ปฏิบัติการสู่ “ดาวอังคาร” ของ IKEA เพื่อหาแรงบันดาลใจสำหรับคอลเล็กชันในอนาคต


ในงาน Democratic Design Day งานประจำปีของการออกแบบในเมือง Älmhult ประเทศสวีเดน IKEA ได้เปิดเผยความร่วมมือและผลิตภัณฑ์ล่าสุด โดยมุ่งเน้นไปที่ millennials และกำลังพยายามทำให้การเดินทางเพื่อไปใช้ชีวิตในอวกาศเป็นเรื่องอบอุ่นมากยิ่งขึ้น …อ่านไม่ผิด ในอวกาศ!

ด้วยเหตุนี้ IKEA จึงทำบางอย่างที่ออกจะเพี้ยนๆ ด้วยการส่งทีมออกแบบของบริษัทหอบสัมภาระไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารจำลองที่สถานีวิจัยดาวอังคารในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนรู้การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยและคับแคบในแบบของการตั้งถิ่นฐานนอกโลก

เมื่อบริษัทรู้ว่า Nasa และนักศึกษาจาก Lund University of Industrial Design แห่ง Sweden กำลังทำงานร่วมกันในการค้นหาสิ่งจำเป็นสำหรับภารกิจสามปีบนดาวอังคาร IKEA ก็ขอเข้าร่วมโปรเจ็คน่าสนุกนี้ด้วยทันที โดยบริษัทเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่ต้องการที่จะเข้าไปจับในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรได้เรียนรู้จาก spaceflight ที่ไปยังดาวอังคาร และนำการค้นพบเหล่านี้ไปใช้กับผลิตภัณฑ์และวิธีการสำหรับชีวิตประจำวันที่บ้าน Marcus Engman หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ IKEA กล่าวว่าบริษัทต้องการค้นหาว่า อะไรที่ทำให้การท่องเที่ยวในอวกาศเป็นไปอย่าง “Homey” และเพื่อระบุขอบเขตและขีดจำกัดที่จำเป็นในการทำงานในสภาพแวดล้อมนั้น และนำความรู้ดังกล่าวไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ IKEA และ ” ใช้ความรู้จากอวกาศเพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วันบนโลกของเรา”

“ทีมออกแบบของผมอยู่ที่ยูทาห์ในแบบที่ควรจะเป็นเมื่อคุณต้องใช้ชีวิตอยู่บนดาวอังคารในที่อยู่อาศัยโดยทั่วไป เพียงเพื่อเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริง” Engman กล่าว “นี่เป็นวิธีเดียวกับที่เราทำงานร่วมกับการเยี่ยมบ้าน แต่นี่เป็นบ้านในอวกาศ พวกเขาสำรวจหาว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง กับสิ่งที่เราไม่เคยคิดถึงมันในชีวิตประจำวันที่เราเอาแต่คิดถึงสินค้าสำหรับชาวโลกเท่านั้น พวกเขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องทำเมื่ออยู่บนดาวอังคาร ซึ่งรวมไปถึงปัญหาเรื่องการใช้ห้องน้ำด้วย”

ตามข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ สัดส่วนประชากรโลกที่จะเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองจะอยู่ที่ 70% ภายในปี 2050 ด้วยเหตุนี้ Engman จึงคิดว่าการประหยัดพื้นที่ (Space Saving) จะเป็นสมรภูมิใหญ่แห่งใหม่ของวงการออกแบบตกแต่งภายใน

Constance Adams ที่ปรึกษา Nasa และสถาปนิกอวกาศซึ่งมีหน้าที่ในการกำหนดสิ่งที่ต้องการในอวกาศสำหรับยานพาหนะและที่อยู่อาศัย เป็นผู้ให้แนวทางแก่นักออกแบบของ IKEA ตลอดเจ็ดวันในการจำลองดาวอังคารในยูทาห์ “สิ่งที่เราจำลองขึ้นมาคือสิ่งที่เป็นค่าคงที่ เช่นแรงโน้มถ่วง การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเหล่านี้ สิ่งเดียวที่ยังคงเหมือนเดิมคือมนุษย์” เธอกล่าว

