มีเวทีในการแสดงความสามารถได้อย่างเปิดกว้าง และในปีนี้มูลนิธิเอสซีจี ยังได้รับพระมหากรุณราธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลยอดเยี่ยมแก่น้องๆ ยุวศิลปินไทยในแต่ละสาขา

ในส่วนของการตอบรับของน้องๆ เยาวชนตลอด 13 ปีที่จัดโครงการมาตั้งแต่ปี 2547  มีจำนวนผลงานส่งเข้ามาร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งพัฒนาการของยุวศิลปินทั้งในเรื่องของแนวคิดและเทคนิคที่ใช้กับงานแต่ละประเภท รวมทั้งการมีกิจกรรมศิลปะสัญจรในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสอันดีของเหล่ายุวศิลปิน ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่จะมีโอกาสสัมผัสสุนทรียะแห่งศิลปะจากศิลปินรุ่นใหม่ และเรียนรู้ศิลปะล้านนาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจต่อการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อใช้ในการจรรโลงสังคมต่อไป โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของยุวศิลปินเลือดใหม่ได้ที่ หอศิลปะและการแสดงนครลำปาง บ้านบริบูรณ์ จ.ลำปาง โดยจะทำการจัดแสดงไปจนถึงสิ้นปีนี้

รวมพลังจิตอาสา สร้างอาคารเรียนให้น้อง 

มูลนิธิเอสซีจี ยังได้ดำเนินโครงการค่ายอาสา โดยร่วมกับชมรมอาสาพัฒนาเอสซีจี ซึ่งเป็นการร่วมมือร่วมใจของพนักงานที่มีจิตอาสาเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ ด้วยการเสียสละวันหยุดพักผ่อนประจำปี มาร่วมเป็นอาสาสมัครและเดินทางกับมูลนิธิเอสซีจีเพื่อไปก่อสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนในท้องถิ่นธุรกันดารทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ทำการส่งมอบอาคารเรียนให้กับโรงเรียนต่างๆ ไปแล้วจำนวน 37 หลัง รวมทั้งห้องน้ำอีก 10 หลัง รวมทั้งยังเข้าไปช่วยปรับปรุงห้องเรียน โรงอาหาร สนามเด็กเล่น  เพื่อร่วมสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ของเด็กๆ และเยาวชน

ในปี 2560 นี้ มูลนิธิเอสซีจีได้นำพนักงานออกค่ายอาสาก่อสร้างอาคารเรียนหลังที่ 38 ที่โรงเรียนบ้านอ้อ ตำบลสันดอนแก้ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น และยังถือเป็นโรงเรียนศูนย์กลางในเขตอำเภอแม่ทะ ซึ่งปัจจุบันมีอาคารอยู่ 3 หลัง ที่ต้องรองรับจำนวนนักเรียน 185 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน ทางมูลนิธิเอสซีจี และชมรมอาสาพัฒนาเอสซีจีจึงได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เพิ่มเติม เพื่อเป็นแหล่งในการศึกษาหาความรู้และพัฒนาศักยภาพทางด้านการศึกษา เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่น้องๆ ได้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเรียนรู้ต่อไป ภายใต้งบประมาณในการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 6 ล้านบาท

คุณสุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า การพัฒนาอาคาร สร้างห้องน้ำ และปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆ ภายในโรงเรียน เพื่อให้เด็กๆ มีความสุขในการเล่าเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่การศึกษาในยุค Thailand 4.0  ที่นอกจากมีความรู้แล้ว ยังต้องมีคุณธรรม  สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ พร้อมทั้งเติบโตเป็นทั้งคนเก่งและคนดีในวันข้างหน้า เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

สำหรับอาคารเรียนหลังที่ 38 นี้ มูลนิธิเอสซีจีได้ทำการปรับปรุงแบบและก่อสร้างใหม่ โดยนำนวัตกรรมต่างๆ ของบริษัทในเครือเอสซีจีมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ เช่น การติดตั้งเสาเหล็กและโครงสร้างอาคารด้วยวิธี Nut & Bolt และขยายพื้นที่บริเวณระเบียงและทางเดินรอบอาคารเรียน รวมพื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตร เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้าง และเพิ่มพื้นที่ในการใช้งานของนักเรียน รวมทั้งเพิ่มพื้นที่ลาดชันตามหลัก  Universal Design สำหรับการใช้งานของทุกคน และครอบคลุมการใช้สอยที่หลากหลาย โดยอาคารดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว จำนวน 4 ห้องเรียน ขนาดห้องละ 69 ตารางเมตร โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด รวมทั้งครู นักเรียน และชาวบ้าน ที่มาร่วมกันสร้างอาคารเรียน ทาสีสนามเด็กเล่น และช่วยกันปรับปรุงโรงอาหาร จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในพื้นที่อีกด้วย