10 ผลงานสุดปัง จากเวทีประกวดโฆษณา SPIKES ASIA 2017


SPIKES ASIA 2017
คืองานประกวดโฆษณาเฉพาะ ทวีป เอเชีย-แปซิฟิค ซึ่งถูกจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ในทุกๆ ปี คล้ายกับเทศกาลประกวดโฆษณา Cannes Lions แบบย่อมๆ เฉพาะทวีปเอเชีย ซึ่งโฆษณาที่พบเห็นในงานประกวดนี้ มักประสบความสำเร็จมาจากเวทีใหญ่ อย่าง Cannes Lions มาแล้ว แต่ก็มีอีกหลากหลายงาน ที่เพิ่งเริ่มส่งเข้าประกวดเวทีนี้เป็นเวทีแรก สิ่งที่น่าสนใจของ SPIKES ASIA คือ ความแตกต่างของงานโฆษณาระหว่างตะวันออกและตะวันตก เพราะผลงานบางชิ้น ถึงแม้จะไม่ได้รางวัลใหญ่ที่ Cannes Lions แต่อาจจะได้รางวัลใหญ่ที่ SPIKES ASIA ก็เป็นได้ เรามาติดตามดูกันครับ ว่าปีนี้มีผลงานรางวัลชิ้นไหนที่โดดเด่นน่าจับตามองบ้าง โดยคัดเลือกมาแล้ว 10 ชิ้น ดังนี้

1. SMILE LOCK OUTLET – TOYOYA I-ROAD 

Grand Prix – Innovation

ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ผลงานโฆษณาในหมวด Innovation เป็นหมวดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะหลากหลายเอเจนซี่โฆษณา เริ่มใช้ความสามารถพิเศษของตนเอง นั่นคือ ความคิดสร้างสรรค์ นำมาสร้างเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้ จากการ Collaborate กับผู้คนจากหลากหลายอาชีพ Smile Lock Outlet เริ่มต้นจากปัญหาง่ายๆ ที่เราเจอกันในทุกๆวัน คือ ปลั๊กไฟนั้นมีอยู่ทั่วไปในทุกๆสถานที่รอบตัวเรา แต่เมื่อเวลาที่เราต้องการชาร์จแบตแล้ว เราไม่สามารถใช้ปลั๊กไฟสาธารณะเสียบกับมือถือของเราได้ พวกเขาจึงออกแบบ หัวปลั๊กตัวใหม่ ที่สามารถเสียบชาร์จได้ทุกที่ ซึ่งหัวปลั๊กตัวนี้ จะบันทึกข้อมูลได้ว่า เราใช้ไฟไปเท่าไหร่ กี่ชั่วโมง สิ่งนี้ทำให้หมดปัญหาค่าไฟที่ไม่มีความชัดเจนว่าใครต้องจ่ายเท่าไหร่เสียที และแน่นอนว่า ปลั๊กนี้ก็ช่วยเอื้ออำนวยให้ รถ TOYOTA I-ROAD นี้สามารถชาร์จไฟได้ทุกที่เช่นกัน

Agency: DENTSU INC. TOKYO, JAPAN

 

2.THE UNUSUAL FOOTBALL FIELD PROJECT 

Grand Prix – Promo & Activation, Outdoor, Design 

ผลงานที่เกี่ยวกับพื้นที่เล็กๆจากประเทศไทยนี้ กวาดรางวัลจากพื้นที่ใหญ่ๆมาแล้วหลากหลายเวทีระดับโลก เรียกได้ว่านับกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว The Unusual Football Field Project เริ่มมาจากปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในชุมชนแออัด…ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กๆในชุมชนห่างไกลจากอบายมุขต่างๆ ในเมื่อพื้นที่ละแวกนั้นคับแคบ และ ไม่มีพื้นที่ที่จะให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมอื่นใดเลย จากปัญหานี้ AP จึงใช้ความคิดสร้างสรรค์ จัดสรรพื้นที่คับแคบ เหล่านี้ให้กลายเป็นสนามฟุตบอล ที่มีรูปทรงไม่เหมือนใครในโลก และ ไม่มีใครเคยคิดจะทำแบบนี้มาก่อน ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และหวังว่าโครงการนี้จะสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกพื้นที่ในประเทศไทยได้จริงๆ

Agency: CJ WORX

 

3.MEET GRAHAM

Grandprix – Digital, Direct, PR, Healthcare

จะไม่กล่าวถึงก็คงจะไม่ได้ เพราะปีนี้เป็นปีของ Graham จริงๆ มนุษย์ถึกทนชนไม่ตายคนนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม จากทุกสนามรางวัลประกวดโฆษณาทั่วโลก และ กวาด Grand Prix มาแล้วแทบจะทุกเทศกาลเลยทีเดียว ผลงานชิ้นนี้เริ่มจากคำถามง่ายๆ ที่ว่า มนุษย์จะต้องมีวิวัฒนาการเป็นอย่างไร ถึงจะถูกรถชนแล้วไม่ตาย? แน่นอน กระโหลกต้องหนาขึ้น ซี่โครงต้องกว้างขึ้นใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะรับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจากการถูกรถชนได้ ซึ่งเมื่อดูผลงานชิ้นนี้แล้วย่อมทำให้เราตระหนักได้ว่า มนุษย์คงวิวัฒนาการไปทางนี้ไม่น่าจะเวิร์ค เพราะฉะนั้น เราควรหันมาขับรถกันอย่างไม่ประมาท น่าจะดีกว่า