การขนส่งทุกๆ 1 กก. ของดาวอังคารมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะอธิบายได้ว่าทำไมการชั่งน้ำหนักในการเดินทางในอวกาศถือเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้ทีมงาน IKEA ที่กล้าหาญจะได้รับบทเรียนในการผลิตอาหารและวัสดุประเภทใหม่ๆ เพื่อให้รองรับกับข้อจำกัดที่พวกเขาต้องประสบพบเจอนั่นเอง

ส่วนหนึ่งของความร่วมมือในครั้งนี้ IKEA หวังที่จะมีส่วนร่วมในที่อยู่อาศัยที่นาซ่าวางแผนจะทำบนดาวอังคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการตกแต่งภายใน Engman กล่าวว่า “ในมหาวิทยาลัย Lund เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ร่วมกับนาซ่าได้ซึ่งอาจจะลงเอยที่การให้ความร่วมมือด้านที่อยู่อาศัยร่วมกัน แม้ว่าเราจะไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับนาซา แต่เราทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย Lund ที่ทำงานร่วมกับนาซ่า และเรากำลังทำงานบนโจทย์เดียวกัน นั่นคือวิธีที่เราทำ แต่ขอบเขตของเราคือการเรียนรู้วิธีทำให้บ้านของเราที่นี่เจ๋งขึ้นกว่าเดิม ไปจนถึงเรื่องของการคิดค้นเทคนิคการผลิตและวัสดุใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน”

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่สามารถเพลิดเพลินไปกับการใช้ชีวิตอันอบอุ่นในอวกาศนี้ได้ แต่ IKEA ก็มีแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างคอลเลกชันเรื่องน่ารู้บนอวกาศ ในปี 2019 Engman ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีอะไรอยู่ในคอลเลกชั่นอวกาศที่ว่า “มันคงยังเป็นเรื่องของอวกาศ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ออกมาอาจเป็นอะไรแค่บทความ 30 เรื่อง หรืออะไรแบบนั้น”

นอกจากนี้ ในงาน Democratic Design Day IKEA ประกาศว่ากำลังทำงานร่วมกับ Teenage Engineering บริษัทสร้างสรรค์และออกแบบ ซึ่งเป็นผู้ผลิตลำโพงไร้สาย OD-11 และเครื่องสังเคราะห์แบบพกพา OP-1 ได้ร่วมกันสร้างตัวต้นแบบไว้ 22 แบบและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนั้นคาดหวังว่าจะช่วยสร้างความร่วมมือที่ดี โดยสินค้ามีกำหนดเข้าสู่หน้าร้าน IKEA ทั่วโลกภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 คอลเลกชันนี้เรียกว่า FREKVENS สินค้าที่ออกมาจะรวมไปถึงเครื่องเล่นเสียงประสานอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มาพร้อมระบบแสงในตัว

Engman กล่าวว่า “แน่นอนว่าบางส่วนเป็นเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ แต่ผมมองว่าบางส่วนของมันก็ยังห่างไกลจากการเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เช่นเรื่องราวในเพลงที่แยกออกเป็นอีกส่วนหนึ่งของมัน

“ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุกมากที่จะนำทักษะทางด้านวิศวกรรมของพวกเขามาทำในสิ่งที่ปกติพวกเขาจะไม่ทำ นั่นเป็นวิธีที่ผมชอบที่จะทำกับนักออกแบบของเรา เพื่อทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และไม่คุ้นเคย เพื่อให้พวกเขาลืมแนวความคิดแบบเดิมๆ ของตัวเองและค้นหาวิธีการใหม่ๆ”

นอกจากนี้ยังมีโปรเจคความร่วมมือแบบแปลกๆ อื่นๆ ที่ IKEA มีแผนจะเข้าร่วม เช่นการร่วมงานกับ Ben Gorham จากบริษัท Byrdero เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้กลิ่น ในรูปแบบของการออกแบบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จุดมุ่งหมายอย่างเห็นได้ชัดคือเพื่อกระตุ้นความทรงจำของผู้ที่อยู่ในบ้านโดยใช้รูปแบบการจัดส่งกลิ่นที่แตกต่างกันมากกว่าเทียนหอมที่มีกลิ่นหอมมาตรฐาน

Engman กล่าวว่า “เวลาที่คนเราพูดถึงบ้าน คือการพูดถึงความทรงจำ เราจึงมองว่าเรื่องนี้มีประโยชน์กับเรา”

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM