“แอร์เอเชีย” ซื้อหุ้นคืนจากคิง เพาเวอร์ กลับมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กำหนดทิศทางธุรกิจเอง

Photo Credit : YouTube KingPowerOfficial

หลังจากเมื่อกลางปี 2559 “กลุ่มคิง เพาเวอร์” ของตระกูลศรีวัฒนประภา กลายเป็นหนึ่งในพี่ใหญ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยทันที หลังจากประกาศซื้อหุ้น “บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น” หรือ AAV (เป็นบริษัทที่ถือหุ้นร้อยละ 55 ของไทยแอร์เอเชีย) ในสัดส่วน 39% มูลค่ารวม 7,945 ล้านบาท จากคุณธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ และครอบครัว

การเข้าสู่ธุรกิจการบิน “กลุ่มคิง เพาเวอร์” เล็งเห็นศักยภาพของ “ไทยแอร์เอเชีย” ที่เติบโตมาโดยตลอด ทั้งด้านรายได้ การขยายเส้นทางบิน การลงทุนเพิ่มเครื่องบิน และฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง “กลุ่มคิง เพาเวอร์” มองว่าจะใช้จุดแข็งของ “ไทยแอร์เอเชีย” มาเสริมความแข็งแกร่ง และผลักดันให้ “กลุ่มคิง เพาเวอร์” กลายเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจร ทั้งธุรกิจรีเทล (Duty Free) ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจการบิน (รายละเอียดเพิ่มเติม : ย้อนรอยเส้นทาง “ไทยแอร์เอเชีย” ก่อนเปลี่ยนมือจาก “ครอบครัวแบเลเว็ลด์” ไปสู่ “กลุ่มคิง เพาวเวอร์” และ 5 เหตุผลสำคัญที่ “คิง เพาเวอร์” ลงทุนใน “ไทยแอร์เอเชีย” ต่อจิ๊กซอว์บริการท่องเที่ยวครบวงจร)

แต่แล้วความเคลื่อนไหวล่าสุด “คุณธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ประกาศซื้อหุ้น บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น หรือ AAV (ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นร้อยละ 55 ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย) ในสัดส่วนร้อยละ 36.3 ในราคา 4.70 บาทต่อหุ้น รวมกว่า 1,761 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 8,279 ล้านบาท จาก “คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และครอบครัว” ตอกย้ำความผูกพันกับสายการบิน พร้อมยืนยันแผนการขยายธุรกิจตามเป้าหมายเดิม

คุณธรรศพลฐ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 5 แต่หลังการซื้อขายในครั้งนี้จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วนร้อยละ 41.3 ได้เปิดเผยถึงเหตุผลในการเข้าซื้อหุ้น AAV จากครอบครัวศรีวัฒนประภาว่า “ตนเองมีความผูกพันกับธุรกิจสายการบินที่ตนเองได้ลงมือลงแรงตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งสายการบิน และการถือหุ้นในสัดส่วนดังกล่าวทำให้กำหนดทิศทางบริษัทได้แน่นอนมากขึ้น

ขอให้มั่นใจว่า ผมและทีมงานผู้บริหารสายการบินที่ร่วมก่อตั้งสายการบินกันมาตั้งแต่วันแรกยังคงเป็นกำลังสำคัญในการทำหน้าที่บริหารของไทยแอร์เอเชียต่อไป พร้อมกับพนักงานที่ทุ่มเทในการทำงานเต็มที่จนเรามีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศเป็นอันดับหนึ่ง โดยไทยแอร์เอเชียยังยืนยันการลงทุนเพื่อการเติบโตตามแผนปี 2561 นี้ โดยจะรับเครื่องบินใหม่จำนวน 7 ลำ และคาดการณ์ผู้โดยสารอยู่ที่ 22 ล้านคน พร้อมเจาะตลาดอาเซียน อินเดีย และจีน”

การเข้าซื้อหุ้น AAV ในครั้งนี้ คุณธรรศพลฐ์ ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ภายหลังจากการซื้อขายหุ้น AAV จากครอบครัวศรีวัฒนประภาเสร็จสมบูรณ์ นายธรรศพลฐ์มีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือครองหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ที่จะต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) โดยจะยื่นคำเสนอซื้อวันที่ 8 มกราคม 2561 เพื่อเสนอซื้อหุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นอื่นๆ ประมาณร้อยละ 58.7 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ AAVที่ราคาเสนอซื้อที่ 4.70 บาทต่อหุ้น