Agency: CLEMENGER BBDO MELBOURNE

 

4.BUILD THE FUTURE – LEGO 

Grandprix – Print & Publishing

ของเล่น…สร้างอนาคตให้เด็กได้ ผลงานชิ้นนี้นำเรื่องราวจินตนาการของเด็กๆ มาเล่า ได้อย่างน่ารักน่าชัง ในขณะเดียวกัน ก็มาพร้อมกับ Message ยิ่งใหญ่ที่สามารถ Inspire ผู้ใหญ่อย่างเราๆให้รู้สึกได้ว่า ตัวต่ออย่าง Lego นี่แหละ สามารถสร้างอนาคตให้กับเด็กๆและอนาคตของโลกให้ดีขึ้นได้ ผ่าน Art Direction ที่สวยงามลงตัว แถมยังได้ ILLUSION CGI Studio ไทยแต่ฝีมือระดับโลก มาสร้างสรรค์ภาพประกอบให้อีก จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่ผลงานชิ้นนี้จะได้ รางวัล Grandprix ในหมวด Print &  Publish มาครอง

Agency: Ogilvy & Mather Bangkok

 

5.THE WORLD’S FIRST EVER FROZEN BOOK – PENGUIN BOOKS

Gold – Print & Publishing

ลักษณะงานโฆษณาในหมวด Print เริ่มกลับมาน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมาบวกกับ เทคโนโลยีการพิมพ์ใหม่ๆ ที่ทำให้เกิดผลงานใหม่ๆได้ในทุกๆปี ซึ่งปีนี้ TBWA\SHANGHAI  มาพร้อมกับ The world’s first ever frozen book หรือ หนังสือแช่แข็งเล่มแรกของโลก โดยตัวหนังสือเล่มนี้ถ้าอยู่ในอุณหภูมิห้องปกติ จะเห็นเป็นสีขาวโพลน แต่เมื่อนำหนังสือไปแช่แข็งแล้ว หนังสือก็จะปรากฏสีสันสวยงามขึ้นมา โดยตัวหนังสือนี้ถ้านำออกมาจากตู้แช่แข็งแล้วจะสามารถอ่านได้ครั้งละ 15 นาทีเท่านั้น ก่อนที่ภาพในหนังสือจะหายไป ซึ่ง Frozen Book นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อน และ สิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบ อย่าง นกเพนกวิน และ ปลาวาฬ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่สอดรับกับไอเดียของหนังสือแช่แข็งเป็นอย่างยิ่ง

Agency: TBWA\SHANGHAI, CHINA


6.INTO THE WILD – ARTS SCIENCE MUSEUM                                                                Grandprix – Mobile

ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่ Collaborate กันหลายภาคส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็น Google x Lenovo x WWF และอีกมากมาย ที่ช่วยกันสร้างโลกเสมือนจริง Augmented Reality (AR) ขึ้นอีกโลกให้เกิดขึ้นในพิพิธภัณฑ์ศิลปะและ วิทยาศาสตร์ในประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งวิธีในการเข้าชมชิ้นงานนี้ง่ายๆ แค่ใช้มือถือส่องดูรอบๆพิพิธภัณฑ์ เราก็จะเห็นโลกที่เป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์ของประเทศสิงค์โปร์ พร้อมกับสัตว์หายากที่กำลังจะสูญพันธุ์อยู่ในนั้น รวมถึงเห็นเรื่องราว ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับป่าไม้อีกด้วย โดยหลังจากชมผลงานชิ้นนี้จบแล้ว ผู้เข้าชมก็จะสามารถช่วยบริจาคสมทบทุนกับ WWF เพื่อช่วยเหลือปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ส่วนตัวผมเองแล้ว หลังจากที่ได้เห็นผลงานนี้ ทำให้ผมรู้สึกได้อย่างยิ่งว่า AR น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญแน่ๆในปีหน้า ยิ่งการมาของ ARKit ที่อยู่ใน iOS11 ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้ได้ก้าวเข้ามาสู่จุดที่เราสามารถนำไอเดียต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับมันได้แล้ว ส่วน AR จะทำให้วงการโฆษณาตื่นตัวมากกว่านี้ได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

Idea creation: MEDIAMONKS AMSTERDAM, GOOGLE ASIA PACIFIC SINGAPORE, LENOVO  SINGAPORE, MARINA BAY SANDS SINGAPORE, WWF SINGAPORE


7.CHILD REPLACEMENT PROGRAMME – PEDIGREE

Grandprix Film – Gold Integrated

ผลงานจากประเทศนิวซีแลนด์โดดเด่นเข้าตากรรมการเสมอในทุกๆ ปี นี่เป็นอีกแคมเปญที่น่าสนใจมากๆอีกหนึ่งชิ้น จากปัญหาคลาสสิค อย่างการเชิญชวนให้ผู้คนรับสุนัขจากศูนย์พักพิงมาเลี้ยง พวกเขาหยิบจับอินไซท์เฉพาะกลุ่มพ่อๆแม่ๆ ที่ลูกๆของพวกเขาต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หรือแยกย้ายไปทำงานกันหมดแล้ว ว่าพวกเขารู้สึกเหมือนถูกทิ้งโดดเดี่ยวให้อยู่บ้านเพียงลำพัง แต่ทำไมจะต้องแคร์ลูกล่ะ? ในเมื่อเรารับสุนัขมาเลี้ยงแทนลูกได้! แคมเปญนี้นอกจากจะมีหนังโฆษณาที่ชนะ Grandprix แล้ว ตัว Print ad ก็เจ็บแสบไม่แพ้กัน ทำเอาลูกๆอย่างเรา(ที่ไม่ค่อยได้กลับบ้านไปหาคุณพ่อคุณแม่) สะดุ้งกันเป็นแถบเลยทีเดียว

Agency: COLENSO BBDO AUCKLAND, NEW ZEALAND

 

8.TOUCH OF CARE – VICKS

Gold – Film

ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ไม่ให้การยอมรับบุคคลเพศที่ 3 เป็นอย่างมาก เนื่องจากอคติที่ถูกปลูกฝังมาอย่างยาวนานจากสังคมฮินดู พวกเขามักถูกไล่ออกจากบ้าน ให้ออกมาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นขอทาน ถูกมองว่าเป็นสิ่งอัปมงคลที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้สังคมจะไม่ให้ความรักและการดูแลพวกเขา แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะมอบความรักให้กับผู้อื่นไม่ได้ Vicks India จึงสร้างหนังโฆษณานี้ โดยผ่านแนวคิด #TOUCHOFCARE หรือสัมผัสแห่งการดูแล โดยนำเรื่องราวอันน่าประทับใจจากชีวิตจริง ของ Gauri Sawant และลูกสาวของเธอ มาสร้างเป็นหนังโฆษณา พร้อมกับ ประโยคจบที่น่าจดจำว่า “Everyone deserves the touch of care.”

Agency: PUBLICIS SINGAPORE

 

9.CAPTURE –  VERINA

Gold – Film, Healthcare

ถือเป็นการคืนฟอร์มของหนังโฆษณาไทยในเวทีประกวดโฆษณาโลกจริงๆ กับผลงาน Capture จาก Verina  ชิ้นนี้ ด้วยมุกตลกแบบไทยๆ และ ฝีมือการกำกับจากผู้กำกับโฆษณามือฉมัง “ธนญชัย ศรศรีวิชัย” โฆษณานี้ถูกสร้างขึ้นด้วย อินไซท์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น นั่นคือ “ด่านตรวจ” ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเจอสักครั้ง ถ้าคุณเป็นคนใช้รถใช้ถนน สิ่งนี้กลายเป็นแนวคิดที่สามารถเล่าเรื่อง ไคโตซาน ในการดักจับไขมันได้อย่างเข้าใจง่าย แถมฮาสุดๆ ผลงานชิ้นนี้นอกจากจะชนะใจกรรมการในเวทีประกวดโฆษณาระดับโลกแล้ว ผมว่าหนังเรื่องนี้ก็น่าจะชนะใจคนไทยไปหลายคนแล้วเช่นกัน

Agency: MCCANN BANGKOK, THAILAND

 

10.BLOCK OUT THE CHAOS – JBL

Print ad ที่ดี มักจะมอบความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าความสวยงาม หรือ ไอเดียเสมอ… บางชิ้น ทำให้เรารู้สึกถึงกลิ่น บางชิ้นทำให้เรารู้สึกตลก หรือ บางชิ้นก็ทำให้เราเศร้าสะเทือนใจ แต่ Print ad ชิ้นนี้ ทำให้เรารู้สึกถึงความเงียบ… ผลงานชิ้นนี้ ใช้วิธีทาง Graphic ที่เราค่อนข้างคุ้นเคยกันอย่างดี คือ การเว้นที่ว่างไว้เพื่อสื่อสารอะไรบางอย่าง (Negative Space) ซึ่งการนำเสนอด้วยวิธีนี้ เป็นวีธีที่เข้ากันได้ดีกับ ไอเดียเป็นอย่างมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนหูฟัง มันสามารถช่วยป้องกันเราจากเสียงดังต่างๆได้จริงๆ นอกจากไอเดีย และวิธีการนำเสนอที่ดีแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือภาพประกอบที่สวยงามจาก CGI Studio ระดับโลกฝีมือคนไทย อย่าง ILLUSION ที่ทำให้ Print ad ชิ้นนี้สมบูรณ์ กลมกล่อมดีจริงๆ

Agency: CHEIL WORLDWIDE, HONG KONG